Get Adobe Flash player

เมื่อฝรั่งยิงนกในวัดไทย (จบ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

ความเดิมตอนที่แล้ว

                ข้าพเจ้าแลเสนาบดีชอบใจกงสุลนี้มาก ขอบใจผู้ครองฝ่ายอังกฤษหนักหนาว่าเลือกให้กงสุลคนนี้มา ไม่ดุร้ายขู่เข็ญเมืองไทยเป็นเมืองน้อย แลเป็นคนซื่อตรงเที่ยงธรรม”

                แต่ก็น่าเสียดาย ที่คนดีเช่นนาย Schomburgh นี้ อยู่เมืองไทยได้ไม่นาน เพราะคนอังกฤษไม่ชินต่อเชื้อโรคในเมืองไทยเจ็บไข้ได้ป่วยล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

                นายสจอมเบิร์กนี้อยู่ในกรุงสยามได้ไม่นาน ก็ล้มเจ็บปางตายเหมือนกัน สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงเล่าต่อไปว่า

                “แลในเดือนยี่ เดือนสามปีนี้ คนเป็นไข้บิดมาก อังกฤษเป็นลงแล้วตายไปหลายคน มิสเตอร์ฟอเรสท์ (Forrest) ก็ป่วยเป็นบิดตายเสียแล้ว เมื่อวันเสาร์ เดือน 4 ขึ้น 15 ค่ำนี้

                มิสเตอร์ออละแบสเตอร์ (Alabaster) เสมียนกงสุลนั้นเป็นบิดเกือบจะถึงอติสารอยู่แล้ว เห็นว่าอยู่ที่กรุงนี้คงจะตายก็ลงกำปั่นหนีไป ว่าจะไปอิงแลนด์ (England) แต่เห็นว่าจะไปตายกลางทางดอกกระมัง

                ตัวกงสุลสจอมเบิร์กนั้น จนเดี๋ยวนี้ก็ป่วยขัดเข่าขัดแขนเวลาเช้า ๆ ยกแขนไม่ใคร่จะขึ้น กินยาเข้าปรอท ลิ้นแลเพดานบวมพูดก็เสียงแห้ง แลกินยาเข้าปรอทนั้นว่ากันเป็นบิด ในพวกไทยก็ป่วงลงชุมด้วยไข้บิด

                แต่ในเจ้านายข้าราชการไม่มีใครตายด้วยไข้บิด ถึงตัวข้าพเจ้าเมื่อไปอยู่ที่บ้านอ่างศิลา ก็เป็นบิดลงสองสามวัน กินยา “หอลอเว” ครั้งเดียวก็หาย คนข้างในที่ไปด้วย ก็ป่วยเป็นบิดหลายคน แก้ด้วยยา “หอลอเว” หายทุกคน

                พระยาพิชัยสงครามขึ้นไปทำเมืองลพบุรี ป่วยเป็นบิดถึง 15-16 วัน บอกอาการหนักลงมาว่า เห็นจะไม่หาย เกือบถึงอติสารอยู่แล้ว ข้าพเจ้าให้ตำรวจรีบเอายา “หอลอเว” ไปแก้ก็ฟื้นขึ้น บัดนี้ก็หายกลับมาหาข้าพเจ้า ชื่นชมยินดีนักว่ารอดชีวิตเพราะข้าพเจ้าจริง ๆ

                ยาขนานนี้ อังกฤษติเตียนนักไม่เชื่อไม่นับถือเลย ว่าเป็นยาคนโง่คนต่ำ คนไม่รู้วิชาหมอ เห็นแต่ชอบนักแก่คนเมืองนี้

                หมอแคมเบล อังกฤษนับถือว่าเป็นหมอหลวง ให้มาสู้กับไข้บิดที่เมืองไทย เพราะได้ทราบไปว่ากงสุลหิลลิเยอตายด้วยไข้บิดลง ไม่มีหมอดีรักษาจึงตาย มาครั้งนี้ไม่ได้ยินว่ารักษาไข้ใครหายเลย

                เมื่อรักษามิสเตอร์ฟอเรสท์ก็ทำวุ่นวายยับเยิน เอาปลิงเกาะท้องคนไข้ 5-6 ตัว จะเอาเลือดออกเสียไม่ให้ตกทางทวาร แลให้นอนตรึงอยู่ที่เดียวไม่ไหวตัว จะให้อุจจาระนอนสงบลงในกระเพาะ เลอะเทอะเต็มที แต่หมอบรัดเลย์นี้เอาเปลือกมังคุดตำบิดให้คนอเมริกันกิน บางไข้ก็หายบ้าง”

                ใน พ.ศ. 2407 หลังจากประจำตำแหน่งที่กรุงสยามได้ 7 ปี Mr.Schomburgh ทนความเจ็บไข้ได้ป่วยสุขภาพอ่อนแอไม่ไหว จึงทูลลาสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เดินทางกลับกรุงอังกฤษไป

                ตั้งใจจะเล่าเรื่องฝรั่งยิงนก ไม่ทราบว่าทำยังไงจึงออกนอกลู่นอกทางมาลงเอยด้วยเรื่องโรคบิด จึงคิดว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะจบเรื่องเสียแต่เดี๋ยวนี้ครับ