Get Adobe Flash player

สามวาระที่ทำให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เกือบไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน (ตอนที่ 2 ต่อ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

ตอนที่ 2 (ต่อ)

ความเดิมตอนที่แล้ว

                สมเด็จพระอัยกี กรมหลวงเทพามาตย์นี้ ผู้เขียนเข้าใจว่าเป็นมเหสีของสมเด็จพระเพทราชา พงศาวดารเล่าไว้ว่า สมเด็จพระนารายณ์ทรงได้เจ้าหญิงเชียงใหม่มาองค์หนึ่ง ตอนที่ส่งเจ้าพระยาโกษาธิบดีไปตีเมืองเชียงใหม่จนเมื่อเจ้าหญิงตั้งครรภ์แล้ว ก็ยกให้อยู่ในความดูแลของสมเด็จพระเพทราชาเพราะได้ทรงประกาศไว้ว่า พระมเหสีใหญ่องค์เดียวมีสิทธิ์ตั้งพระครรภ์ได้ เจ้าจอมและพระสนมทั้งหลายหากตั้งครรภมีท้องก็ต้องรีดลูกออก

                ครั้นเจ้าหญิงเชียงใหม่องค์นี้ตั้งท้องเพราะพระองค์ ก็ทรงนึกสงสารไม่อยากให้รีดลูก เพราะพระสนมกำนัลต้องรีดลูกแล้วถึงแก่ความตายไปหลายคน จึงทรงแอบยกให้แก่พระเพทราชาเลี้ยงดูอย่างลับ ๆ

                เมื่อประสูติพระบุตรออกมา เรียกว่านายเดื่อ คือพระเจ้าเสือนี่เอง และพระเทพามาตย์นี้ก็คงได้ช่วยเจ้าหญิงเชียงใหม่ชุบเลี้ยงพระเจ้าเสือให้เติบโตเจริญวัย พงศาวดารจึงเรียกพระองค์ว่าพระมารดาเลี้ยง

                กรมพระเทพามาตย์ ขณะนั้นคงมีพระชนมายุมากแล้ว เพราะพระเจ้าเสือเองก็เข้าวัยชรา แต่เมื่อได้รับข่าวว่าหลานชายทั้งสองอยู่ในภาวะลำบากเพราะความโหดร้ายของพ่อ ก็ตกพระทัยอย่างยิ่ง ตรัสเรียกนางข้าหลวงให้เตรียมฝีพายเร็ว เดินทางทั้งกลางวันกลางคืน ใช้เวลา 4 วันก็มาถึงนครสวรรค์

                ที่นานกว่าตอนหลวงเกษตรรักษาลงจากนครสวรรค์ ก็คงเป็นเพราะเรือพระที่นั่งนี้ลำใหญ่กว่า ถึงแม้จะมีฝีพายมากก็คงแล่นช้ากว่าเรือลำเล็ก ๆ ของตำรวจน้ำ

                กรมพระเทพามาตย์นี้ ทรงเป็นกุลสตรีโบราณที่มีดวงจิตเปี่ยมไปด้วยความกรุณา ถึงแม้จะแก่ชรามากแล้วก็ยอมทนลำบากพระวรกาย ต้องประทับอยู่บนเรือเป็นเวลานานถึงสี่วัน เพื่อจะช่วยชีวิตหลานชายทั้งสองของพระองค์ ซึ่งป่านนี้ก็ถูกเฆี่ยนต่อไปอีกถึงองค์ละ 240 หวาย

                เมื่อเสด็จมาถึงพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าเสือ พระราชมารดาเลี้ยงก็ทรงเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินทันที สมเด็จพระเจ้าเสือทรงลุกขึ้นต้อนรับ และเชิญให้ประทับด้วยกันบนราชอาสน์ตรัสถามว่า

                “ซึ่งเจ้าคุณขึ้นมานี้ ด้วยกิจธุระเป็นประการใด”

                กรมพระเทพามาตย์จึงกราบทูลว่า

                “ได้ยินข่าวลงไปว่า พระราชบุตรทั้งสองเป็นโทษ จึงอุตสาหะขึ้นมาหา ทั้งนี้เพื่อจะทูลของพระราชทานโทษ”

                สมเด็จพระเจ้าเสือจึงทรงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

                “อ้ายสองคนนี้มันคิดการเป็นกบฏเดิมข้าพเจ้าให้มันเป็นแม่กองถมถนนข้ามบึง มันแสร้งทำเป็นพลุหล่มไว้ ให้ช้างซึ่งข้าพเจ้าขี่นั้นเหยียบถลำลงแล้ว มันคงจะคิดกันฆ่าข้าพเจ้าเสีย จะเอาราชสมบัติ”

                กรมพระเทพามาตย์ก็ทรงปลอบว่า

                “อันพระราชบุตรทั้งสองนี้ เป็นลูกเพื่อนทุกข์เพื่อนยากของพ่อมาแต่ก่อน และซึ่งจะคิดการกบฎประทุษร้ายต่อพ่อนั้นหามิได้”

                พระราชพงศาวดารเล่าว่า กรมพระเทพามาตย์ต้องทรงวิงวอนของพระราชทานโทษเป็นหลายครั้งหลายคราว จนในที่สุด สมเด็จพระเจ้าเสือทรงขัดพระราชมารดาเลี้ยงไม่ได้ เพราะเป็นผู้มีพระคุณล้นเกล้าพระองค์มาแต่ยังเยาว์ จึงตรัสแบบน้อยพระทัยเสียไม่ได้ว่า

อ่านต่อฉบับหน้า