Get Adobe Flash player

วันรัฐธรรมนูญ โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

ความสำคัญ

เพื่อระลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนูญ (กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ) ฉบับแรกอันเป็นฉบับถาวร ให้แก่ปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ซึ่งมีพระราชดำรัสในวันพระราชทานรัฐธรรมนูญดังนี้ “ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์(ระบอบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์มีอำนาจสิทธิขาดในการบริหารประเทศ) มาเป็นระบอบประชาธิปไตย(ระบอบการปกครองที่ถือมติของประชาชนเป็นใหญ่, การถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่) โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งถือเป็นครั้งแรกและครั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เนื่องจากประเทศไทยมีการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มานานกว่า 700 ปี โดยผู้ที่เปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนั้นคือ คณะราษฎร์

ประวัติ

ด้วยเหตุที่ในช่วงระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จขึ้นครองราชสมบัตินั้นเป็นระยะที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน การเงินของประเทศอยู่ในขั้นทรุดโทรม การทำมาหากินของประชาชนฝืดเคือง งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินสูงกว่ารายได้ ซึ่งเกิดติดต่อกันมานานตั้งแต่ พ.ศ.2463

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงต่อสู้แก้ไขกับปัญหาด้วยพระปรีชาสามารถอย่างเต็มพระกำลัง ทรงเริ่มต้นด้วยวิธีการประหยัด โดยทรงตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ก่อน(เงินพระคลังข้างที่) จากปีละ 8 ล้านบาท เหลือปีละ 4 ล้านบาท จากนั้นทรงตัดทอนรายจ่ายของแผ่นดินลงทุกวิถีทางเท่าที่จะทรงกระทำได้ เริ่มด้วยการยุบรวมหน่วยราชการที่พอจะรวมกันได้ มีการดุล(ปลด)ข้าราชการที่ล้นงานออกจากกระทรวง ทบวง กรมต่างๆมากมาย ทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในหมู่ข้าราชการเป็นอันมาก

นอกจากนี้ยังทรงให้จัดเก็บภาษีอากรขึ้นอีกหลายชนิด เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีโรงเรือน เป็นต้น แต่จัดเก็บภาษีจากบุคคลที่พอจะมีกำลังเสียได้เท่านั้น โดยทรงยินยอมให้มีการจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินส่วนพระองค์ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการเหล่านี้ไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นได้ ประกอบกับขณะนั้นมีพวกข้าราชการ และนายทหารที่กลับจากการไปศึกษาในต่างประเทศ มีหัวคิดรุนแรง ต้องการจะเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองเสียใหม่ เพราะเข้าใจว่าจะเป็นหนทางแก้ปัญหาต่างๆของบ้านเมืองได้ ดังนั้นในเช้ามืดของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังไกลกังวัล “คณะราษฎร์” นำโดย พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เข้ายึดอำนาจการปกครองแผ่นดินที่กรุงเทพมหานคร โดยการเข้าควบคุมพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไว้เป็นตัวประกัน แล้วมีหนังสือไปกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนิวัติกลับพระนคร เพื่อเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญการปกครองที่คณะราษฎร์ได้ทำขึ้น

(อ่านต่อฉบับหน้า)