Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแจกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ (ต่อ) โดย นพ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

(ความเดิมตอนที่แล้ว)

                ความรู้สึกของพระองค์นี้ เราเห็นได้จากประกาศฉบับที่ 229 ในหนังสือประชุมประกาศรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2405 ถึง 2408 ตอนหนึ่งมีใจความว่า

                “ตัวข้าพเจ้านี้ มีคนเป็นอันมาก ทั้งพระ ทั้งคฤหัส ข้างวัด ข้างบ้าน ทั้งหญิงทั้ชาย ตั้งต้นแต่บ่าวผู้ใหญ่เก่า ๆ ของข้าพเจ้าเองขึ้นไป ย่อมคิดเห็นว่าข้าพเจ้ามีกำลังน้อย ทั้งกำลังกาย กำลังปัญญา คือเห็นว่าซูบผอม ไม่มีเรี่ยวแรงแข็งกล้า โรคภัยมาก เจ็บไข้บ่อย ๆ

                แต่ว่าข้าพเจ้าคิด ๆ พูด ๆ อะไรผิดๆ ถูกๆ ไม่เหมือนท่านทั้งปวงคิดท่านทั้งปวงพูด ด้วยเหตุนี้คนเป็นอันมาก แม้นถึงมิใช่ชังตัวข้าพเจ้า ก็คิดเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนนอกเศษนอกเลย ไม่ควรจะคิดจะหมายให้ได้ลาภขายดี

                        โดยผู้ที่มีความเมตตากรุณาแก่ข้าพเจ้าจริง ๆ ก็มีแต่ปรารถนาอธิษฐานให้ข้าพเจ้าได้ที่พึ่งที่พิงที่อิงที่อาศัย อย่าให้ผู้ใหญ่ในแผ่นดินรังเกียจชิงชัง

                ท่านทั้งปวงเป็นอันมากที่มีความเมตตาแก่ข้าพเจ้าจริง ๆ ก็ปรารถนาสุขประโยชน์แก่ตัวข้าพเจ้าเพียงเท่านี้ ไม่มีใครได้คิดจะให้เป็นใหญ่เป็นโตเป็นใหญ่ก็เจ้านายผู้หญิงที่ไหนแหลม ๆ อยู่ มีทรัพย์สมบัติบ่าวไพร่มาก ท่านทั้งปลายทั้งปวงนึกหมายว่าจะให้ได้แก่ท่านผู้อื่น จะได้ชมบุญตามวันอายุก็ดี ตามทรัพย์สมบัติสติปัญญาก็ดีที่คู่ควรกัน

                ไม่มีใครได้นึกได้หมายได้ลือได้เล่าได้อยากให้ได้แก่ข้าพเจ้า เพราะเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนแก่ เป็นคนโรค เป็นคนจน ความที่จริงๆ ก็ท่านผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง ท่านที่ล่วงแล้วบ้าง ยังบ้างไม่คิดไม่เห็นอย่างคนเป็นอันมากที่ว่ามานั้นคิด แลมารู้มาเห็นความจริงในสติปัญญาแลปรกติธรรมดาของข้าพเจ้า

                แลบางท่านเห็นแก่บิดามารดาข้าพเจ้าจริง ๆ แล้วมาชุบย้อมยกยอข้าพเจ้าให้เป็นโตเป็นใหญ่ แล้วยังคิดอ่านให้ข้าพเจ้าได้เมียสาว ๆ เป็นเจ้าเป็นนาย ซึ่งหลักแหลมที่ผู้อื่นหมายว่าควรแก่ท่านผู้อื่นนั้น ได้เจ้านายเช่นนั้นได้เป็นของข้าพเจ้า

                ความปรากฎในแผ่นดินดังการที่ล่วงมาแล้ว เป็นเกียรติยศแก่ข้าพเจ้าหนักหนา ข้าพเจ้าขอบคุณท่านผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งปวงนั้นยิ่งนัก ไม่ลืมเลย”

                ข้อความข้างบนนี้ รวมแล้วพอจะแสดงให้เห็นว่าทรงบ่นถึงเหตุการณ์สองอัน

                อันแรกคือการที่มีคนเป็นอันมาก คิดว่าพระองค์มีกำลังกายและกำลังปัญญาน้อย เห็นว่าซูบผอมไม่มีเรี่ยวแรง โรคภัยไข้เจ็บก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ และคิดว่าพระองค์ชักจะหลง ๆ คิดไม่ถูกพูดไม่ถูก

                เรื่องที่สองที่ทรงตรัสบ่น ก็คือการที่ผู้ใหญ่หลายท่าน โดยเฉพาะเจ้านายชั้นสูงที่มีทรัพย์สมบัติบ่าวไพร่เป็นจำนวนมาก คือมีอำนาจในแผ่นดินและมีลูกสาวที่เปล่งปลั่งสวยงามมีราศีบารมีเหนือเป็นพิเศษ ตามที่คนโบราณเรียกว่าแหลมนั้น ท่านผู้ใหญ่เหล่านี้ไม่ได้ปรารถนาที่จะยกลูกสาวขึ้นถวายต่อพระองค์ แต่พยายามเก็บไว้ถวายเจ้านายผู้อื่น

                ทรงกล่าวต่อไปว่า

                “แต่มาเสียใจนักหนา ด้วยเหตุการณ์ที่เป็นมาแต่หลังหลายครั้งซ้ำซากมาจนครั้งนี้ ดูเหมือนความคิดความชอบใจของผีสางเทวดาหรือเคราะห์หรือกรรมอะไรๆ ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า สเปอเรเยนซี แปลว่า ผู้ทำข้างบน คือไม่ใช่วิสัยที่มนุษย์ที่จะทำได้นั้นมาทำแก่ข้าพเจ้า ให้สมคิดคนทั้งปวงเป็นอันมากไปเสียหมด ไม่ให้สมคิดท่านผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นอันมากจะลักว่าข้าพเจ้าลับหลังหยาบ ๆ เหมือนอย่างคำตลาดว่ากันว่า สมน้ำหน้าที่เจ๋อเจ๊อ มาเอาของที่ไม่ควรแก่ตัวนั้นไป

                เพราะข้าพเจ้าถูกลูกเสียเมียตายเป็นหลายหนหลายครั้งซ้ำซากมา ลูกคนใดที่แหลม ๆ มีสติปัญญามีทรัพย์สมบัติ หรือลูกคนใดมีตาคือบิดาของมารดา ลูกคนนั้นเป็นผู้ยศศักดิ์ชื่อเสียง แต่มีญาติฝ่ายมารดามาก ลูกเช่นนั้นก็วิบัติไปหลายคน

                เมียที่ควรเป็นเกียรติยศออกหน้าออกชื่อได้ก็เสียไปหลายซ้ำดังนี้ เป็นที่คนเป็นอันมากจะยิ้มเย้ยได้ และการที่เป็นครั้งนี้ก็มิใช่มนุษย์ทำเลย เป็นแต่ดูเหมือนตามใจมนุษย์เป็นอันมากไม่ตามใจผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง”

(อ่านต่อฉบับหน้า)