Get Adobe Flash player

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อข้าราชการไทยในกรุงลอนดอน (ต่อ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

(ความเดิมตอนที่แล้ว)

                ระหว่างที่คณะทูตพำนักอยู่ในกรุงลอนดอนนี้ เจ้าพระยานิกรบดินทรซึ่งเป็นบิดาของนายพิจารณ์สรรพกิจ ข้าราชการผู้อาวุโสน้อยที่สุดก็ล้มป่วยหนักลงด้วยอาการไข้ร้ายแรงน่าเป็นห่วง สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณามีพระราชหัตถเลขาถึงสถานทูตไทยที่อังกฤษ เล่าถึงอาการต่าง ๆ อย่างละเอียด และทรงประทานความเมตตา หาหมอฝีมือดีมีความรู้มารักษาพยาบาลให้อย่างเต็มที่

พระลายลักษณ์อักษรที่มีมาถึงนายพิจารณ์สรรพกิจโดยตรงนี้ เริ่มต้นว่า

                “จดหมายมายังนายพิจารณ์สรรพกิจให้ทราบ ด้วยเจ้าพระยานิกรบดินทรป่วยมาแต่ ณ วันเสาร์ เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ เวลายามเศษ ให้จับสั่นไปเวลา 7 ทุ่มจึ่งส่าง รุ่งขึ้น ณ วันอาทิตย์ เดือน 11 แรม 1 ค่ำ เส้นปัฎฆาฏสดุ้ง กล่อนลงฝักด้วย อาการที่จับก็จับเปนเวลา จับตั้งแต่เวลา 3 โมงเช้าไปจนบ่ายโมงหนึ่ง จึ่งส่างบ้าง จับแต่เวลาบ่ายโมงหนึ่งไปจนบ่ายสี่โมง จึ่งส่างๆแล้วให้เชื่อมมัว กรมหลวงสรรพศิลปปรีชา กรมหลวงวงศาธิราชสนิท พร้อมกันดูแล้วปฤกษาคุณแพทย์พิทยา กันหมอยาไปรักษากับหมอฉิมเชลยศักดิ์ให้ยา หมื่นแก้ววรเลิศหมอนวดได้นวดบ้าง ได้เวลาละเจดแปดช้อน อาการคลายมา จน ณ วันศุกร์ เดือน 11 แรม 13 ค่ำ อาการแปรไปให้ปวดฝัก ปวดตามน่าขา จึ่งให้หาจีนแสมาดูว่าที่ฝักเปนวัณโรค จีนแสจึ่งประกอบยาทายาพอกยาต้มให้ ตั้งแต่วันนั้นมาจน ณ วันพุธ เดือน 12 ขึ้น 4 ค่ำ อาการที่ฝักค่อยคลาย อาหารสวยได้วันละ 2 เวลา เวลาละถ้วยฝาขนาดกลางบ้าง ค่อนถ้วยฝาขนาดกลางบ้าง  อาการค่อยคลายขึ้นทุกวัน อาการแต่ก่อนนั้นก็ได้ให้กรมหลวงสรรพศิลปปรีชา กรมหลวงวงศาธิราชสนิท พระยาแพทย์ธรรมธาดา พระยาอมรสาตรประสิทธิศิลป พระยาประเสริฐสาตรดำรง พระบำเรอราช ไปชุมนุมดูอาการแล้วเห็นพร้อมกันว่า อาการคงจะหายไม่เป็นไข้หนักดอก อย่าให้นายพิจารณ์วิตกเลย

                จดหมายมา ณ วันพุธ เดือน 12 ขึ้น 4 ค่ำ ปีมะเสง นพศก

                อาการเจ้าพระยานิกรบดินทร ภายหลังแต่วันพุธ เดือน 12 ขึ้น 4 ค่ำ มาให้บวมที่ฝัก ขุนสรแพทย์ว่าเปนวรรณโรคประกอบยาพอก ให้พอกก็ไม่มีบุพโพ ข้าได้ให้กรมหลวงสรรพศิลปปรีชาไปดูแลอยู่ด้วย ให้หาหมออังกฤษไปดูด้วย การน่าวิตกมากอยู่

                จดหมายมา ณ วันอาทิตย์ เดือน 12 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเสง นพศก”

                วัณโรคนี้ก็ตรงกับที่ฝรั่งเรียกทุกวันนี้ว่า TUBERCULOSIS เกิดขึ้นเพราะตัวเชื้อโรคชื่อ MYCOBACTERIUM TUBERCULOSIS เข้าสู่ปอด มีอาการไข้ ผ่ายผอม เหงื่อแตกตอนกลางคืน และไอออกมาเป็นเลือด หลังจากนั้นมันสามารถแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย เข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้บวมและมีหนอง หรือลามถึงมันสมอง กระดูก ตับไตไส้พุงทั้งหลายได้ อาการของเจ้าพระยานิกรบดินทร บิดานายพิจารณ์สรรพกิจนี้ เป็นแบบเส้นปัฏฆาตสดุ้ง กล่อนลงฝัก จับสั่นเป็นเวลา หนักบ้างส่างบ้าง ปวดฝักปวดตามหน้าขา สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณารับสั่งให้แพทย์หลวงหลายคน รวมทั้งจีนซินแส และหมอฝรั่งมาทำการรักษา ต่างลงความเห็นกันว่าเป็นวัณโรค ซึ่งก็จะผิดถูกอย่างไรเราไม่มีทางทราบแน่ เพราะอาการที่ทรงกล่าวถึงนี้ก็ไม่ค่อยจะตรงกับอาการของวัณโรคแบบที่เราทราบอยู่ทุกวันนี้ ยาที่ให้นั้นมีทั้งยาทา ยาพอก และยาต้ม จะมีประสิทธิภาพเท่าใดก็ต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมของคนไข้ สิ่งที่น่าซาบซึ้งใจคือ การที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสนพระทัย ทรงทราบแม้กระทั่งว่าสามารถรับประทานอาหารได้วันละกี่ครั้ง ครั้งละกี่ถ้วย หรือเพียงครึ่งค่อนถ้วยเท่านั้น รวมความจากพระราชหัตถเลขา เราได้ทราบว่าการเจ็บไข้ของเจ้าพระยานิกรบดินทรนี้ ตอนแรกก็กระเตื้องขึ้นจนแพทย์ทั้งหลายลงความเห็นว่าจะหายแน่ บุตรในกรุงลอนดอนไม่ต้องวิตก แต่หลังจากนั้นไม่นาน อาการของท่านก็ทรุดหนักลง จนทุกคนเป็นห่วงว่าอาจจะเอาชีวิตไม่รอด

                หลังจากนั้นไม่นาน มีข้อความตอนปลายพระลายลักษณ์อักษรฉบับหนึ่งถึงคณะทูตไทยที่กรุงอังกฤษว่า

                “อนึ่ง ทูตานุทูตทั้งปวง จงรู้ว่าอาการเจ้าพระยานิกรบดินทรซึ่งบอกมาแก่นายพิจารณ์สรรพกิจแต่ก่อนนั้น บัดนี้อาการคลายแล้ว บุพโพไหลออกมาจากฝักมาก ที่บวมก็ยอบแล้ว แพทย์หมอทั้งปวงเห็นพร้อมกันว่าจะหายไม่เป็นอะไรต่อไป อย่าให้นายพิจารณ์วิตกเลย"

(อ่านต่อฉบับหน้า)