Get Adobe Flash player

หมอชีค นักบุญมิชชันนารีอเมริกัน

Font Size:

พวกมิชชันนารีที่เดินทางจากประเทศอเมริกา มาเผยแพร่คริสตศาสนาในกรุงสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 นี้ ผิดแปลกไปจากบาทหลวงหรือพระสอนศาสนาฝรั่งอื่น ๆ เพราะมิได้มีความรู้ด้านคริสตศาสนาอย่างเดียว แต่รอบรู้วิชาอื่นอีกหลายแขนง สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บและสั่งสอนชาวไทย ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศที่ตนเข้ามาอยู่ได้มาก ตัวอย่างเช่นมิชชันนารีอเมริกันคนหนึ่ง ชื่อหมอบรัดเล่ย์ เป็นผู้ทำการผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย ออกหนังสือพิมพ์ฉบับแรกในกรุงสยาม และเป็นผู้ริเริ่มการพิมพ์ขึ้นในแผ่นดินของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงแม้จุดหมายที่แท้จริงของคนเหล่านี้ คือการเผยแพร่ศาสนา เขาทั้งหลายก็มีความฉลาดพอที่จะใช้วิชาความรู้ในอารยธรรมตะวันตก เป็นกุญแจเข้าสู่ความรักใคร่นับถือและไว้วางใจของชนชาวไทยได้

                ความ รู้ความสามารถ ทำให้มิชชันนารีอเมริกันหลายคนได้เข้าสู่พระราชวัง และใกล้ชิดองค์พระเจ้าแผ่นดิน เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงผนวชเป็นพระภิกษุอยู่ในวัดบวร นิเวศฯ ก็ได้ทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และอ่านวิจารณ์คัมภีร์คริสตศาสนากับมิชชันนารีอเมริกัน คือหมอบรัดเล่ย์และพระคัสเวล (Reverend Jesse Caswell) โดยอนุญาตให้มิชชันนารีให้ห้องหนึ่งในวัดเป็นการตอบแทน สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงให้เกียรติกับนาย Caswell ถึงกับเรียกว่า “พระครูที่นับถือ” (Revered Teacher) มิชชันนารีอีกคนหนึ่งชื่อซามูลเอล เฮ้าส์ คนไทยเรียกกันว่าหมอเหา ได้บันทึกเล่าตอนที่ตนเข้าเฝ้าสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ขณะยังประทับอยู่ในวัดว่า

                “ข้าพเจ้า ได้มองไปรอบ ๆ ห้อง ได้เห็นพระคัมภีร์ไบเบิลและดิกชันนารี่เวบาสเตอร์ตั้งวางพิงไว้อยู่บนหิ้ง พร้อมทั้งมีปฏิทินเดินเรือวางเรียงอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังเห็นแผนผังของปรากฎการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ อันแผนผังนี้เขียนด้วยดินสอ และมีรอยตัวเลขคำนวณเกี่ยวกับสุริยปราคานี้วางเคียงคู่อยู่กับแผนที่ของ มิสเตอร์แชนเดลเล่อร์ที่พิมพ์ขึ้นวางไว้อยู่บนโต๊ะด้วย เมื่อเข้าพบครั้งแรกอากัปกริยาของเจ้าฟ้ามงกุฎค่อนข้างจะไม่ค่อยทะมัดทะแมง ถึงแม้ในโอกาสต่อมาจะได้เข้าเฝ้าอีกหลายครั้งหลายหนก็ตาม พระองค์ก็ทรงมีพระอากัปกิริยาเช่นเดิม เจ้าฟ้ามงกุฎทรงเข้าใจภาษาอังกฤษดีในทางอ่าน แต่ว่าพระองค์ยังพูดไม่ได้ดี”

                พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาพระคัมภีร์คริสตศาสนาจริง และเมื่อได้ทรงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงตรัสว่า

                “I hate the Bible mostly”

                นอกจากนั้นยังได้เคยรับสั่งต่อเหล่ามิชชันนารีอเมริกันที่มาเผยแพร่ศาสนาและให้วิชาความรู้หลายแขนงแก่ชนชาวไทยว่า

                “What you teach people to do is remarkable, but what you teach them to believe is foolish”

                มิชชันนารีอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับกันว่า เป็นนักบุญที่มีความสามารถทุกทาง คือ หมอมารีออน ชีค (Marion Cheek) ซึ่ง คนไทยเรียกกวันว่าหมอชิต ท่านผู้นี้จบวิชาแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลน่า สหรัฐอเมริกัน เมื่ออายุเพียง 21 ปี เป็นหนุ่มรูปหล่อ เดินทางเข้าสู่กรุงสยามพร้อมกับสตรีฝรั่งอีก 2 คน เมื่อ พ.ศ. 2417 หมอชีคอยู่ได้ไม่นาน ก็จีบลูกสาวหมอบรัดเล่ย์และแต่งงานกับเธอ จึงกลายเป็นลูกเขยของหมอบรัดเล่ย์ไป ในปีต่อมาได้รับหน้าที่ทำการเผยแพร่คริสตศาสนาและช่วยเหลือชนชาวไทยที่นคร เชียงใหม่

                ใน ประวัติศาสรต์กล่าวไว้ว่า หมอชีคนี้เป็นคนเก่งมาก นอกจากนั้นยังขยันขันแข็งมีสุขภาพที่ดีและพลานามัยผิดมนุษย์ธรรมดา สามารถตรวจและรักษาคนไข้ได้ถึงปีละหนึ่งหมื่นสามพันคน ในเวลาว่างท่านชอบล่าสัตว์ สามารถยิงปืนสั้นและยาวได้อย่างแม่นยำจึงเป็นที่นับถือยำเกรงในหมู่ชาวบ้าน ตลอดจนฝรั่งทั้งหลายที่อยู่ในถิ่นเหนือ

                ความ เก่งและคล่องแคล่วของหมอชีคนี้ ทำให้ท่านหันมาสนใจกับการค้าขายเซ็งลี้ป่าไม้ ขณะนั้นฝรั่งเพิ่งค้นพบว่าถิ่นเหนือของเรานี้อุดมสมบูรณ์มีป่าไม้สักขึ้น อยู่ทั่วไป ไม่มีใครตัดมาขายอย่างที่ทำกันในประเทศพม่า เมืองขึ้นของอังกฤษ ใน พ.ศ. 2415 กัปตันเรือชาวเดนมาร์กคนหนึ่ง ชื่อนายแอนเดอร์เซ็น บรรทุกไม้สักใส่เรือสำเภาไทยชื่อทูลกระหม่อม ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ปรากฎว่าสามารถขายไม้สักได้จนหมดเกลี้ยงลำเรือทำกำไรได้ถึงร้อยเปอร์เซนต์ เมื่อกัปตันแอนเดอร์เซ็นกลับมาถึงเมืองไทย ข่าวความสำเร็จในการขายไม้สักนี้แพร่กระจายโดยรวดเร็ว จึงมีบริษัทอังกฤษหลายอัน พยายามแย่งกันติดต่อขอสัมปทานป่าไม้จากรัฐบาลไทย

                บริษัทบอร์เนียวจึงแต่งตั้งให้หมอชีคเป็นตัวแทน ฝรั่งอีกคนหนึ่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานบริษัทบอร์เนียวคือ นายหลุย ลิโอโนเวนส์ บุตรชายของนางแอนนา ลิโอโนเวนส์ ที่เคยสอนภาษาอังกฤษในพระราชวังของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งสองมีหน้าที่ตัดและล่องไม้สักลงมาจากเชียงใหม่ เพื่อส่งไปขายประเทศต่าง ๆ ในยุโรปต่อไป

                นาย หลุย ลิโอโนเวนส์นั้น เติบโตในพระราชวังพร้อมกับสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และได้สมรสกับ แคโรไลน์ นอกซ์ ลูกสาวกงสุลอังกฤษที่เกิดกับภรรยาคนไทยชื่อ คุณปราง จึงเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพล ปลูกบ้านใหญ่โตอยู่ริมแม่น้ำ มีเรือลำใหญ่ชื่อ กัปตันลิโอโนเวนส์ ส่วนแคโรไลน์ลูกครึ่งอังกฤษไทยภรรยาของเขานั้น เป็นคนสวยงามมีกริยามารยาทอ่อนโยน ชาวบ้านต่างรักใคร่และเรียกเธอกันว่า ดวงแข

                ทั้ง นายหลุยและหมอชีคประสบความสำเร็จในการขอสัมปาทานป่าไม้ นายหลุยนั้นทำได้เพราะใกล้ชิดกับองค์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนหมอชีคประสบความสำเร็จโดยอาศัยความเฉลียวฉลาดคล่องแคล่วของตนเอง

                บริษัท บอร์เนียวนั้น ความจริงก็มีความพอใจในผลงานของฝรั่งทั้งสองคนนี้มาก แต่ก็มีข้อข้องใจที่คุณหมอชีคนี้ ดูท่านจะใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเหลือเกิน เมื่อตรวจบัญชีเปรียบเทียบจำนวนเงินที่หมอชีคเบิกจากบริษัทบอร์เนียวกับราย จ่ายต่าง ๆ ก็ยังปรากฎว่าท่านเบิกเกินไปถึง 253,353 บาท และไม่สามารถบอกได้ว่าเอาไปใช้ทำอะไร เงินสองแสนห้าหมื่นบาทสมัยนั้น ก็มีค่าเท่ากับหลายสิบล้านสมัยนี้ ทางบริษัทบอร์เนียวจึงทำสัญญาขึ้นใหม่กับหมอชีคตกลงว่าจะจ่ายเงินให้เพียงปี ละ 2,000 ปอนด์เท่านั้น และขอให้หมอชีคคืนเงินสองแสนห้าหมื่นให้แก่บริษัทเสีย ทางบริษัทบอร์เนียวก็จะไม่ทำการฟ้องร้องอะไร

(อ่านต่อฉบับหน้า)