Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวน้อยพระทัยกับคณะทูตไทยที่กรุงลอนดอน (ต่อ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

ความเดิมตอนที่แล้ว

การที่จะบอกสุขทุกข์ในครอบครัวบ้านเรือนบุตรภรรยาของพวกทูต ที่นี้ไม่บอกไปแล้ว ให้สืบหนังสือเล็กๆน้อยๆเอาเทอญฯ”

ถึงแม้จะทรงสั่งสอนตักเตือนคณะทูตไปหลายครั้งหลายหนก็ดูเป็นการสั่งสอนที่ยากเย็นเหลือเกิน พวกทูตนั้นก็ดูจะรับฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไปปฏิบัติตามสมควรอยู่ดี ในพระราชหัตถเลขาฉบับที่ 9 ถึงพระยามนตรีสุริยวงศ์ ราชทูต และเจ้าหมื่นสรรเพธภักดี อุปทูตนั้น ท่านผู้อ่านจะสังเกตได้ว่าทรงเริ่มกริ้วแล้ว

“ถ้าท่านคิดถึงข้าพเจ้าอยู่ จงคิดยักย้ายอย่างธรรมเนียมไปเสียบ้าง ข้าพเจ้าจะได้ฟังบ้างดอกกระมัง ซึ่งท่านจะไว้ใจให้ข้าพเจ้าฟังเดนความคนอื่นอ่านแล้วอ่านเล่า ให้ดูหนังสือคนอื่นฉีกแล้วนั้น ไม่ดู ไม่ฟัง ไม่อ่าน เปนแน่ ไหน ๆ ข้าพเจ้าก็เปนคนคนหนึ่ง เปนเจ้าชื่อเจ้าเสียงในราชสาส์น การทูตานุทูตครั้งนี้ จะให้กินเดนท่านผู้อื่นนั้น ไม่กินแล้วในครั้งนี้เปนอันขาด ท่านอื่น ๆ ท่านได้หนังสือฝากของทูต ก็ให้ท่านอวดอ้อไปเถิด ข้าพเจ้าไม่ขอฟังเลยทีเดียว ว่ามาเปนคำขาด อย่าคาดอย่าหมายอย่างอื่นเลย ตั้งแต่วันขึ้นนี้มา หนังสือของพวกทูตจะฝากเข้ามาที่กรุงถึงใครบ้าง ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเลย ถึงใครจะบอกก็ไม่ฟัง อย่าไว้ใจว่าความที่บอกมา ข้าพเจ้าจะทราบแล้ว”

ความจริงคิดแล้วก็ต้องถือว่าเป็นความบกพร่องของท่านราชทูตและอุปทูตที่ไม่ทำหนังสือกราบทูลเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่อพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยตรง หากมิรู้เท่าถึงการในตอนแรกก็ควรจะรีบแก้ตัวแก้ไขความผิดพลาด เมื่อได้รับคำตักเตือนสั่งสอนจากองค์พระเจ้าแผ่นดินเอง แต่คณะทูตนี้ดูจะสอนยากอยู่สักหน่อย เพราะในพระราชหัตถเลขาฉบับที่ 15 ก็ยังไม่มีผู้ใดปฏิบัติตาม

“หนังสือหลายฉบับซึ่งห่อมาด้วยกันนั้น เจ้าพระยาวิวงศมหาโกษาธิบดีท่านเอาไปหมดว่าจะไปแจกไปส่งตามที่ ข้าพเจ้าไม่ได้ฉีกออกมาอ่านดอกแต่สักฉบับหนึ่ง นอกกว่าที่ว่าแล้วข้าพเจ้าก็จะไม่สืบถามขออ่านเลย อย่าวิตกเลย ว่าข้าพเจ้าจะรู้ความในหนังสือเหล่านั้น อย่าเสียใจเลยว่าหนังสือห่อนั้นมาตกถึงมือถึงที่ต่อหน้าข้าพเจ้าเข้าก่อน ข้าพเจ้าไม่ได้สอนสอดลอดรู้อะไรดอก ถึงลางคนในพวกทูตจะได้เพชรใหญ่เท่าเมนสวาด ฤาสบ้าหัวลิง และจะฝากมาให้พ่อตาแม่ยาย ซ่อนถวาย ท่านผู้มีบุญอื่น ๆ นอกจากตัวข้าพเจ้าก็จะได้ดอก ข้าพเจ้าก็จะไม่รู้ ข้าพเจ้าไม่สอนสอดลอดรู้จู้จี้อะไรอย่าวิตกเลย ถึงเจ๊กจีนที่เข้าได้รับธุระทูตฝากหนังสือถึงลูกเมียเย่าเรือนให้ปิดมิดชิดนั้น เขาก็ปิดมิดชิดไม่ได้บอกอะไรแก่ข้าพเจ้าดอก

แต่ถ้าลูกสาวคี่ริวคี่เหร่ของบางคนในพวกทูต ถ้ามาใช้เปนคนเย่าเรือนข้าพเจ้าอยู่ ข้าพเจ้าหาสู้ชอบใจไม่ ที่จะได้รับหนังสือมาแต่เจ๊กแต่จีนลับ ๆ ลี้ๆ เพราะข้าพเจ้าเคยสังเกตว่าตัวข้าพเจ้าถ้าจะฝากหนังสือถึงผู้หญิงที่ผัวเขามี ข้าพเจ้าเคยฝากถึงผัวเขา ให้ผัวเขาให้แก่เมียเขาเอง ครั้งจะให้ผู้อื่นไปส่งแก่ผู้หญิงที่เปนเมียเขานั้น เห็นว่าไม่ชอบกล แต่หนังสือของบิดาถึงบุตรไม่เปนที่รังเกียจ แต่คนถือมานั้น ถ้าเปนผู้ชายอื่นมาลอบให้ ไม่ให้ผัวเขารู้ก่อน ไม่ชอบกลเลย”

น่าสงสารองค์พระจอมเกล้าฯ ที่นอกจากจะมิค่อยได้รับรายงานจากคณะทูตโดยตรงแล้ว ยังต้องทนดูคนอื่นเขาได้จดหมายอยู่เสมอ แม้แต่เหล่าเจ้าจอมพระชายา ก็อุตส่าห์มีเจ๊กจีนนำจดหมายจากคณะทูตมาให้ โดยไม่ผ่านทางพระองค์ผู้เป็นสวามีก่อน จึงทรงต้องต่อว่ามาว่าทำเช่นนี้ไม่ถูก ในฉบับที่ 21 ทรงเขียนถึงเจ้าหมื่นสรรเพธภักดี อุปทูตโดยตรง เรียกท่านผู้นี้ว่า พ่อเพ็ง เพราะทรงเคยใช้เป็นต้นเรือนคนสนิทอยู่ก่อน มีใจความว่า

 

อ่านต่อฉบับหน้า