Get Adobe Flash player

วันรพี 7 สิงหาคม (จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

การสอบใช้เวลาทั้งหมด 6 วัน วันละ 4 ชั่วโมง มีข้อสอบวันละ 10 ข้อ สอบ ณ ศาลาการเปรียญ วัดมหาธาตุ มีคณะกรรมการคุมสอบทั้งหมด 5 คน แบ่งเป็นฝ่ายไทย 3 คน ได้แก่ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็นประธาน พระยาประชากิจกรจักร และขุนหลวงไกรสี ฝ่ายต่างประเทศ 2 คน ได้แก่ พระอภัยราชาสยามานุกูลกิจ และมองสิเออร์ เจ เกิกปาตริก นักกฎหมายชาวเบลเยียม ซึ่งครั้งแรกนั้นมีผู้สอบไล่เนติบัณฑิตได้เพียง 9 คนเท่านั้น โดยลำดับ 1-4 เป็นผู้ที่สอบได้คะแนนดีมาก ต่อจากนั้นเป็นผู้ที่สอบได้ลำดับคะแนนรองลงมา ดังต่อไปนี้

1.นายลออ ไกรฤกษ์ ขณะนั้นได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการ ในพระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

2.นายไชยขรรค์ หุ้มแพร (เทียม บุนนาค)

3.นายบุ สุวรรณศร

4.นายถึก

5.นายทองดี ธรรมศักดิ์

6.นายจำนงค์ อมาตยกุล

7.นายเสนองานประภาศ (สุหร่าย วัชราภัย)

8.นายโป๋ คอมันตร์

9.ขุนสุภาเทพ (เภา ภวมัย)

ซึ่ง นายลออ ไกรฤกษ์ ผู้สอบไล่ได้คะแนนอันดับ 1 ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา และเข็มศิลปวิทยา จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทำให้กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงภูมิพระทัยเป็นอันมากที่นักเรียนกฎหมายของพระองค์ได้รับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โรงเรียนกฎหมายแห่งนี้มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นตามลำดับ ทั้งเป็นสถานที่ผลิตผู้พิพากษาในระเบียบกฎหมายสมัยใหม่ ซึ่งต่อมาปัญหาการขาดแคลนนักกฎหมายก็หมดไป อีกทั้งการที่มีระเบียบกฎหมายที่ทันสมัยขึ้นนั้น ชาวต่างประเทศก็มีความเชื่อถือในกฎหมายไทย จึงเป็นข้ออ้างอันสำคัญที่จะให้ต่างประเทศยกเลิกศาลกงสุลที่เข้ามาตั้งในประเทศไทย

กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดพระองค์หนึ่งในการพัฒนางานด้านกฎหมายในประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า อีกทั้งทรงเป็นผู้วางรากฐานต่างๆที่เกี่ยวกับกฎหมาย เช่น ทรงเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนกฎหมายแห่งแรกขึ้น ทรงวางระเบียบเกี่ยวกับการพิจารณาคดีทั้งความอาญาและความแพ่ง ด้วยพระราชภารกิจอันทรงคุณประโยชน์เช่นนี้ ทำให้ทรงได้รับการถวายพระสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” และในปี พ.ศ.2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามจารึกตามพระสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์”

ต่อมาในปี พ.ศ.2445 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเป็นกรมหลวง มีพระนามจารึกตามสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์” อีกทั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ เพื่อให้ทรงจัดระเบียบการบริหารงานภายในกระทรวงให้มีประสิทธิภาพ ดังที่ทรงทำให้กระทรวงยุติธรรมมีความเจริญก้าวหน้าเป็นที่ปรากฏมาแล้วครั้งหนึ่ง กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงก่อตั้ง กรมชลประทาน ขึ้น โดยโอนย้ายมาจากกรมทดน้ำ กระทรวงคมนาคม การที่ทรงตั้งกรมชลประทานขึ้นมาด้วยทรงเห็นว่าเกษตรกรในสมัยนั้นต้องอาศัยน้ำจากธรรมชาติคือ ฝน แต่เพียงอย่างเดียว ทำให้การพัฒนาการเกษตรกรรมเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยทรงหาช่างผู้มีความชำนาญจากต่างประเทศมาดำเนินการในงานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงแก้ไขระเบียบของหอทะเบียนที่ดินทั่วทั้งพระราชอาณาจักร เพื่อให้มีความสะดวกในการปฏิบัติงานมากขึ้น โดยทรงจัดให้มีการประชุมนายทะเบียนทั้งหลาย ทรงอธิบายแก้ไขการปฏิบัติการต่างๆด้วยพระองค์เอง จนประสบผลสำเร็จได้ด้วยดี นอกจากนี้ยังทรงออกพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127

กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประชวรด้วยพระโรควัณโรคที่วักกะ(ไต) และเสด็จไปรักษาพระองค์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทรงเข้ารับการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้ชำนาญ แต่ก็ไม่สามารถรักษาอาการพระประชวรได้ และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2463 รวมพระชนมายุได้ 47 พรรษา ตลอดระยะเวลาที่ทรงเข้ารับราชการสนองพระคุณในพระบรมชนกนาถ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะ จนทำให้กระทรวงยุติธรรมและกฎหมายในประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอันมาก