Get Adobe Flash player

เมื่อสนมพระนารายณ์ต้องรีดลูกเพราะพระศรีสิงห์ โดย นพ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 ความเดิมตอนที่แล้ว การรอดตายของพระศรีสิงห์นี้ ทำให้ทรงได้พรรคพวกขึ้นอีกมาก เพราะคนโบราณเห็นเป็นปาฎิหารย์ เชื่อกันว่าเป็นผู้มีบุญวาสนาสูงนักจึงฆ่าไม่ตาย คงต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินแน่ เพราะดวงชะตาแข็งพอที่จะแข่งกับสมเด็จพระนารายณ์ได้ พระศรีศิลป์จึงเกลี้ยกล่อมผู้คนได้มาก โดยเฉพาะในเมืองเพชรบุรีแล้วก็ยกทัพเข้าโจมตีพระราชวังหลวงในกรุงศรีอยุธยา คราวนี้ทำการได้สำเร็จ สมเด็จพระนารายณ์สู้หลานไม่ได้ต้องหลบหนีออกจากวัง พระศรีศิลป์จึงสถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ครองราชสมบัติอยู่ได้หนึ่งวันพอดี เห็นจะเป็นกษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชได้เป็นเวลาสั้นที่สุด ในประวัติศาสตร์คำให้การชาวกรุงเก่าเล่าต่อไปว่า

                “ครั้งพระศรีสิงห์หายเป็นปกติแล้ว ก็ตั้งเกลี้ยกล่อมผู้คนเป็นกำลังได้เป็ฯอันมาก เพราะคนเหล่านั้นเชื่อว่า พระศรีสิงห์เป็นผู้มีบุญแต่ถูกทุบแล้วฝังไว้เจ็ดวันยังไม่สิ้นพระชนม์คราวนั้น ทิพโยธาอำมาตย์ หลวงจ่าแสนธิบดี ราชาบาล ออกมะวัน นันทะจอถิน พากันลอบเอาช้างพิษณุหงส์ ซึ่งเป็นช้างทรงของพระนารายณ์ ไปเข้าเป็นสมัครพรรคพวกพระศรีสิงห์ พระศรีสิงห์ก็ยกเข้ามาทางประตูพรหมจักรด้านทิศตะวันออกเข้าไปถึงพระราชวังชั้นใน พระนารายณ์ไม่ทันรู้พระองค์ก็ตกพระทัย จึงรีบเสด็จหนีออกจากพระราชวัง พระศรีสิงห์ก็ให้ทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติอยู่ได้วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

                เมื่อพระนารายณ์หนีออกไปได้แล้ว ก็ให้รวบรวมได้ไพร่พลเป็นอันมาก ยกเข้ามาจับพระศรีสิงห์ได้ จึงให้เอาตัวไปสำเร็จโทษเสียอย่างครั้งก่อน พวกเพชฌฆาตเอาพระศรีสิงห์ไปแล้ว เอาถงแดงสวมผูกให้มั่นคงเอาท่อนจันท์ทุบจนละเอียด ละเอียดแล้วจึงเอาลงหลุมฝัง ส่วนทิพโยธาอำมาตย์ หลวงจ่าแสนธิบดี ราชาบาล ออกมะวัน นันทะจอถิน กับพรรคพวกอีกเป็นอันมากนั้น พระนารายณ์ก็รับสั่งให้เอาตัวไปประหารชีวิตเสีย ในขณะนั้นพระพรหมซึ่งเป็นอาจารย์ของพระนารายณ์จึงเข้าไปถวายพระพร ขอพระราชทานโทษคนเหล่านั้น พระนารายณ์ก็พระราชทานให้ แต่ให้ส่งไปเป็นพวกเกี่ยวหญ้าช้างหญ้าม้าที่เมืองสุพรรณบุรี เมืองสุพรรณบุรีจึงเป็นส่วยหญ้าช้างหญ้าม้ามาแต่คราวนั้น”

                พงศาวดารฉบับคำให้การขุนหลวงหาวัด เล่าเรื่องละเอียดและยาวกว่า แต่ก็พอจะได้ใจความเดียวกัน

                “พระศรีศิลป์...จึงได้ชาวเพชรบุรีเป็นไส้ศึก แล้วจึงกลับซ่องสุมทหารชาญชัย ครั้งได้คนดีแล้วก็ยกมา จึงค่อยลอยผ่อนเข้าในกรุง พระศรีศิลป์นั้น จึงลอบเข้าไปหาพระกำแพง พระกำแพงจึงเข้ารับเป็นสมัครพรรคพวกในกุมาร แต่บรรดาขุนนางข้างในนั้นก็เข้าเป็นพวกด้วยพระศรีศิลป์เป็นอันมาก พระยานันทะยอแฝง นายโขลงนี้ ก็เลือกเอาช้างโรงมาถวายทั้งหมื่นราช และนายทรงบาศทั้งซ้ายขวาทั้งเทพโยธาและนายพลพัน ทั้งหลวงจ่าแสนบดี ทั้งราชาบาลด้วยกันจึงคิดอ่านทำการเป็นกวดขัน ครั้งได้ฤกษ์นามอันดีแล้วเพลาพลบคำก็ยกเข้ามา อันพระศรีศิลป์นั้น ทรงช้างพลายพิษณุพงศ์ แล้วยกมาทางถนนเจ้าพรหม แล้วจึงเข้าประตูปราบไตรจักร จึงมาในถนนหน้าจักรวรรดิ หักประตูแดงแล้วตรงเข้ามา ก็เข้าได้ในวังชั้นใน จึงหลวงเทพสมบัติกับหมื่นไวย ครั้งรู้ก็เข้าไปปลุกพระประทมถึงที่ พระนารายณ์นั้น ก็ทรงนำทางเข้าในออกมาทางประตูมหาโภคราชทั้งตำรวจในและมหาดเล็ก ทั้งขุนนางบรรดาที่นอนเวรทั้งสิ้น ก็ตามเสด็จห้อมล้อมออกมา พระองค์เสด็จเข้าอยู่ในวังหลวงแล้วจึงตั้งค่ายรายขวากเป็นมั่นคง บ้างก็กะเกณฑ์ทัพ บ้างก็จับคนปลอม บ้างก็หาคนดีเข้ามาบ้าง บ้างเกณฑ์ช้างม้าผู้คนให้เข้าตาทัพ บ้างตั้งรับอยู่ทางตรอกและถนนใหญ่ ครั้งรุ่งสว่างแล้ว พระองค์ก็ยกทัพเข้าไป จึงทรงช้างพลายกุญชรจำนง พอรู้ว่าราชศัตรูมาหน้าหลัง จึงเสด็จยืนช้างพระที่นั่งอยู่ที่หน้าวังด้านทิศบูรพาจึงตรัสสั่งกับทหารเสนาให้เร่งยกพลเข้าล้อมไว้ อันพระศรีศิลปนั้น จะตกแต่งป้องกันตัวก็หาไม่ แต่เหล่าที่เข้าพวกด้วยมันจึงออกเที่ยวตรวจตราบรรดาการทั้งปวง ก็ได้รบกันอยู่ไม่นาน พระนารายณ์จึงยกทัพหักโหมเข้าไป แล้วก็ทลายประตูเข้าไปได้ บ้างก็ยิงปืนน้อยและปืนใหญ่ บ้างโห่ร้องประโคมฆ้องกลองอื้ออึงสนั่นครั่นครื้นดังไปทุกทิศา อันเหล่าปัจจามิตรนั้นต้านมิได้ ด้วยเดชาอานุภาพพระนารายณ์ ก็กราบแล้วร้องขอโทษ ก็มิได้ยากลำบากใจที่จะพิจารณา โยธาทั้งปวงจึงล้อมแล้วก็จับเอาตัวไว้ อันพระศรีศิลป์นั้น พระองค์สั่งให้ทำโทษอย่างใหม่ ให้ทุบด้วยท่อนจันทน์ให้ตาย แล้วจึงใส่ในขันสาครแล้วให้ใส่ถุงแดงแล้วให้ฝังเสีย นายเพชฌฆาตก็ทำตามรับสั่งการมีมาแต่ครั้งนั้นก็เป็นอย่างมาจนบัดนี้ อันสมัครพรรคพวกพระศรีศิลป์ ทั้งนั้น พระองค์สั่งให้ฆ่าเสียทั้งเจ็ดชั่วโครต พระพรหมจึงทูลขอครัวไว้มิให้ตายให้จ่ายตามโทษที่มี อันชาวเพชรบุรีเป็นต้นเหตุจึงให้จ่ายหญ้าช้างที่ในกรุง เหตุฉะนี้ ตะพุ่นหญ้าช้างก็มีมาแต่ครั้งนั้น”

                พงศาวดารสองฉบับนี้ เอ่ยถึงคนละเมือง ฉบับแรกบอกว่าพวกขบถนี้ ถูกส่งไปตัดหญ้าช้างที่เมืองสุพรรณบุรี ฉบับคำให้การขุนหลวงหาวัด กล่าวว่าเป็นเมืองเพชรบุรี ผู้เขียนอ่านข้อความในฉบับแรกก็เกิดความสงสัยว่า ทำไมพระพรหมซึ่งเป็นอาจารย์ของพระนารายณ์จึงขอให้พระองค์ไว้ชีวิตพรรคพวกของพระศรีศิลป์ เมื่อได้เห็นใจความในฉบับที่สองว่า พระนารายณ์ทรงสั่งให้ฆ่าเสียทั้งเจ็ดชั่วโคตรจึงเข้าใจ เพราะการประหารชีวิตแบบเจ็ดชั่วโคตรนี้ โหดร้ายทารุณ เป็นการกระทำที่บาปกรรม เพราะไม่เพียงแต่ฆ่านักโทษ แต่ไปจับญาติพี่น้องที่ไม่มีความผิด ไม่มีส่วนรู้ร่วมเห็นด้วยนั้น มาตัดคอหมดสิ้นทุกคน คือพี่น้อง พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย แม้กระทั่งทวด ลูก หลาน และเหลน เด็กแดงทารก ก็ฆ่าหมด นับขึ้นและลงได้เจ็ดชั่วโคตร พระอาจารย์ของพระนารายณ์จึงห้ามปรามมิให้ทำบาปกรรมป่าเถื่อนเช่นนี้ ซึ่งก็เป็นการดีที่พระนารายณ์ทรงเชื่อฟัง

                พระอาจารย์พรหมนี้ คุณธนิต อยู่โพธิ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมศิลปากร ท่านเล่าไว้ในหนังสือเรื่องสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และนักปราชญ์ราชกวีในรัชสมัยว่าเป็นภิกษุประจำวัดปากน้ำประสบ เป็นพระเถระผู้เฒ่า ใบหูทั้งสองข้างยาวถึงบ่าอายุยืนอยู่มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม พระเจ้าปราสาททอง และถึงปัจจุบันคือ แผ่นดินพระนารายณ์ได้รู้เห็นทันเหตุการณ์มามาก จึงเป็นที่เคารพนับถือของสมเด็จพระนารายณ์มาก

                พระนารายณ์ปราบขบถพระศรีสิงห์แล้ว ก็มีความขัดเคืองพระทัยมาก ทรงคิดหมกมุ่นถามพระองค์เองว่า เพราะเหตุใดหลานชายที่อุปการะเลี้ยงดูอย่างดี จนยกให้เป็นราชโอรสนั้นกลับไร้ความกตัญญูรู้คุณคิดทรยศกับพระองค์ผู้มีแต่ความหวังดี ลงท้ายจึงตัดสินพระทัยว่า ลูกที่ดีนั้นจะเกิดขึ้นได้จากครรภ์ของพระมเหศรีเท่านั้น แม้ลูกที่เกิดกับพระสนม ก็จะไม่ดีพอไม่สามารถไว้วางใจได้ จึงประประกาศว่า ต่อไปนี้พระมเหสีของพระองค์เท่านั้น ที่จะมีสิทธิตั้งครรภ์ เหล่านางสนมทั้งหลายนั้น หากตั้งท้องขึ้นมา จะต้องถูกรีดลูกออกเสียทุกคน