Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวน้อยพระทัยกับคณะทูตไทยที่กรุงลอนดอน โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงส่งคณะราชทูตไทยข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงกรุงอังกฤษ เพื่อถวายพระราชสาส์นแก่พระนางเจ้าวิคตอเรียนั้น พระองค์ทรงมีความสนพระทัยเป็นอย่างยิ่งในทุกข์สุขของข้าราชการในคณะทูต และประสงค์ที่จะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเจริญราชไมตรีครั้งนี้ เพราะฉะนั้นจึงทรงรอคอยข่าวจากประเทศอังกฤษด้วยความกระวนกระวาย เมื่อเรือสำเภาฝรั่งมาจอดทอดสมอ ณ กรุงสยาม และมีถุงเมล์มาส่งถึงพระราชวัง ก็ทรงดีพระทัยตื่นเต้นที่จะได้รับจดหมายซึ่งคณะทูตเขียนมากราบทูล

                แต่เสียดายที่ตัวท่านราชทูตคือพระยามนตรีสุริยวงศ์ หรือท่านอุปทูต คือเจ้าหมื่นสรรเพธภักดีนั้น ในตอนแรกไม่ทำความพยายามเพียงพอที่จะมีจดหมายกราบทูลเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่อองค์พระเจ้าแผ่นดินโดยตรง เมื่อเปิดถุงเมล์ออกก็มีแต่จดหมายส่วนตัวถึงคนนั้นคนนี้ในครอบครัวของข้าราชการแต่ละท่าน ไม่ค่อยมีจดหมายรายงานถึงพระเจ้าแผ่นดินผู้หวังดีสนพระทัยอยู่เสมอ แท้จริงท่านข้าราชการในคณะทูตก็มีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินกันทุกคน แต่การทำจดหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์นั้นเป็นเรื่องยาก ไม่สนุกเท่าเขียนจดหมายถึงเพื่อน ๆ และลูกเมีย สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในระดับฐานะที่สูงเกินไป จึงไม่มีผู้ใดกล้าใกล้ชิดจริง ๆ เมื่อถุงเมล์แบบนี้มาถึงหลายครั้งเข้า ก็ทรงน้อยพระทัย ถึงกับต่อว่าตักเตือนไปในพระลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ ผู้เขียนจึงขอนำมาลงให้ท่านอ่านเล่นสนุก ๆ เพราะคำต่อว่าขององค์พระเจ้าแผ่นดินนี้คมคาย อ่านสนุก และแสดงให้เห็นถึงพระทัยอันงดงามและห่วงใยที่มีต่อข้าราชการใหญ่น้อยในคณะทูตในพระราชหัตถเลขาฉบับที่ 7 ทรงกล่าวว่า

                “หีบนี้ได้รับวันพฤหัสบดี เดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ เวลาบ่ายครั้นวันนั้นเวลาเย็นจึงทราบว่า หนังสือที่วางเวรกรมท่านั้น เจ้าพระยารวิวงศมหาโกษาธิบดีไม่อยู่ไปเมืองนครชัยศรี พระยาราชานุประพันธ์ก็ไม่อยู่ ไปเมืองตราดหลายวันแล้ว ไม่มีใครฉีกออก ให้ฉีกออกแต่ของเสมียนตรากรมท่า ก็เปนหนังสือเล็กไม่มีความ พระยาพิพัฒนโกษาจึงมาทูลกรมหลวงวงศาธิราชสนิท กรมหลวงวงศาธิราชสนิทบังคับให้ฉีกออกแล้วเอามาให้ข้าอ่าน เปนเดนคนอื่นอ่านแล้วอ่านเล่า เขาอ่านให้ฟังทีเดียว แล้วเขาก็เอาไปเสีย ไม่ได้ฉบับไว้ ความข้าก็จำไม่ได้ เจ้าพระยารวิวงศมหาโกษาธิบดีก็ยังไม่มาจนวันนี้ ข้าจะว่าอะไรมาก็ไม่เป็นธุระของข้าแล้ว ด้วยความในหนังสือนั้น ไม่มีชื่อว่าให้กราบทูลเลย เปนแต่ว่าถึงพระยาราชานุประพันธ์ ให้กราบเรียน ฯพณเจ้าพระยารวิวงศมหาโกษาธิบดีเท่านั้นจริง ผิดกับเยี่ยงอย่างหนังสือบอกมาแต่หัวเมืองต่าง ๆ ฤาหลวงไปราชการทั้งปวง เพราะฉนั้นครั้งนี้ข้าเปนแต่คนกินเดนดอก เขาอ่านให้ฟังแล้วเขาก็เอาฉบับไปเสียด้วย หนังสือไม่ได้ถึงตัวข้า”

                ครั้งต่อมาเมื่อวันอังคาร เดือน 9 แรม 13 ค่ำ ก็มีเรือกลไฟนำถุงเมล์เข้ามาอีก คราวนี้สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงวิตกว่าที่ไม่ได้ข่าวโดยตรงจากคณะทูต อาจเป็นเพราะมีข้าราชการเหลวไหล ไปสนใจขายฝิ่นเสียแทน ดังเคยมีตัวอย่างมาแล้ว จึงทรงตักเตือนสั่งสอนไป

                “หนังสือกับสิ่งของที่ฝากมา กว่าจะได้หลายวัน มาช้าโอ้เอ้อยู่ที่นี่เอง แล้วก็กระจัดกระจายอ้อมค้อมไปต่าง ๆ เหมือนอย่างเล่ามานี้ ข้าได้ยินพระยาวรพงศพิพัฒน์เล่าให้ฟังว่า หนังสือราชทูตมาถึงสมเด็จองค์น้อยฉบับหนึ่ง แต่ท่านก็ไม่ได้ให้ข้าดู ข้าก็ไม่ได้ถามท่าน ไม่ได้สืบความว่ากระไรดอก เปนแต่เขาเล่าให้ฟัง ได้ยินแล้วก็นิ่งอยู่ ครั้งนี้จะได้ฟังข่าวทูตก็ยากหนักหนา ต้องใช้คนสืบสวนไปมาหัวกระทบกันไป ลำบากเต็มทีจึงรู้ข่าวบ้าง