Get Adobe Flash player

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อข้าราชการไทยในกรุงลอนดอน (ต่อ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

(ความเดิมตอนที่แล้ว)

                “อนึ่ง ทูตานุทูตทั้งปวง จงรู้ว่าอาการเจ้าพระยานิกรบดินทรซึ่งบอกมาแก่นายพิจารณ์สรรพกิจแต่ก่อนนั้น บัดนี้อาการคลายแล้ว บุพโพไหลออกมาจากฝักมาก ที่บวมก็ยอบแล้ว แพทย์หมอทั้งปวงเห็นพร้อมกันว่าจะหายไม่เป็นอะไรต่อไป อย่าให้นายพิจารณ์วิตกเลย"

(อ่านต่อฉบับหน้า)

                ข้อความนี้ ทรงบอกมาสั้นๆ อย่างรีบๆก่อน เพื่อจะให้นายพิจารณ์สรรพกิจสบายใจขึ้นว่าพ่อคงจะไม่ตาย หลังจากนั้นจึงทรงติดตามด้วยพระราชหัตถเลขาขนาดยาว อธิบายทั้งโรคภัยและเหตุการณ์ภายในครอบครัวให้นายพิจารณ์สรรพกิจรับทราบโดยละเอียด มีใจความว่า

                “จดหมายมาถึงนายพิจารณ์สรรพกิจให้ทราบว่าอาการเจ้าพระยานิกรบดินทรนั้น เดี๋ยวนี้ก็คลายแล้ว นายจ่ายวดบอกมาว่า เมื่อ ณ วันพฤหัสบดี เดือน 12 แรม 4 ค่ำ เวลา 10 ทุ่มเศษ ที่ฝักข้างซ้ายแตกสองแผลเล็กกว่าก้านพลู มีบุพโพ 2 ตะคัน ครั้น ณ วันเสาร์ เดือน 12 แรม 5 ค่ำ เวลา 5 โมงเช้า มีบุพโพอีกตะคันหนึ่ง ให้บวมขึ้นที่เหน่าเท่าผลมนาว หมอว่าบวมเพราะฝักที่แตก ครั้นมาจน ณ วันจันทร์ เดือน 12 แรม 8 ค่ำ หมอเหนว่าเปนวรรณโรคแท้ ขุนสารแพทย์จีนแสจึ่งพร้อมกันประกอบยาเกลื่อน อาการที่ฝักคลายขึ้นมาก แต่อาการที่บวมเหน่ายังเสมออยู่ แต่หมอก็ว่า หมอคิดจะประกอบยาเกลื่อนเพราะเห็นว่ายังอ่อนอยู่ แต่ว่าถ้าเกลื่อนไม่ไป ก็คงจะมีบุพโพจะต้องลำบากเปนหลายวัน แต่ท่านนั้น เดี๋ยวนี้ก็สบายขึ้นมาก อาหารสวยได้เวลาละถ้วยฝาขนาดกลางบ้าง ค่อนถ้วยอย่างนั้นบ้างเสมอทุกเวลา”

                ถ้าเจ้าพระยานิกรบดินทรท่านเป็นวัณโรคจริงตามที่แพทย์หลวงทั้งหลายเชื่อมั่น ก็คงจะเป็นวัณโรคที่ต่อมน้ำเหลือ เช่น ต่อมน้ำเหลืองในคอ ที่ฝรั่งเรียกว่า SCROFULA เพราะท่านมีอาการบวมอักเสบจนในที่สุดแผลแตกมีหนองไหลออกมา และเมื่อตกน้ำหนองแล้ว อาการของท่านก็ดีขึ้น ยาที่ประกอบผสมสำหรับเกลื่อนบนแผลนั้นก็คงจะมีส่วนช่วยด้วย ในที่สุดหลังจากเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน ท่านเจ้าพระยานิกรบดินทรก็เริ่มหาย มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น รับประทานอาหารได้ เป็นอันว่าพ้นภัยอันตราย

                เล่าไว้ในประวัติศาสตร์ว่า เจ้าพระยานิกรบดินทรนี้มีภรรยาหลวงคือท่านผู้หญิงลิ้ม ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว ตัวท่านเองก็แก่เต็มที แต่มีภรรยาน้อยเป็นเด็กสาว ๆ หลายคน ซึ่งท่านใช้ให้นวดท่านเป็นประจำ ท่านมีลูกชายหญิงกับท่านผู้หญิงลิ้มนี้รวมทั้งหมด 7 คนด้วยกัน คนหัวปีเรียกว่า เจ้าจอมมารดาอีด เป็นเจ้าจอมมารดากรมหลวงงรเสรฐสุดาในรัชกาลที่ 3 ต่อมาได้เป้นท้าวสมศักดิ์ในรัชกาลที่ 5 คนที่ 2 และ 3 มีชื่อว่าคุณหญิงจันทร์และคุณหญิงนวล คนที่ 4 เป็นชายชื่อช่วง มียศเป็นพระยาจ่าแสนบดี คนที่ 5 ชื่อชื่น เป็นพระยาราชนุประดิษฐ คนที่ 6 คือจมื่นศรีสรรักษ์ ชื่อจริงว่า บุญรอด ท่านผู้นี้ได้เป็นถึงเจ้าพระยารัตนบดินทร ว่าที่สมุหนายกในรัชกาลที่ 5 ส่วนบุตรคนสุดท้องคือ นายพิจารณ์สรรพกิจนี้เอง ชื่อจริงว่า ทองอยู่

                นอกจากจะอธิบายอาการไข้และบอกข่าวดี คือการคลายหายรอดชีวิตของบิดามาให้นายพิจารณ์สรรพกิจดีใจแล้ว สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแสดงข้อวิตกสงสัยมาอีกด้วยเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครอบครัวของเจ้าพระยานิกรบดินทรนี้ โดยทรงกล่าวต่อไปว่า พระองค์เองเคยกังวลว่าหม่อมเจ้าเล็กในกรมหมื่นสุนทรธิบดีจะกลั่นแกล้งให้เจ้าพระยานิกรบดินทรนี้ถึงแก่ความตายเสีย โดยแอบยุยงให้เมียน้อยสาว ๆ ที่คอยปรนนิบัตินวดท่านอยู่เสมอนี้ แกล้งนวดบีบตรงที่สำคัญ ๆ จนท่านกลายเป็นวัณโรคไป เพื่อตนเองตจะได้รับมรดก หม่อมเจ้าเล็กนี้เป็นใครแน่ผู้เขียนไม่ทราบ เข้าใจว่าเป็นชายาของกรมหมื่นสุนทรธิบดี แต่จะมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวท่านเจ้าพระยานิกรบดินทรอย่างไรนั้น มองไม่เห็นชัดแจ้ง เพราะลูกสาวท่านที่เกิดกับท่านผู้หญิงลิ้ม ก็มีเพียงเจ้าจอมมารดาอึ่ง คุณหญิงจันทร์และคุณหญิงนวลเท่านั้น สมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงกล่าวต่อไปว่า

                “แลอาการเจ้าพระยานิกรบดินทรครั้งนี้ ข้านึกวิตกไปว่าหม่อมเจ้าเล็กในกรมหมื่นสุนทรธิบดี เธออยากจะให้ท่านกับท่านผู้หญิงลิ้มสองคนตายายนี้ตายเสียมานานแล้ว ด้วยเธอคิดว่าเธอจะได้เข้าบ้านนั้นสดวก จะได้เข้าไปหลับนอนในบ้านนั้นสบายใจ ด้วยเห็นว่า เจ้าจอมมารดาอึ่ง แลจาด แลนวลก็ดี พระยาจ่าแสนบดี พระยาราชานุประดิษฐ และพระนายศรีสรรักษ์ก็ดี จะว่าอะไรเธอได้ ด้วยเปนแต่ลูกท่าน ถ้าท่านตายายทั้งสองไม่มีแล้ว เธอก็จะยุยงให้วิวาทเปนความมรดกกันขึ้น ครั้นวิวาทกันเสีย ก็จะไม่มีใครว่าใคร ใครกลัวเกรงใคร ...

(อ่านต่อฉบับหน้า)