Get Adobe Flash player

“สิบสี่ตุลา” ตำนานราชดำเนิน โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

“ราชดำเนิน” ถนนชื่อนี้       ตำนาน กล่าวนา

วันเฉลิมฉลองคราใดโอฬาร สุขล้ำ

การเมืองขัดแย้งม็อบนาน   พาลทุกข์

สิบสี่ตุลาหนึ่งหกวิปโยคซ้ำ  เลือดน้ำตาสาดราชดำเนิน

(พรชัย ภู่โสภา... ร้อยกรอง)

               

                “ราชดำเนิน” ถนนสายประวัติศาสตร์ที่ถูกใช้เป็นสมรภูมิในการต่อสู้ทางการเมืองของประเทศไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากจะเปรียบเป็นคนที่มีชีวิตและเลือดเนื้อ ราชดำเนินก็คงเปรียบได้กับชายชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน ซึ่งหลายครั้งนำไปสู่ชัยชนะ และเกือบทุกครั้งในชัยชนะนั้นก็แลกมาด้วยรอยเลือดและคราบน้ำตา

                ย้อนดูประวัติความเป็นมาอันยาวนานของถนนราชดำเนิน เป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2442 เพื่อเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต มีการออกแบบและการก่อสร้างอย่างสวยงามเพื่อความเป็นสง่าแก่บ้านเมือง ประกอบด้วยถนน 3 สายย่อย ได้แก่ ถนนราชดำเนินใน ราชดำเนินกลาง และราชดำเนินนอก มีระยะทางตั้งแต่ถนนหน้าพระลานเลียบสนามหลวงไปทางทิศเหนือ ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและป้อมมหากาฬ จนถึงถนนศรีอยุธยา(หน้าลานพระบรมรูปทรงม้า)

                ถนนราชดำเนินตลอดสายเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “สะพานผ่านฟ้าลีลาศ” ซึ่งอยู่คู่กรุงเทพฯมายาวนาน “สะพานมัฆวานรังสรรค์” สะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ที่ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ “ป้อมมหากาฬ” 1 ใน 14 ป้อมของกำแพงพระนครที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันรักษาพระนคร ปัจจุบันเป็น 1 ใน 2 ป้อมที่ยังเหลืออยู่ ตลอดจนหน่วยงานราชการอย่างกรมประชาสัมพันธ์และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในอดีต

                เมื่อพูดถึงราชดำเนิน จุดเด่นอันเป็นสัญลักษณ์ที่ใครๆต้องนึกถึงก็คือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2482 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

                เมื่อใดที่มีการต่อสู้เรียกร้องทางการเมือง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะเป็นเสมือนศูนย์กลางของขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ “ตุลามหาวิปโยค” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 นักศึกษาและประชาชนนับร้อยต้องสังเวยชีวิตล้มตาย บ้างก็บาดเจ็บ พิการ จากการต่อสู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร

                นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กำลังและอาวุธสงครามเข้าปราบปรามประชาชน นิสิต นักศึกษาอย่างโหดเหี้ยมทารุณ จนในที่สุดรัฐบาลเผด็จการต้องถูกขับออกจากตำแหน่ง เป็นประวัติศาสตร์การเมืองหน้าสำคัญของประเทศไทย ที่จารึกร่องรอยไว้บนถนนราชดำเนิน (อ่านต่อฉบับหน้า)