Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงต้องอุบัติเหตุพระราชรถคว่ำ โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

                เรื่องพระราชรถของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคว่ำนี้เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่คนไทยสมัยนี้ไม่ค่อยได้ทราบกัน เราอ่านรายละเอียดได้จากพระราชหัตถเลขาของสมเด็จพระจอมเกล้าฯเอง ซึ่งทรงเขียนถึงพระยามนตรีสุริยวงศ์ และเจ้าหมื่นสรรเพธภักดี ราชทูตและอุปทูตไทยประจำกรุงลอนดอน

                อ่านแล้วก็ได้ความรู้แปลก ๆ เพราะสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีสำนวนและวิธีเล่าอธิบายที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถอันปราดเปรื่อง ทรงมีความสนพระทัยกับเหตุการณ์ในชีวิตทุกอันที่เกิดขึ้น และบรรยายได้อย่างน่าฟัง ถ้าจะเปรียบเทียบพระราชหัตถเลขาของพระเจ้าแผ่นดินองค์ต่าง ๆ ที่ได้เก็บรักษาไว้จนทุกวันนี้ บันทึกของสมเด็จพระจอมเกล้าฯ นั้น ชาวไทยรุ่นหลังจะรู้สึกว่า มีสำนวนและรสชาติที่น่าตื่นเต้นสนใจมากที่สุด

                พระลายลักษณ์อักษรฉบับนี้เริ่มต้นโดยเล่าว่า ทรงขับรถม้าด้วยพระองค์เอง ไม่มีสารถี ออกจากพระบรมมหาราชวังกับพระเจ้าลูกยาเธอสี่พระองค์ รวมทั้งเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) ด้วย ทรงกล่าวว่า ขับรถม้าออกไปนี้เพื่อทอดพระเนตรชมนาชมสวนที่ท้องสนามหลวง ดูแลกิจการโรงทานนอก ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่ทราบว่าโรงทานนี้หมายถึงอะไร จะเป็นโรงอาหารหรือที่ทำทานประกอบบุญกุศลก็ไม่แน่ใจ หลังจากนั้นก็แวะตรวจป้อมปืนอินทรังสรรค์ ถึงพลบค่ำจึงเสด็จกลับกัน

                ในจดหมายนั้น บางตอนทรงกล่าวว่า “ตัวข้าขี่ม้าออกไป” แต่แท้จริงทรงหมายความว่า ขับม้า มิใช่ขี่ม้า เพราะหลังจากนั้นก็อธิบายถึงรถม้าที่มีพระโอรสธิดาประทับอยู่ด้วย ผู้เขียนได้อ่านว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถม้าเอง ก็รู้สึกแปลกใจเต็มทีแล้ว นึกว่าในสมัยโบราณพระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปไหนต้องมีขบวนแห่ใหญ่โตสมพระเกียรติ อีกข้อหนึ่งที่ทำให้รู้สึกขันในใจ คือสมัยนั้น จะชมสวนชมนาก็ขับรถไปที่ท้องสนามหลวงได้ สมัยนี้ ถ้าไปท้องสนามหลวงก็ได้ชมแต่ตึก ถนนและรถยนต์ พระราชหัตถเลขานี้เริ่มต้นว่า

                “จดหมายมายังพระยามนตรีสุริยวงศ์ ราชทูต เจ้าหมื่นสรรเพธภักดี อุปทูต ให้ทราบว่า เมื่อ ณ วันอังคาร เดือน 10 ขึ้น 13 ค่ำ เวลาเย็น มีเหตุบังเกิดขึ้นเปนที่ตกใจมาก ในพระบรมมหาราชวังนี้ เวลาบ่ายวันนั้น ข้าออกไปดูนาที่ท้องสนามหลวง ตัวข้าขี่ม้าออกไป แต่ลูกข้าสี่คน ยิ่งเยาวลักษณ์ ทักษิณชา โสมาวดี ชายจุฬาลงกรณ์ ไปบนรถที่ข้าเคยขี่ ครั้งไปถึงที่ท้องสนามหลวง ลงดูนาดูสวนที่นั้นแล้ว เมื่อกลับมาตัวข้าไปขึ้นรถกับลูกสี่คนด้วยกัน ขับรถกลับเข้ามาแล้ว หาได้เข้าประตูวิเศษไชยศรีไม่ เลยลงไปดูการที่โรงทานนอก แลดูการที่ป้อมอินทรังสรรค์ จะก่อแท่นเปนที่ยิงปืน ไปหยุดอยู่ที่โน่นนาน จนเย็นจวนค่ำข้าขับรถกลับมา ลูกข้าสี่คนนั่งบนที่นั่งเต็มหมดจนไม่มีที่นั่ง ตัวข้าเอาข้างหลังยันเบาะ เท้าทั้งสองยันพนักหน้ารถ นั่งลอยมา เพราะเข้าของเล็ก ๆ น้อย ๆ ลูกสี่คนหาประทุกมาเต็มชานหน้ารถไม่มีที่นั่งที่ยืน แลทางที่ไปนั้นมีแต่จะชักรถเลี้ยวข้างขวาอย่างเดียวไม่มีทางที่จะชักรถเลี้ยวข้างซ้าย เพราะฉะนั้นสายถือข้างซ้ายชำรุดอยู่ ด้วยด้ายที่เย็บหนังแถบสายถือที่คล้องเหนี่ยวประวินที่ปากบังเหียนม้าข้างซ้ายนั้นเปื่อยผุนักแล้วหามีใครสังเกตไม่ ตัวข้าก็ไม่รู้เลย  เมื่อรถตรงเข้ามาตามถนนประตูวิเศษไชยศรีก็เร็วเข้ามาตามตรง ข้าก็ถือสายถือรวบเข้าทั้งสองสาย มือเดียวหน่วงไว้เบา ๆ ครั้นกระบวนถึงที่ทางเลี้ยว จะไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พวกทหารแห่เลี้ยวเข้าไปข้างนั้นแล้วยืนอยู่ตามเคย ครั้นรถมาถึงมุมทิมสงฆ์ ก็เป่าแตรตีกลองตามเคย ม้าก็กระโชกวิ่งหนักเข้า ข้าเห็นกระโชกนัก กลัวลูกนั่งบนรถจะคมำลง จึงรั้งสายถือพร้อมกันทั้งสองสาย รวบอยู่ในมือเดียวนั้นแรงหนักเข้ามา ม้าก็เดิรเลี่ยงเฉไปข้างซ้ายไม่รอช้าดังประสงค์ เพราะสายถือหนักไปข้างซ้ายข้างเดียว ข้างขวาขาดเสียแล้ว ข้าหาเห็นไม่ ด้วยหนังยังเกี่ยวอยู่ ข้าเห็นม้าเดิรไปผิดทางข้างซ้าย จึงแก้บังเหียนข้างขวา ชักหนักมาสายเดียว ปลายสายแถบก็หลุดออกมา เห็นแล้วก็ร้องให้คนช่วย ก็ไม่มีใครช่วยทัน ข้างรถก็กระทบกับแท่นปากกลางต้นไชยฤกษ์แลรั้วล้อม กงข้างซ้ายก็ปีนขึ้นไปบนแท่นก่อด้วยอิฐ หลังคาประทุนรถกระทบปลายรั้วมาข้างซ้าย ข้าก็สิ้นที่พึ่งเพราะสายถือขาดเสียแล้ว ไม่รู้ที่จะทำอย่างไร ตัวข้าก็นั่งซ้ายนัก แก้ตัวไม่ทัน พลัดตกหกตะแคงลงมากับทั้งลูกสี่คน ตัวข้ากลัวรถจะทับตาย มือขวาดันไว้ รถจึงทับไว้แต่ที่ตคากข้างขวา แต่แขนซ้ายนั้น ตัวทับลงไป ยกขึ้นไม่ได้ ทับข้างขวากดลงไปกับอิฐเสือกไป แขนซ้ายแลตคากก็ถลอกช้ำชอก เปนแผลบาดหลายแห่ง แต่ตคากข้างขวาช้ำบวมห่อโลหิต กับชายโครงขวานั้น โสมาวดีพลัดตกลง จึงเจ็บช้ำยอกเสียดไป แต่ลูกสี่คนที่ตกลงมาด้วยกันนั้น ชายจุฬาลงกรณ์ศีร์ษะแตกสามแห่งแต่น้อย ลางแห่งฟกบวมบ้าง ยิ่งเยาวลักษณ์เท้าเคล็ดห้อยยืนในเวลานั้นไม่ได้ ขัดยอกที่สันหลังด้วย แต่มีแผลเล็กน้อย โสมาวดีก็มีแผลบ้าง หลังบวมแห่งหนึ่ง

อ่านต่อฉบับหน้า