Get Adobe Flash player

พระไตรปิฎกภาษาไทย(ต่อ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับสนองพระราโชบายโดยรัฐบาลขณะนั้น ฯพณฯ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้ให้การสนับสนุนจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องมาจนแล้วเสร็จ ทำให้การงานสำเร็จลุล่วงภายใน 5 ปี ทันวาระเฉลิมฉลองที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ
พระราชวรมุณี อธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บริหารสถาบัน และประธานคณะบรรณาธิการกล่าวว่า
“...มีหลายขั้นตอนในการทำงานที่จะต้องเป็นที่ยอมรับ ต้นฉบับต้องผ่านทั้งคณะทำงานกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ จนมาถึงคณะบรรณาธิการ ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย ต้องตรวจสอบความถูกต้องครั้งแล้วครั้งเล่า เรายึดพระราโชบายที่ว่า ให้อ่านเข้าใจง่าย แต่รักษาอรรถ รักษาธรรม รักษาความถูกต้องเสมอ ดังนั้น ถ้ายังมีใครอ่านต้นฉบับแปลแล้วไม่เข้าใจ ก็ยังผ่านไม่ได้
มีคติว่า “ผู้แปลจะต้องเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองแปล” เพราะฉะนั้น ถ้ายังไม่ผ่านก็ต้องแก้ไขงาน จะต้องช่วยกันกวดขันความถูกต้อง ความกลมกลืน สมนัย ไม่ให้ลักลั่น
นอกจากนี้ เพื่อความถูกต้องทางวิชาการ ถ้าเกิดสงสัยอะไรขึ้นมา ก็จะต้องมีการตรวจสอบกับฉบับแปลอื่นๆด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาพม่า ตรวจสอบกับคัมภีร์อรรถกถาฎีกาต่างๆ ซึ่งก็จะเป็นบรรทัดฐานว่าพระไตรปิฎกนั้นจะแปลตามใจไม่ได้เพราะอรรถกถาจะกำหนดไว้เลยว่า คำนั้น ประโยคนั้นหมายความว่าอย่างไร
เราให้ความเคารพสำนวนเดิม แต่ก็จะปรับเป็นภาษาที่อ่านได้ เข้าใจง่ายมากขึ้น ถ้ามีอะไรที่แตกต่างจากที่บูรพาจารย์ท่านแปลกันมา ถ้าเป็นเรื่องสำคัญก็จะต้องมีการทำเชิงอรรถชัดเจน
การระดมความคิด วิพากษ์วิจารณ์ หาเหตุผลเพื่อให้ได้ความถูกต้องต่างๆ ทำให้ทุกท่านทุกฝ่ายต้องอ่านต้องตรวจสอบงานหลายครั้ง ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ทำงานเองก็เกิดความเข้าใจซาบซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและการศึกษา เผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป”
มหาจุฬาฯ ได้จัดงานสมโภช 2 วัน วัดมหาธาตุฯ อันเป็นที่ตั้งของมหาจุฬาฯ เนืองแน่นไปด้วยพระภิกษุ-สามเณร ประชาชน ที่แวะเวียนมาร่วมงาน มีการถวายภัตตาหารพระสงฆ์ อภิปรายบรรยายธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสวดสังคีติการก และพระธรรมเทศนา 3 ธรรมาสน์ จำลองเหตุการณ์สังคายนาพระไตรปิฎกแต่ครั้งโบราณกาล ในการนี้ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานมอบพระไตรปิฎกแก่เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศ ในยามเย็นของวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน
อุโบสถวัดมหาธาตุฯ สว่างไสวด้วยบรรยากาศของธรรมะ และวิชาการ เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อราว 200 ปีก่อน ในรัชสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎก และได้เสด็จฯลงพร้อมด้วย กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ดูแลถวายน้ำปานะพระเถระที่มาประชุมร่วมกันสังคายนาพระไตรปิฎก ณ วัดมหาธาตุฯในครั้งนั้น วัดมหาธาตุฯ จึงเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเสมอมาทุกยุคทุกสมัย
ในการจัดทำพระไตรปิฎกภาษาไทย ครั้งนี้ มีพระเถระและพระผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมกันทำงาน โดยมหาจุฬาฯจัดพระเจ้าหน้าที่และนักวิชาการเข้าไปร่วมดำเนินการ เป็นบรรยากาศแห่งวิชาการที่มีคุณธรรม ทั้งวิริยะ สามัคคี เป็นรากฐาน ทำให้การจัดทำมีความประณีต ละเอียดลออ เพื่อความถูกต้องและอำนวยประโยชน์แก่ผู้ศึกษาค้นคว้า สมตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการศึกษา เผยแพร่หลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกให้กว้างขวางออกไป
จึงเป็นที่น่ายินดีที่พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นี้ สำเร็จทันวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นปีสำคัญของชาวไทย และยังสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการจัดทำตั้งแต่แรกเริ่ม คือการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ชาวไทยร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมี และที่จะปฏิเสธมิได้เลยก็คือ พระพุทธศาสนา ได้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการหล่อหลอมวิถีชีวิตไทยให้มีหนทางเผชิญกับความทุกข์ และแก้ไขปัญหาต่างๆได้ด้วยคุณธรรมตลอดมา
ขอเพียงทุกคนใฝ่ใจศึกษา และตั้งใจจริงในการประพฤติ ปฏิบัติ เชื่อว่า “ธรรมจะคุ้มครองโลก” ตลอดไป