Get Adobe Flash player

เมื่อพระเจ้าเสือต่อยปาก (1) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                ในกรุงสยามโบราณ ผู้ที่เกิดมาเป็นเจ้าฟ้าชายนั้น ต้องฝึกหัดเรียนรู้หลายวิชา ตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นหนุ่ม ฝวึกมันสมองให้เฉียบแหลมโดยเรียนภาษาไทย แขก ฝรั่ง บาลี สันสกฤต และหลักพระพุทธศาสนา และบำรุงร่างกายโดยหัดขี่ม้า ขี่ช้าง ฟันดาบ รำทวน รวมทั้งการเรียนมวยไทย และมวยปล้ำ

                เจ้าชายที่เก่ง ๆ นั้น เวลาเติบโตขึ้นมา จึงมีลักษณะเป็นนักเลงอยู่สักหน่อย เพราะมีข้าราชบริพารติดตามอยู่เสมอ จะแสดงอำนาจต่อผู้ใดก็ไม่มีใครกล้าว่า สมเด็จพระเจ้าเสือนี้ ก็ทรงเป็นเจ้าชายที่เก่งกาจสามารถ และยอดเฮี้ยวมาแต่ยังเยาว์

                พงศาวดารเล่าว่า พระเจ้าเสือนั้นเป็นโอรสของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเกิดกับเจ้าหญิงชาวเหนือราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ แต่เพราะสมเด็จพระนารายณ์ไม่ประสงค์ที่จะรับเลี้ยงด้วยพระองค์เอง จึงทรงยกให้แก่สมเด็จพระเพทราชา ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่คนสนิท

                พระเพทราชานั้น เป็นควาญช้างเก่าจากเมืองสุพรรณบุรี ร่างกายกำยำแข็งแรง และมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมในการขี่ม้า ขี่ช้าง และวิชาการรบทั้งปวง จึงได้ถ่ายทอดความรู้นี้ให้แก่พระเจ้าเสือ ความเก่งของพระเจ้าเสือนี้ จึงผิดมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

                พระราชพงศาวดารเล่าเรื่องความกล้าสามารถของนายเดื่อ หรือพระเจ้าเสือนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า

                “ในขณะนั้น ช้างพลายซ่อมตัวหนึ่ง เป็นช้างเพชฌฆาตสำหรับฆ่าคนโทษถึงตายร้ายกาจยิ่งนัก ถ้าและตกน้ำมันแล้ว ถึงหมอช้างผู้ใดที่ดี ขับขี่เข้มแข็ง ก็มิอาจสามารถจะขี่ไปลงน้ำได้ และผูกตรึงไว้ ณ โรงนั้น

                ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง นายเดื่อมหาดเล็กรู้เหตุดังนั้น ก็ไปยังโรงช้างพลายซ่อม และจะขึ้นขี่พลายซ่อมเอาไปลงน้ำให้จงได้ หมอควาญทั้งหลายห้ามก็มิฟัง และเข้าแก้ออกจากตะลุง แล้วก็ขี่เอาไปลงน้ำได้โดยสะดวก

                ด้วยบุญญาเป็นมหัศจรรย์ และอานุภาพสรรพเวทมนตร์ คาถาวิชาคุณอันภาวนานั้นด้วยดี จะได้เป็นอันตรายนั้นหามิได้

                ส่วนพระหลวงขุนหมื่นกรมช้างทั้งหลายก็เอาเหตุนั้นขึ้นกราบทูลพระกรุณา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัวทราบเหตุดังนั้นก็ตกพระทัย จึงดำรัสให้กรมช้างทั้งหลายผูกช้างพังหลายเชือก พร้อมไปด้วยเชือกบาศเร่งรีบไปช่วยโดยเร็ว

                พอนายเดื่อเอาช้างพลายซ่อมไปลงน้ำ แล้วกลับขึ้นมาถึงโรงได้โดยปรกติแล้วผูกไว้ ณ โรงดังเก่า และกรมช้างทั้งหลายก็กลับเอาเหตุมากราบทูลพระกรุณาให้ทราบ

                พระบาทบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสทราบประพฤติเหตุอันนายเดื่อขี่ช้างพลายซ่อมให้ ปราศจากภยันตรายดังนั้น ก็ทรงพระปีติโสมนัส จึงดำรัสให้หานายเดื่อมหาดเล็กเข้ามาเฝ้าแล้วก็มีพระราชโองการตรัสว่า “ตัวเอ็งขี่ช้างแกล้วกล้าเข้มแข็งนัก จงเป็นหลวงสรศักดิ์ไปช่วยราชการบิดาแห่งเอ็งในกรมช้างเถิด”

                ความรู้อีกอันหนึ่ง ที่ได้จากข้อความในพงศาวดารนี้ คือในแผ่นดินพระนารายณ์มีการฆ่านักโทษโดยใช้ช้าง

                ผู้เขียนเคยเห็นรูปภาพการฆ่านักโทษในประเทศอินเดียสมัยโบราณ เขาให้นักโทษนั่งคุกเข่า มือทั้งสองถูกมัดไว้ข้างหลัง และให้ก้มหน้าวางหัวลงบนขอนไม้ เมื่อถึงเวลาต้องตาย ควาญช้างก็บังคับให้ช้างดุนั้นยกเท้าหน้าขึ้นสูงข้างหนึ่ง แล้วก็ตะปบทุบลงบนหัวนักโทษ จนกว่าจะกะโหลกแตกสมองเละตายอยู่ตรงนั้น

                เข้าใจว่าต้องทุบกันหลายที เพราะเท้าช้างนั้น ถึงแม้จะหนักก็ค่อนข้างนุ่ม คนที่ถูกเหยียบอาจไม่ตายทันทีเสมอไป

                อ่านต่อฉบับหน้า