Get Adobe Flash player

เคราะห์กรรมของนายอินเสน ตอนที่ 1 โดย นพ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

                ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มหาประเทศตะวันตกเช่นอังกฤษ แสดงความสนใจต่อกรุงสยาม ปรารถนาที่จะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเราอย่างใกล้ชิดขึ้น ฝรั่งเขาได้ข่าวว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ฉลาดปราดเปรื่อง สนพระทัยต่อเหตุการณ์ในทวีปยุโรป และสามารถตรัสเจรจากับเขาเป็นภาษาอังกฤษได้ ประเทศอังกฤษจึงส่งราชทูตมาเฝ้าถึงบ้านเมืองเรา และฝ่ายเราก็ให้การต้อนรับเขาอย่างสมเกียรติ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายไว้ในหนังสือลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 9 ว่า

                “เมื่อปีเถาะ พ.ศ. 2398 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย พระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ ทรงแต่งให้เซอร์ยอน เบาริง เป็นอัครราชทูต เชิญพระราชศาสน์และเครื่องราชบรรณาการ เข้ามาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อจะขอทำหนังสือสัญญาให้ประเทศอังกฤษกับประเทศสยามมีทางพระราชไมตรี ตามประเพณีประเทศที่เป็นอิสสระเสมอกันสืบไป

                ที่จริงอังกฤษกับไทยได้เริ่มมีไมตรีกันตั้งแต่สมเด็จพระเอกาทศรถครองกรุงศรีอยุธยา เป็นเวลาแรกที่อังกฤษจะมาค้าขายถึงเมืองไทยในรัชกาลนั้น แต่นั้นมาพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษกับพระเจ้าแผ่นดินสยามก็มีพระราชศาสน์และส่งราชบรรณาการไปมาถึงกันเนือง ๆ แต่ไม่ปรากฎว่าได้เคยแต่งราชทูตแต่ราชสำนักฝ่ายใดไปถึงอีกฝ่ายหนึ่งเหมือนอย่างฝรั่งเศสพระราชศาสน์และศุภอักษรเสนาบดีที่อังกฤษกับไทยมีถึงกัน เป็นแต่ให้พวกพ่อค้าเป็นผู้เชิญไปมา จนสิ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ในรัชกาลที่ 1 ทางประเทศยุโรปกำลังเกิดสงครามนะโปเลียนฝรั่งต่างชาติต้องกังวลด้วยการสงครามนั้นอยู่ช้านาน จนพ.ศ. 2353 พวกสัมพันธมิตรจึงมีชัยชะนะฝรั่งเศส แต่นั้นอังกฤษก็มีอำนาจมากขึ้นทางประเทศตะวันออก...

                อังกฤษทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาทราบภาษาอังกฤษ และมีพระราชหฤทัยนิยมต่อการที่จะสมาคมกับฝรั่ง เข้าใจว่ารัฐบาลไทยคงจะไม่ถือคติอย่างจีนเหมือนแต่ก่อน รัฐบาลอังกฤษจึงเปลี่ยนความคิดเดิม แต่งให้เซอร์ยอน เบาริง เจ้าเมืองฮ่องกง เป็นอัครราชทูตเชิญพระราชศาสน์ของสมเด็จพระราชินีวิตตอเรีย กับเครื่องราชบรรณาการเข้ามาขอทำหนังสือสัญญาโดยทางไมตรี”

                หลังจากอังกฤษเขาส่งราชทูตมาเฝ้าเจตจาทำสัญญาค้าขายระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขออนุญาตส่งกงสุลมาอยู่ประจำที่เมืองเรา คนแรกที่ส่งมาคือนาย HILLIER ซึ่งไทยเราเรียกว่า มิศหินเล ท่านผู้อ่านจะสังเกตได้ว่า เราแปลงมิสเตอร์ เป็น มิศ เฉย ๆ ทั้งนี้มิได้หมายความว่ากงสุลอังกฤษนี้เป็น MISS หรือนางสาว เพียงแต่ฝรั่งนั้นพูดเร็ว ไทยเราได้ยินคำว่า มิสถนัดแต่คำว่า เตอร์ นั้นผ่านหูไป มิสเตอร์ฮิลเลีย เลยเปลี่ยนเพศ กลายเป็น มิศหินเล ไปเสีย นายฮิลเลีย กงสุลอังกฤษคนแรกนี้ในประวัติศาสตร์กล่าวว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยจะยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่น่าจะเป็นนักการทูตเลย เพราะมักจะหน้าตาบูดบึ้ง พูดจาไม่อ่อนโยนเรียบร้อย ไม่ทราบว่าเป็นเพราะต้องการทำท่าปั้นปึ่งแสดงอำนาจให้ไทยเราเกรงกลัวหรือเปล่า สมเด็จพระจอมเกล้าฯ เองก็ทรงเคยปรารภเกี่ยวกับนายฮิลเลียหน้าบูดนี้ไว้ว่า เป็นคน “จองหองแลโกงมาก”

                อย่างไรก็ตามเมื่อกงสุลฮิลเลียเข้ามาถึงเมืองไทย เราก็ให้การต้อนรับอย่างดีสมเกียรติสมฐานะ มีหมายรับสั่งเรื่องจัดการรับรองมิศหินเล กงสุลอังกฤษที่จะมาอยู่ประจำกรุงเทพฯ ให้จัดการรับให้พร้อมทุกหน้าที่ มีใจความว่า

อ่านต่อฉบับหน้า