Get Adobe Flash player

สามวาระที่ทำให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เกือบไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

ตอนที่ 1

                เราทราบจากพงศาวดารว่า สมเด็จพระเจ้าเสือทรงมีพระโอรสสำคัญอยู่สองพระองค์ องค์โตรับราชสมบัติต่อจากพระองค์ องค์โตรับราชสมบัติต่อจากพระองค์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ส่วนองค์น้องนั้น ดำรงตำแหน่งเป็นพระมหาอุปราชวังหน้าตลอดรัชกาลของพระเชษฐา เป็นเวลานานถึง 26 ปี

                จนถึงปี พ.ศ. 2276 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระทรงพระประชวรหนัก พงศาวดารไทยไม่ได้บอกว่าเป็นโรคอะไร แต่จดหมายเหตุบาทหลวงฝรั่งเศสเขาเล่าไว้ว่า ทรงเป็นพระยอด คือฝีขึ้นบนเพดานในพระโอษฐ์ ทำให้เพดานในพระโอษฐ์นั้นเน่า พยายามรักษาพยาบาลกันด้วยแพทยศาสตร์แผนไทยก็ไม่หาย ถึงกับแพทย์ไทยโบราณโดนตัดหัวขาดไปกว่ายี่สิบคนแพทย์บาทหลวงฝรั่งถูกขอให้เข้าไปถวายรักษาในพระราชวังก็สามารถทำให้พระอาการกระเตื้องดีขึ้นชั่วคราวลงท้ายก็เสด็จสวรรคตภายในเวลาประมาณปีหนึ่งต่อมา

                บันทึกบาทหลวงฝรั่งเศส มองซิเออร์ โอมอง ซึ่งประจำอยู่ที่โบสถ์คริสเตียนเมืองมะริด กล่าวว่า

                “พระเจ้าแผ่นดินทรงพระประชวรมากเป็นพระโรคเพดานพระโอษฐ์เน่า เขาพูดกันว่า หมอได้ถูกประหารชีวิตกว่ายี่สิบคนแล้วเพราะรักษาพระโรคนี้ไม่หาย ภายหลังพระเจ้าแผ่นดินได้โปรดให้มาขอหมอจากท่านสังฆราช ท่านสังฆราชได้ส่ง ยวง คาคอสตา ให้ไปถวายพระโอสถ

                ยวง ดาคอสตา ได้ไปรักษาพระอาการจนเดี๋ยวนี้ก็หายพระประชวรแล้ว พระเจ้าแผ่นดินทรงรู้สึกบุญคุณ จึงรับสั่งให้มาบอกท่านสังฆราชว่า ถ้าจะต้องการอะไรก็จะทรงช่วย”

                แต่ในจดหมายของมองซิเออร์ เลอ แบร์ ที่เขียนในปีต่อมา เล่าต่อไปว่าทรงพระประชวรอยู่ได้เกือบปีหนึ่งก็เสด็จสวรรคต การที่ทรงมีแผลเป็นฝีอยู่ตรงเพดานในพระโอษฐ์ เป็นชนิดเรื้อรังอยู่ได้ร่วมปีกว่าจะสิ้นพระชนม์นี้ ถ้าคิดพิจารณาตามทรรศนะของแพทย์สมัยใหม่ ก็สงสัยว่าอาจจะไม่ใช่ฝีธรรมดา

                คำว่าฝีหรือ Pustule หมายถึงแผลที่เกิดขึ้นเพราะเชื้อแบคทีเรีย เช่น Staphylococcus Aures หรือ Streptococcus Pyogenes เข้าไปฝังตัวอยู่ในผิวเนื้อ แล้วก็ก่ออาการอักเสบจนเกิดเป็นตุ่มเป็นหนองขึ้น

                ในสมัยโบราณไม่มียาปฏิชีวนะรักษา เชื้อโรคก็สามารถแผ่กระจายขยายตัวจากเพดานไปสู่จมูกและแก้มลามเข้าสู่ส่วนไซนัส และทะลุเข้าไปถึงสมอง ถึงแก่ความตายได้ภายในเวลาอันสั้น

                ส่วนมะเร็งหรือเนื้องอกที่เกิดขึ้นในปากนั้น จะค่อย ๆ เติบโตแบบช้า ๆ และมักจะไม่ก่อความเจ็บปวดมากนักเป็นเพียงแผลที่รักษาไม่หาย ใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี กว่าจะแผ่ลามไปสู่ส่วนสำคัญอื่น ๆ แห่งร่างกาย และทำให้สูญเสียชีวิตไปในที่สุด

                การที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระทรงมีแผลตรงเพดาน ทำให้พระโอษฐ์เน่าอยู่เป็นเวลาร่วมปีนี้ ทำให้แพทย์สมัยใหม่สงสัย ว่าอาจจะเป็นโรคมะเร็ง

                คนโบราณนิยมกินหมาก กินพลูผู้ชายก็สูบบุหรี่กล้องยาเสพติด สามารถเป็นมะเร็งในปาก เพราะธาตุเคมีพิษต่าง ๆ ได้

                ที่ผู้เขียนตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เกือบไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้น เพราะจำได้ว่าเคยอ่านในหนังสือพงศาวดาร ว่ามีเหตุการณ์สามครั้งเกิดขึ้นในชีวิตของพระองค์ ที่ทำให้เส้นชีวิตของพระองค์นั้นเกือบขาด แต่อาศัยที่ดวงชะตาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศนี้ยังแข็งและเหนียวแน่นพอ จึงสามารถพ้นอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิดทั้งสามคราว

                และในที่สุดก็สามารถขึ้นเสวยราชเป็นพระเจ้ากรุงสยามได้เมื่อพระชนมายุมากแล้ว คือ 53 พรรษา และดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ยึดอำนาจอยู่ได้เป็นเวลานานถึง 25 ปี กว่าจะเสด็จสวรรคต ก็มีพระชนม์ถึง 78 พรรษานั้น ซึ่งแสดงว่า อริยบุคคลผู้นี้ มีบุญวาสนามากทีเดียว

                เหตุการณ์ร้ายแรงครั้งแรก ที่เกือบจะบั่นทอนชีวิตของพระองค์ เกิดขึ้นในแผ่นดินของสมเด็จพระราชบิดาพระเจ้าเสือ วันหนึ่งขณะติดตามพระบิดาไปล้อมช้างที่เมืองนครสวรรค์ เป็นฤดูฝน มีฝนตกน้ำท่วมนองไปทั้งป่าขบวนเดินป่าของพระเจ้าเสือต้องหยุดยั้ง เพราะมีบึงใหญ่ขวางอยู่ข้างหน้า

(อ่านต่อฉบับหน้า)