Get Adobe Flash player

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อข้าราชการไทยในกรุงลอนดอน (จบ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

(ความเดิมตอนที่แล้ว)

                “แลอาการเจ้าพระยานิกรบดินทรครั้งนี้ ข้านึกวิตกไปว่าหม่อมเจ้าเล็กในกรมหมื่นสุนทรธิบดี เธออยากจะให้ท่านกับท่านผู้หญิงลิ้มสองคนตายายนี้ตายเสียมานานแล้ว ด้วยเธอคิดว่าเธอจะได้เข้าบ้านนั้นสดวก จะได้เข้าไปหลับนอนในบ้านนั้นสบายใจ ด้วยเห็นว่า เจ้าจอมมารดาอึ่ง แลจาด แลนวลก็ดี พระยาจ่าแสนบดี พระยาราชานุประดิษฐ และพระนายศรีสรรักษ์ก็ดี จะว่าอะไรเธอได้ ด้วยเปนแต่ลูกท่าน ถ้าท่านตายายทั้งสองไม่มีแล้ว เธอก็จะยุยงให้วิวาทเปนความมรดกกันขึ้น ครั้นวิวาทกันเสีย ก็จะไม่มีใครว่าใคร ใครกลัวเกรงใคร เธอจะได้เข้าออกอยู่กินได้ตามสบายใจ ส่วนมรดกก็คงจะได้บ้าง เธอจะคิดเห็นดังนี้ ข้าแคลงใจไปดังนี้ เพราะทราบว่าห้าปีมาแล้ว เธอใช้คนเดิรเหินลอบไปมาอยู่ในบ้านนั้น แลให้คนรับใช้ลับ ๆ ในบ้านนั้นก็เดิรไปมา ถึงเธอปิดความไม่ให้เจ้าพระยานิกรบดินทรแลท่านผู้หญิงลิ้มรู้ แต่พวกนักเลงในวังเขาก็รู้อยู่ด้วยกันมาก จนเข้าหูข้าถึงเปนหูช้าหูม้าก็ดี ครั้งนี้ท่านผู้หญิงลิ้มก็ตายลงแล้ว ข้าวิตกไปกลัวเธอจะเหนเปนทีว่า ครั้งนี้สมคิดคาดหมายไว้ครึ่งตัวแล้ว ถ้าเจ้าพระยานิกรบดินทรตามท่านผู้หญิงไปเสียด้วยทีเดียว ก็จะได้ว่ามรดก ฤาลงทุนทำบุญให้ท่านให้แล้วไปเปนครั้งหนึ่ง คราวเดียวจะได้เศษเลยไว้มาก ๆ จะได้เล่นหวย ฤาเล่นอะไรให้สบายใจกระมัง เพราะเหตุนี้ ข้าแคลงไปว่าหม่อมเจ้าเล็กเธอจะแต่งคนไปติดสินบลแก่เมียเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เจ้าพระยานิกรบดินทรท่านใช้สอยนวดฟั้นปฏิบัติอยู่เปนนิตย์นั้นให้ลอบนวดบีบเอาที่สำคัญ ๆ ในตัวท่านเมื่อท่านหลับใหล ฤาเปนลมมัวมึนอยู่อย่างไรไม่รู้ตัวดอกกระมัง จึ่งเกิดวรรณโรคอย่างนี้ขึ้น ท่านไม่เคยเปนแต่หนุ่มจนแก่เลย เหตุไดจึ่งเปนขึ้นดังนี้น่าสงไสย ข้าได้ถามนายจ่ายวด ว่าท่านเมื่อนอนหลับนั้น ใช้ให้เมียเล็ก ๆ น้อย ๆ ปฏิบัตินวดฟั้นฤาไม่ นายจ่ายวดก็รับว่า ท่านใช้ดังนั้นอยู่ ข้าได้สั่งกำชับให้ไปบอกแก่เจ้าจอมมารดาอึ่ง ให้รวังให้มาก อย่าไว้ใจคนพาลๆดังนี้ นายจ่ายวดบอกข้าว่า ได้บอกแก่เจ้าจอมมารดาอึ่งสองครั้งแล้ว ก็นิ่งอยู่ ข้าคิดอย่างไรก็บอกมาให้รู้ ว่านี้ก็เปนการที่ข้าวิตกไป ถ้าไม่ชอบใจก็อย่าถือโกรธถือโทษเลย”

                เรื่องหม่อมเจ้าเล็กนี้ นายพิจารณ์สรรพกิจก็คงจะรับฟังเฉย ๆ เพราะก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เนื่องจากตนเองอยู่ห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน และบิดานั้นก็เริ่มหายจากโรคภัยไข้เจ็บแล้วคงจะมีเรี่ยวมีแรงพอให้เมียสาวตัวน้อย ๆ คอยนวดตามที่สำคัญต่อไป พระลายลักษณ์อักษรจากพระเจ้าแผ่นดินฉบับสุดท้ายที่ทรงถึงอาการของเจ้าพระยานิกรบดินทร กล่าวว่า

                “บอกข่าวถึงนายพิจารณ์สรรพกิจ ให้ทราบว่าพัน ภรรยาก็ดี บุตรชายที่เกิดใหม่ก็ดี ก็อยู่สบายดีอยู่ บิดามารดาภรรยาก็อยู่ดีอยู่ แต่อาการเจ้าพระยานิกรบดินทรนั้น ภายหลังแต่บอกมาก่อน อาการก็คลายมากแล้ว ท่านลุกนั่งขึ้นได้ แต่ยืนเดิรยังไม่สนัด อาหารก็ได้เสมอ ปรกติบ้าง น้อยกว่าปรกติบ้าง อนึ่งเมื่อท่านได้เบี้ยหวัดแล้ว ท่านยื่นเรื่องราวให้พระนายศรีสรรักษ์มาให้ข้าพเจ้าขอออกนอกราชการ ความในเรื่องราวของท่านได้คัดห่อใส่มาให้ดูด้วยแล้วในนี้ พระนายศรีสรรักษ์ว่าท่านยื่นมาดังนี้ เพราะท่านสงสัยว่าเปนยามเคราะห์จะถอยวาสนา ก็จะให้สิ้นเคราะห์เสียคราวหนึ่ง ด้วยการขอออกนอกราชการ ดังพระสงฆ์เสียสละของนิสสัคคีย์ เพราะฉนั้นจึงไม่อยากจะถอดท่าน ข้าพเจ้าจึงผ่อนให้ตามใจท่าน ข้าพเจ้าสั่งให้ส่งตราพระราชสีห์มามอบไว้ให้เจ้าพระยาธรรมานิกรณ์ ดูแลว่าราชการแทนที่ไปกว่าท่านจะหาย ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่อท่านหายแล้ว ก็จะให้ท่านเปนจางวางกรมมหาดไทย ว่าราชการไปตามสติปัญญาของท่านอย่างครั้งเจ้าพระยาอภัยราชา แลเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์แลเจ้าพระยานครศรีธรรมาธิราช เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี แต่แผ่นดินก่อน ๆ แลการศพท่านผู้หญิงลิ้มนั้น กำหนดว่าจะได้ชักมาเมรุวัดกัลยาณมิตร วันพุธ เดือนอ้าย แรม 8 ค่ำ จะได้ปลงวันศุกร์ เดือนอ้าย แรม 10 ค่ำ ท่านว่าตัวท่านจะหายขึ้นจะมาได้ก็ดีฤามาไม่ได้ก็ดี ก็ให้พระยาจ่าแสนบดี พระยาราชานุประดิษฐ์ แลพระนายศรีสรรักษ์พร้อมกัน จัดแจงทำการศพเสียให้แล้วเถิด”

                เรื่องพระมหากรุณาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯที่ผู้เขียนนำมาแสดงต่อท่านผู้อ่านนี้ มิได้มีต่อนายพิจารณ์สรรพกิจแต่ผู้เดียว แต่ทรงแผ่พระเมตตาให้แก่ข้าราชการไทยทุกท่าน ทรงรับสั่งให้ผู้ใกล้ชิดในพระราชวังคอยดูแลบ้านช่องและครอบครัวเป็นอย่างดี ในพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่ง มีข้อความว่า

                “บอกข่าวมาถึงพระยามนตรีสุริยวงศราชทูตผู้เดียว ให้ทราบว่า แม่เป้าป่วยให้ไอมากนอนไม่หลับ อาหารไม่ไคร่จะได้ว่าเปนด้วยโทษครรภ์แก่ตามเคย แต่ก็ยังไม่คลอดบุตรจนทุกวันนี้ ญาติพี่น้องข้างตัวท่านก็ดี ข้างพวกแม่เป้าก็ดี บุตรทุกคนแลภรรยาน้อยทุกคน อย่าให้ออกชื่อรายตัวเลย อยู่ดีกินดีอยู่ทั้งสิ้น ไม่มีเหตุเภทพาลอะไร

                บอกข่าวถึงสรรเพธภักดีอุปทูตให้ทราบว่า หลวงรามโยธีพี่ชายก็ดีพี่น้องอื่นก็ดี ภรรยาหลายคนที่มาอยู่กับท้าวอินทสวริยาในพระราชวัง แลอยู่บ้านบิดามารดาเขานั้นก็ดี ก็อยู่ดีด้วยกันทั้งสิ้น บุตรสามคนนั้นก็อยู่ดีอยู่หมด ขึ้นมาเล่นมาใช้อยู่ที่บนพระที่นั่งมหามณเฑียรนี้กับข้าพเจ้าอยู่ทุกวัน ไม่มีเหตุอะไรในครอบครัวของสรรเพธภักดีที่ควรจะบอกมา

                บอกข่าวถึงจมื่นมณเฑียรพิทักษ์ ตรีทูต ให้ทราบว่ากลิ่นมารดาก็ดี ภรรยาทาสที่อยู่แพก็ดี ก็อยู่สบายดีอยู่ แต่พระพรหมสุรินทร์นั้นป่วยมาแต่ก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้อาการก็คลาย แต่ยังไปรับราชการไม่ได้ เหตุอื่นก็ไม่มีอะไร

                บอกข่าวถึงหม่อมราโชทัยล่ามให้ทราบ ว่ากรมหมื่นเทวานุรักษ์ (บิดาของหม่อมราโชทัย) ประชวรมากมาแต่เดือน 11 ให้หอบหืดอย่างเคยประชวรแต่ก่อน บัดนี้อาการก็คลายแล้ว แต่เหนจะไม่เปนปรกติได้ แลหม่อมเจ้าหญิงในกรมขุนอิศรานุรักษ์ 3 องค์ ชื่อหม่อมเจ้าจิตรหนึ่ง หม่อมเจ้าประภาหนึ่ง หม่อมเจ้าเรไรหนึ่ง ป่วยเปนโรคที่อังกฤษเรียกว่า...ตายแล้วทั้งสาม หม่อมเจ้าเรไร แลหม่อมเจ้าประภานั้น ได้ปลงศพแล้ว แต่หม่อมเจ้าจิตรยังไม่ได้ปลงศพ เพราะยายเกิดมารดามั่งมีจะคิดอ่านทำบุญให้มาก อนึ่ง นก มารดาหม่อมราโชทัยก็อยู่ดีอยู่ดอก ไม่ป่วยข้าอะไร อนึ่ง หม่อมหนูภรรยาอยู่ที่บ้านก็อยู่ดีอยู่ ไม่มีเหตุอะไร

                บอกข่าวถึงจมื่นราชามาตย์ ให้ทราบว่าพึ่ง มารดาก็ดี พุ่มป้าที่อยู่เมืองเพ็ชรบุรีก็ดี ก็อยู่สบายดีอยู่ ไม่มีเหตุอะไร บุตรชาย 2 คน แลสุ่น ภรรยาที่โกรธกัน แลภรรยาทาสที่อยู่บ้านก็อยู่เปนสุขดี ไม่มีเหตุการณ์อะไร”

                นายพิจารณ์สรรพกิจนี้ เป็นคนอายุสั้น หลังจากรับราชการที่กรุงอังกฤษ กลับมาเมืองไทยแล้วได้เลื่อนยศเป็นหลวงเดชนายเวร แต่ถึงแก่กรรมเมื่อต้นรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5