Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้โอวาทประชากรไทยในวันสงกรานต์ พ.ศ. 2408 (จบ) โดย นพ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

                ความเดิมตอนที่แล้ว

ถึงแม้มนุษย์ทุกคนจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความตายได้ แต่ตามหลักพระธรรมและคำสั่งสอนในพุทธศาสนาแล้ว ก็มีวิธีบางประการที่นักปราชญ์เชื่อกันว่า จะสามารถช่วยทำให้อายุยืนขึ้นได้ คือการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ทำทาน ถือศีล ประกอบอาชีพและความประพฤติในด้านที่เป็นกุศล

ทรงตรัสสั่งสอนในช่วงสุดท้ายนี้ว่า

“แต่ในคำนักปราชญ์ที่สั่งสอนสืบมา ในพระคัมภีร์ที่มีในพระพุทธศาสนา ที่เป็นทางกรรมวาท กิริยวาทนั้น ท่านสรรเสริญทานบางอัน ศีลวัตรบางอย่าง กุศลกรรมบถบางตัว แลการขวนขวายบางทาง ภาวนาบางอารมณ์ บูชาบางวิถี ว่าเป็นที่จะให้ออกผลให้อายุยืน ในทิฏธรรมชาตินี้แลสัปรายภพชาติหน้า แต่ที่จะห้ามความตายให้ขาดไม่ให้มีมานั้นไม่ได้

ถ้ายังเกิดเป็นกายเป็นใจอยู่ตราบใด ก็ยังคงต้องอยู่ในอำนาจความตายจะประหารอยู่ตราบนั้น ไม่มีใครพ้นเลย ถึงใครอายุยืนมากแล้วก็ไม่ไกลกว่าคนอายุสั้นนักเหมือนไม้แก่ไกลกว่าต้นกล้วย ต้นอ้อย

ทางนั้นคือให้เครื่องกันอันตราย ชีวิตสัตว์คือผ้ากรองน้ำเครื่องน้ำแลอื่น ๆ แลเครื่องอุดหนุนชีวิตสัตว์คืออาหารแลสิ่งอื่น ๆ แลยาหรือเครื่องรักษาไข้เจ็บ แลบริจาคทรัพย์จ้างหมอให้มารักษาโรคต่าง ๆ แลเสียทรัพย์ช่วยให้สัตว์ที่จะตายเร็ว ๆ ให้รอดตายไปคราวหนึ่งคราวหนึ่ง

ศีลนั้นคือเว้นจากปาณาติบาตแลวิหิงสา การเบียดเบียนท่านผู้อื่น เบียดเบียนสัตว์

กรรมบถนั้นคืออนภิชณาพยาบาท การที่ไม่มุ่งหมายทรัพย์สินของของท่านผู้อื่นด้วยความโลภจนถึงแช่งให้ผู้นั้นตาย เพื่อประสงค์ของท่านมาเป็นของตัว การขวนขวายนั้นคืออุตส่าห์รักษาพยาบาลคนไข้ ขวนขวายหาหมอมารักษาคนไข้ แลขวนขวายหายา แลแต่อาหารที่ชอบโรคให้คนไข้ แลให้กำลังช่วยผู้รักษาไข้เจ็บ

ภาวนาวิธีนั้นคือประกอบความเมตตากรุณาให้ผู้อื่นทั่วไปเสมอกับตัว แลเป็นที่รัก แลผู้ที่เป็นที่รักของตัว

บูชาวิธีนั้นคือด้วยการปฏิสังขรณ์วัตถุสถานที่บูชา นับถือแลที่อยู่ที่อาศัย ที่สำเร็จสุขประโยชน์ทั่วไปแก่ชนเป็นอันมากนั้น ๆ ให้เป็นปรกติ ดำรงอยู่สิ้นกาลนาน

การทั้งปวงดังกล่าวมานี้ ท่านได้สรรเสริญว่าเป็นเหตุจะให้สำเร็จเป็นสภาคยล เป็นเครื่องจะให้ชนมายุของสัตว์ยืนยาวในทิฏฐ์ธรรมชาตินี้ แลสัณตายภาพชาติหน้า ก็แต่การที่หลบผีหนีสางล้างจัญไรไม่เยี่ยมเยียนใกล้กายผู้ตายผู้ใคร่ หลีกเลี่ยงไปไม่ขอได้ยินข่าวไข้ข่าวตาย ด้วยกลัวว่าจะเป็นอวมงคล ความร้ายความอุบาทว์จะพลอยตามมาถึงตัวด้วยดังนี้

ก็ผู้ที่ถือความสะอาดดังว่ามานี้ เมื่อพิเคราะห์สืบสาวไปก็เห็นว่าตายไปๆ ต้องให้คนที่คลุกคลีอยู่กับซากศพกินนอนอยู่ในป่าช้า ฝังเผาเสียเนือง ๆ ไม่รู้ขาด เพราะการที่ถืออย่างนั้นไม่เห็นจริงพร้อมกัน และไม่ถูกต้องตามคำนักปราชญ์ที่กล่าวสอนไว้ดังว่าแล้วในข้างต้นนั้น

เพราะฉะนั้น ขอท่านผู้มีปัญญาจงรีบร้อนขวนขวายประพฤติการบุญการกุศลเป็นความสุจติตให้มากด้วยกายวาจา แลใจโดยเป็นการเร็ว

เหมือนอย่างชนที่มีที่ศีรษะเพลิงไหม้ แล้วรีบร้อนจะดังไฟในศีรษะของตนฉะนั้น สรรพกุกศลทั้งปวงซึ่งสั่งสมทำให้พร้อมมูลในสันดานด้วยความไม่ประมาทด้วยประการทั้งปวงเทอด”

คำสั่งสอนของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีให้แก่ประชาชนชาวไทยในวันสงกรานต์ เกี่ยวกับความตายการกลัวความตาย การไม่กลัวความตาย และวิธีปฏิบัติชีวิตที่จะมีผลให้อายุยืนขึ้น จึงมีมาเล่าให้ท่านผู้อ่านเพียงเท่านี้