Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแจกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดย นพ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

                พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความรู้และเข้าใจถึงหลักพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง เพราะก่อนขึ้นครองราชสมบัตินั้น ได้ผนวชเป็นพระภิกษุ ศึกษาปรัชญาของศาสนาพุทธอยู่เป็นเวลานานถึง 28 ปี

                กรุงสยามในสมัยนั้นจึงนับได้ว่าอยู่ภายใต้การปกครองของพระมหากษัตริย์ที่มีจิตเป็นพระ บ้านเมืองจึงร่มเย็นเป็นสุขถึงแม้จะมีภัยอันตรายจากต่างประเทศมาคุกคาม คือการเริ่มรุกรานของมหาอำนาจอังกฤษและฝรั่งเศส พระมหากษัตริย์ของไทยก็ทรงพระปรีชาสามารถ มีพิจารณญาณอันสุขุม ช่วยให้บ้านเมืองรอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกาได้ตลอดเวลา

                เมื่อพระองค์ได้ขึ้นครองเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก็มีสิทธิ์ที่จะทำการค้าขาย ส่งเรือสำเภาไทยแล่นออกท้องทะเล ข้ามมหาสมุทรไปดำเนินการค้ากับประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และเมืองแขก

                ในเวลาเดียวกัน เรือสำเภาของฝรั่ง แขก จีน และคนต่างชาติอื่น ๆ ที่มาทอดสมอในกรุงสยาม ก็ต้องขายสินค้าให้แก่พระเจ้าแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่ เพื่อพระองค์จะได้นำสินค้านั้นออกจำหน่ายทำกำไรให้แก่บ้านเมืองต่อไป

                เพราะฉะนั้นหลังจากได้ครองราชสมบัติอยู่เป็นเวลานานหลายปี สมเด็จพระจอมเกล้าจึงมีทรัพย์สมบัติสะสมไว้เป็นจำนวนมาก นับแต่เงินก็ได้หลายพันชั่น ทั้งยังมีเพชรนิลจินดาเครื่องทองเครื่องเงินที่ขุนนางข้าราชการต่าง ๆ ถวาย

                พระองค์จึงทรงตระหนักอยู่เสมอว่าทรัพย์สินเงินทองของเหล่านี้ล้วนแต่เป็นของนอกกาย จะปล่อยให้เพิ่มพูนไว้ก็เป็เนพียงกองกิเลสเท่านั้น

                วันหนึ่งทรงสวรรคตไป ก็ไม่สามารถจะนับติดพระองค์ไปด้วยได้ ตามหลักพระที่ว่าเวลาเกิดก็กำมือมา เวลาตายก็แบมือไป พระองค์เองมีความปรารถนาเพียงประทังพระชีพไปวัน ๆ หนึ่ง ต้องมีเงินทองแค่เพียงเป็นเบี้ยหวัด เงินเดือนของข้าราชการส่วนพระองค์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในพระราชวัง นอกจากนั้นก็ไม่ประสงค์ที่จะเก็บไว้จนสิ้นพระชนม์

                จึงตัดสินพระทัยที่จะแจกจ่ายพระราชสมบัติส่วนพระองค์นี้ให้แก่ญาติพี่น้อง คือพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลาย รวมทั้งแจกจ่ายต่อข้าราชการขุนนางที่ใกล้ชิดสนิทสนม

                ทรงปรารถนาที่จะทำบุญให้ทานต่อผู้อื่นตั้งแต่ยังมีพระชนม์อยู่ เพื่อจะได้มีความสุขพระทัย เมื่อเห็นผู้ได้รับนั้นมีความยินดีและรู้สึกในบุญคุณ

                ทรงมีความคิดเห็นว่าทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์นั้น หากเก็บสะสมไว้จนแก่เฒ่าก็จะมีแต่ลูกหลายคอยแช่งให้ตาย

                นอกจากนั้นถ้าไม่พระราชทานแจกเสียตั้งแต่ยังมีพระชนมายุแข็งแรง เมื่อเสด็จสวรรคตไปแล้วจะไว้ใจให้ผู้อื่นแจกได้ถูกต้องตามพระทัยหรือ

                ตลอดรัชกาลของพระองค์นั้น ทรงมีความคิดระแวงอยู่เล็กน้อย ว่าขุนนางข้าราชการและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ใกล้ชิดนั้น ได้แบ่งออกเป็นสองจำพวก

                พวกแรกคือบุคคลที่มีอายุสูงแล้ว พระองค์ถือว่าเป็นผู้ใหญ่มีความนับถือและทรงปรึกษาหารือข้อราชการอยู่ด้วยเสมอ

                บุคคลเหล่านี้มีความคิดดีต่อพระองค์ มีความปรารถนาจะให้พระองค์มีสุขภาพที่แข็งแรง มีพระชนมายุยืนนาน ปกครองบ้านเมืองต่อไปด้วยความสงบสุข

                และมีคนกลุ่มที่สองที่เป็นข้าราชการขุนนาง หรือพระญาติที่อ่อนเยาว์มีอายุน้อยกว่า พวกนี้เมื่อลับหลังมักจะครหานินทากล่าวลือกันว่าพระองค์นี้ สุขภาพก็อ่อนแอเต็มทีแล้วคงจะไม่มีพระชนม์ยืนอยู่นานได้

                และคนเหล่านี้มักจะไปให้ความจงรักภักดีต่อเจ้านายอื่น ๆ โดยหวังว่าในอนาคตเจ้านายเหล่านี้อาจจะได้ขึ้นครองแผ่นดินแทนพระองค์ และตนเองก็จะได้รับตำแหน่งใหญ่โตตามไปด้วย

                ความรู้สึกของพระองค์นี้ เราเห็นได้จากประกาศฉบับที่ 229 ในหนังสือประชุมประกาศรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2405 ถึง 2408 ตอนหนึ่งมีใจความว่า

(อ่านต่อฉบับหน้า)