Get Adobe Flash player

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อข้าราชการไทยในกรุงลอนดอน โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                ในแผ่นดินของพระนางเจ้าวิคตอเรีย กรุงสยามส่งคณะทูตไทยไปถวายพระราชสาส์นเจริญไมตรีกับประเทศอังกฤษ และประจำทำหน้าที่ราชการอยู่ที่กรุงลอนดอน ราชทูตคือพระยามนตรีสุริยวงศ์ เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีเป็นอุปทูต จมื่นมณเฑียรพิทักษ์เป็นตรีทูต หม่อมราโชทัยทำหน้าที่เป็นล่าม มีจมื่นราชามาตย์และนายพิจารณ์สรรพกิจเป็นข้าราชการผู้น้อย

                คณะราชทูตไทยพำนักอยู่ที่กรุงลอนดอนได้ไม่นาน ท่านหญิงลิ้ม มารดาของนายพิจารณ์สรรพกิจก็ล้มป่วยหนัก ถึงแม้นายพิจารณ์สรรพกิจนี้จะเป็นข้าราชการชั้นเด็ก มีอาวุโสน้อยที่สุดในคณะทูต สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาการุณ ขนาดมีพระลายลักษณ์อักษรถึงข้าราชการผู้นี้เอง

                “จดหมายบอกมายัง นายพิจารณ์สรรพกิจ ด้วยมารดานายพิจารณ์สรรพกิจป่วย มีอาการดังได้บอกมาแต่ก่อน คือ อาการให้เสียดให้แน่น ท้องบวม ให้อาเจียรเปนคราวๆ ได้หาหมอเชลยสักมาดูว่า เปนลมดานทคุณ หมอให้กินยาแก้ลมดานทคุณ กับกินยาของท่านเจ้าพระยานิกรบดินทรบ้าง อาการที่เสียดที่แน่นกับท้องบวมค่อยคลาย ค่อยกินอาหารสวยได้เวลาขนาดกลาง ค่อนถ้วยฝาขนาดกลางบ้าง อาการเสมออยู่มาจน ณ วันอังคาร เดือน 10 แรม 5 ค่ำ อาการหนักลงไป อุจาระวันละแปดเก้าครั้ง มาจน ณ วันอาทิตย์ เดือน 10 แรม 10 ค่ำ ไปอุจาระเวลากลางวันเก้าครั้งบ้างสิบครั้งบ้าง เวลากลางคืนสิบเบดครั้งบ้างสิบสองครั้งบ้าง เจือบุพโพโลหิตทุกครั้ง ครั้งละตะคันหนึ่งบ้างสองตะคันบ้าง กินแต่อาหารต้มได้เวลาละถ้วยฝาขนาดกลางบ้าง ค่อนถ้วยฝาขนาดกลางบ้าง อาการมาจนบัดนี้ยังเสมออยู่ เมื่อมีอาการผันแปรประการใดถ้าได้ช่องจึงจะบอกมาครั้งหลัง อนึ่งได้ซักถามเจ้าจอมมารดาอึ่ง พระนายศรีสรรักษ์ แลนายจ่ายวด ว่าต้องกันว่า อาการครั้งนี้เหนจะไม่คลายแล้วคงจะทรุดไปทุกที แต่เหนจะชักลากไปได้จนแรมเดือน 11 ฤาขึ้นเดือน 12 แลว่ามารดานายพิจารณ์ สั่งให้กราบเรียนเจ้าพระยานิกรบดินทรว่า ถ้าตัวถึงแก่กรรมแล้ว อย่าให้คิดเอาศพไว้ท่าบุตรเลย ด้วยบุตรไปทางไกลเวลานานจะกลับมา ขอให้ปลงศพเสียเร็ว ๆ เถิด เมื่อบุตรกลับมา จะทำบุญอฐก็ได้ แลว่าภรรยานายพิจารณ์ก็มาเยี่ยมเยียนเอาใจใส่คนไข้ทุกเวลา แต่จะมาอยู่ด้วยไม่ได้ เพราะบุตรชายที่ออกใหม่นั้นยังอ่อนนัก อย่าบ่นว่าสอนสอดล่วงรู้ล่วงเห็นความในครอบครัวเย่าเรือน บอกมาทั้งนี้เพื่อจะให้สิ้นวิตกดอก แลการที่บอกมาทั้งนี้ ถ้าผิดเพี้ยนไปกับพวกที่บ้านเขาบอกมา ก็ขอโทษเสียเถิด ด้วยข้าเปนหูช้างหูม้า หูอยู่นาตาอยู่ไร่”

                พิจารณาดูในทัศนะของแพทย์สมัยใหม่ ก็พอจะวิจัยได้ว่าท่านผู้หญิงลิ้ม ภรรยาเจ้าพระยานิกรบดินทรนี้ ป่วยเป็นโรค DYSENTERY คือท้องร่วงลำไส้อักเสบเพราะมีเชื้อโรคเข้า แบคทีเรียชนิดที่เรียกว่า SALMONELLA หรือ SHIGELLA นั้น เมื่อเข้าสู่ลำไส้จะทำให้อุจจาระวันละ 10-20 ครั้ง และในอุจจาระจะมีหนองและเลือดปนอยู่ด้วย ลงท้ายจะเสียเลือด เสียน้ำและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย จนผ่ายผอมซูบซีดถึงแก่ความตายได้

                ท่านผู้หญิงลิ้มนี้ ในที่สุดก็ต่อสู้โรคภัยไข้เจ็บไม่สำเร็จ และถึงแก่กรรมระหว่างที่นายพิจารณ์สรรพกิจบุตรชายยังรับราชการอยู่ที่เมืองนอก

                ระหว่างที่คณะทูตพำนักอยู่ในกรุงลอนดอนนี้ เจ้าพระยานิกรบดินทรซึ่งเป็นบิดาของนายพิจารณ์สรรพกิจ ข้าราชการผู้อาวุโสน้อยที่สุดก็ล้มป่วยหนักลงด้วยอาการไข้ร้ายแรงน่าเป็นห่วง สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณามีพระราชหัตถเลขาถึงสถานทูตไทยที่อังกฤษ เล่าถึงอาการต่าง ๆ อย่างละเอียด และทรงประทานความเมตตา หาหมอฝีมือดีมีความรู้มารักษาพยาบาลให้อย่างเต็มที่

(อ่านต่อฉบับหน้า)