Get Adobe Flash player

เคราะห์กรรมของนายอินเสน (ตอนจบ) 5 โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                ความเดิมตอนที่แล้ว

                ประกาศฉบับนี้ พิมพ์ออกมาเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2400 มีใจความว่า

                “มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสิงหนาท ได้ประกาศแก่ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย และลูกค้าไทยจีนทั้งปวงให้ทราบทั่วกันว่า

                บัดนี้กงสุงอังกฤษจะสร้างตึกขึ้นในที่ซึ่งโปรดพระราชทานให้ได้บ้านกงสุลโปรตุเกศนั้นจึงได้คิดจะให้ลูกจ้างรับเหมา ทำการก่อตึกตามตัวอย่างที่กงสุลอังกฤษคิดไว้แล้วนั้น ให้แล้วโดยเร็ว

                เมื่อผู้ใดจะขายไม้ ขายอิฐ ขายปูน และของอื่น ๆ แก่กงสุล หรือผู้ใดจะรับจ้างรับเหมาทำการของกงสุล ก็ให้ไปหากงสุลว่ากล่าวราคาค่าจ้างให้ตกลงกัน แล้วจงขาย และรับจ้างทำการตามชอบใจเถิด

                ในหลวงไม่ทรงพระราชดำริติเตียนอันใดดอก จะทรงยินดีด้วยผู้ขายของ และรับจ้าง ซึ่งเป็นคนในพระราชอาณาจักรจะได้เงินตราค่าจ้างเป็นผลประโยชน์ของตัวเลี้ยงชีวิต จะไม่มีความผิดอันใด เพราะที่ขายของรับจ้างต่อกงสุลนั้นเลย

                ประกาศ ณ วันศุกร์ เดือนห้า แรมแปดค่ำ ปีมะเส็ง นักษัตรนพศก”

                ผู้เขียนอ่านศึกษาเรื่องมรณกรรมของนายอินเสนนี้แล้ว ก็รู้สึกค่อนข้างจะแปลกใจ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงทำโทษนายอินเสนอย่างรุนแรงจนถึงแก่ความตาย

                พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ นั้น ทรงมีพระทัยเมตตากรุณาเป็นหลัก ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุในร่มพระพุทธศาสนาเป็นเวลานานถึง 28 ปี ก่อนจะขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินไทย

                และหลังจากทรงลาผนวชมาเป็นพระกษัตริย์แล้ว ก็มักจะมีแต่พระจิตที่เมตตา ช่วยเหลือทั้งคนไทยและคนต่างชาติในกรุงสยามอยู่เสมอ

                เข้าใจว่าคงจะไม่ทรงนึกฝันว่านายอินเสนจะถึงแก่ความตาย อาจจะเพียงปรารถนาปราบนิสัยนายอินเสนให้เข็ดหลาบต่อไปจะได้ไม่กะล่อนช่วยฝรั่งโกงไทยอีก

                เมื่อไม่สามารถกระทำร้ายต่อฝรั่งได้ จึงรวมความพิโรธลงมาสู่คนไทย นายอินเสนซวยถึงที่ จึงเคราะห์ร้ายชะตาขาด หากฝรั่งสำรวมกิเลสขอเช่าที่ดินเพียง 25 หรือ 50 ปี นายอนิเสนคงทนหวายได้

                แต่นี่ท่านขอเช่าเสียเกือบร้อยปี นายอินเสนเลยต้องตาย

                เอกสารอังกฤษมิได้ระบุไว้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้ทรงอุปการะเลี้ยงดูลูกเมียนายอินเสนบ้างหรือเปล่า

                ตามธรรมดาในสมัยโบราณ หากผู้นำของครอบครัวทำผิด และถูกพระราชอาญาลงโทษ ลูกเมียทั้งหลายก็จะตกระกำลำบาก ถูกยึดที่ดินทรัพย์สมบัติมาเป็นของหลวง ญาติพี่น้องต่างก้หวั่นกลัวภัยไม่กล้าอุปการะช่วยเหลือ จึงมักต้องรับกรรมกลายเป็นขอทานกระยาจกกันสิ้น

                ส่วนเรื่องเฆี่ยนโบยหลังนั้น ก็มีต่อมาอีกหลายรัชกาล เพียงแต่ดูจะน้อยลงทุกที เพราะประเทศของเราค่อย ๆ ศิวิไลซ์ขึ้น หากมัวแต่เฆี่ยนโบยกันมาก ก็ขายหน้าคนต่างชาติเขา

                แม้ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช ก็มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง ที่มีดินระเบิดไฟไหม้คลังดินกระสุนในพระบรมมหาราชวัง

                และหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดขนทรัพย์สมบัติส่วนตัวหลบหนีลงเรือสำเภาไปเมืองเขมร จึงเป็นที่สงสัยและกล่าวหาว่าหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดนี้ เป็นตัวการคนหนึ่งในการเผาตึกดินระเบิดนี้

                เมื่อตำรวจพระราชวังไม่สามารถติดตามจับตัวหม่อเจ้าหญิงฉวีวาดกลับมาจากเมืองเขมรได้

(อ่านต่อฉบับหน้า)