Get Adobe Flash player

เมื่อพระเจ้าเสือต่อยปาก (จบ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                ความเดิมตอนที่แล้ว

                เป็นที่น่าสังเกตว่า เวลาหลวงสรศักดิ์พูดกับเจ้าแม่วัดดุสิตนี้ ต้องใช้ราชาศัพท์เหมือนทูลต่อพระราชวงศ์ชั้นสูงสุด แสดงให้เห็นว่า เจ้าแม่วัดดุสิตนี้ เป็นเจ้านายที่มีอำนาจวาสนาสูงแค่ไหน

                เจ้าแม่ผู้เฒ่าได้ฟังดังนั้น ก็เห็นด้วยว่า ความผิดอยู่ที่เจ้าพระยาวิชเยนทร์ที่กระทำการข่มเหงลบหลู่ดูหมิ่นพุทธศาสนา

ความจริงแล้ว ในแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เราได้แสดงความเมตตากรุณาต่อคนต่างศาสนา ยินยอมให้ประชาชนนับถือศาสนาที่ตนเลือกได้อย่างสบาย ไม่ขู่เข็ญบังคับให้ทุกคนนับถือพุทธศาสนาอันเดียว ในกรุงศรีอยุธยา มีแขกศาสนาอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วก็มีฝรั่งที่นับถือศาสนาคริสตัง ทั้งระบบคาทอลิค และโปรแตสแตนท์

                แขกนั้นมีความดีอยู่ที่นับถือพระเจ้าอัลล่าห์ของเขาเงียบ ๆ

                แต่บาทหลวงฝรั่งนั้น มีนิสัยไม่ดี บูชาพระเจ้าของเขาเองแล้วไม่พอ ยังฉวยโอกาสด่าว่าลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาพุทธอีกด้วย ไม่เคยนึกที่จะกตัญญูรู้คุณในพระกรุณาของพระเจ้าแผ่นดินสยามเข้าทำนองกินในเรือนขี้บนหลังคานั้นเอง

                เจ้าพระยาวิชเยนทร์นั้น สนิทสนมกับบาทหลวงฝรั่งเศส จึงถูกเป่าหูอยู่เรื่อย ให้กระทำร้ายต่อพระภิกษุไทย วิธีหนึ่งที่ท่านพยายามกลั่นแกล้งคือสึกเอาพระภิกษุจากวัดมาใช้งานโยธา พระของเราไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มหรือแก่เฒ่า จึงต้องกลายเป็นกรรมกรขุดดิน

                ในเวลาเดียวกัน บาทหลวงฝรั่งเศสทั้งหลายก็ห้ามคนไทยที่เข้ารีต มิให้ทำงานอันใดที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาหรือประเพณีโบราณของกรุงสยาม ใครที่เข้ารีตกลายเป็นคริสตังแล้ว หากพระเจ้าแผ่นดินจะทรงเรียกตัวมารับใช้ในงานวัด เช่นในวันมาฆะบูชาหรือวิสาขบูชา เป็นต้น หรือในพิธีอะไรก็ตามที่มีพระภิกษุไทยนั่งสวดมนต์อยู่ก็จะพยายามหลีกเลี่ยงหลบหนีไปพึ่งบาทหลวงคริสตัง แล้วสมเด็จพระนารายณ์ก็ไม่กล้าติดตามเอาตัวมาทำโทษ เพราะทรงเกรงพระทัยฝรั่งผู้เผยแพร่ศาสนาเหล่านี้

                ขณะนั้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงประทับอยู่ที่พระราชวังเมืองลพบุรี เจ้าแม่วัดดุสิตจึงรีบเสด็จลงเรือพระที่นั่ง ออกจากกรุงศรีอยุธยาแล่นตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงขึ้นไปเมืองลพบุรีทันที ท่านเอาหลวงสรศักดิ์ติดเรือไปด้วย แต่เมื่อเรือเทียบท่าพระราชวังแล้ว ก็สั่งให้หลวงสรศักดิ์แอบอยู่นอกลับแลก่อน หากเข้าไปให้พระนารายณ์เห็นหน้า เดี๋ยวจะทรงพิโรธขึ้นมา เลยจะกราบทูลขออภัยให้ไม่ได้

                เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ทอดพระเนตรมาเห็นเจ้าแม่วัดดุสิต ก็ยกพระหัตถ์ขึ้นกราบไหว้ทันที และเชิญให้นั่งข้างเคียงกัน ตรัสถามว่า

                “พระมารดาขึ้นมาด้วยธุระสิ่งใด”

                เจ้าแม่ผู้เฒ่าวัดดุสิตจึงกราบทูลว่าเหตุผลต่าง ๆ ให้ทรงทราบ พระนารายณ์ความจริงตระหนักในความผิดของเจ้าพระยาวิชเยนทร์อยู่แล้ว ก็ทรงเข้าพระทัยเห็นห้องด้วยกับพระนม แต่ยังพิโรธในความประพฤติของหลวงสรศักดิ์อยู่ดี จึงให้เบิกตัวพระโอรสลับเข้ามาหา

                เมื่อนายเดื่อคลานมาหมอบถวายบังคม ก็ทรงติเตียนกล่าวว่าอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งหลวงสรศักดิ์ก็รับฟังโดยไม่ตอบอะไร เพราะโดนด่าก็ยังดีกว่าหัวขาด

                หลังจากนั้นจึงพระราชทานอภัยโทษให้ ทรงเชิญเจ้าแม่วัดดุสิตพักผ่อนที่พระราชวังให้หายเหน็ดเหนื่อยสองสามวันต่อมาจึงเสด็จส่งที่เรือพระที่นั่งเพื่อเดินทางกลับไปกรุงศรีอยุธยา

                เรื่องสมเด็จพระเจ้าเสือต่อยปากเจ้าพระยาวิชเยนทร์นี้ จึงจบลงโดยพระเจ้าเสือเป็นผู้ได้เปรียบที่สุด เพราะไม่ต้องถูกเฆี่ยนหรือจำคุก

                ส่วนเจ้าพระยาวิชเยนทร์นั้น น่าสงสารที่ต้องหายหล่อ เพราะฟันหักสองซี่ กลายเป็นเสนาบดีฟันหลอ ซ้ำโขนละครก็ไม่ได้ดู

                ส่วนพระภิกษุทั้งหลายที่ถูกสึกออกมาเป็นกรรมกรนั้น พระราชพงศาวดารมิได้กล่าวถึง ว่าได้กลับไปเป็นพระในวัด หรือไม่ ผู้เขียนวิตกว่า เป็นเพียงประชาชนคนไทย คงจะไม่มีความสำคัญพอ และถูกลืมไปเสียสิ้น