Get Adobe Flash player

เข้าพรรษา (จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

ประวัติการจัดพิธีเข้าพรรษาในประเทศไทย

ถึงแม้ว่าเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะ แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงถือโอกาสนี้บำเพ็ญกุศลร่วมด้วย ซึ่งตามหลักฐานเชื่อว่าข้อปฏิบัติเข้าพรรษานี้เข้ามาพร้อมกับศาสนาพุทธที่เผยแผ่เข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ตามที่ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยสามารถสรุปความได้ดังต่อไปนี้

“เมื่อครั้งสมัยกรุงสุโขทัย เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษาจะมีการจัดสักการะเป็นพิธีการใหญ่ ทั้งพระมหากษัตริย์และประชาชนต่างละเว้นในบาปทั้งปวงตลอดระยะเวลา 3 เดือน ของช่วงเข้าพรรษา นอกจากนี้ยังบำเพ็ญกุศลทั้งนำภัตตาหารไปถวายพระภิกษุยังศาสนสถาน ถวายผ้าจำนำพรรษา และฟังธรรมเทศนาทุกวัน นอกจากนี้ยังมีประเพณีการถวายเทียนจำนำพรรษา และเนื่องจากพระภิกษุหยุดจาริกแสวงบุญ จึงมีโอกาสเทศนาธรรมโปรดพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย การถือปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนในวันเข้าพรรษานี้ถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน”

กิจกรรมในวันเข้าพรรษา

1.ทำบุญตักบาตร

2.รักษาศีลภาวนา

3.ฟังพระธรรมเทศนา

4.ถวายผ้าอาบน้ำฝน ตามพุทธบัญญัติ พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุมีผ้านุ่งห่มได้เพียงไตรจีวรเท่านั้น ซึ่งมีทั้งหมด 3 ผืน ได้แก่ สังฆาฏิ คือ ผ้าซ้อนห่มในฤดูหนาว 1 ผืน อุตราสงฆ์ คือ จีวรสำหรับห่มตามปกติ 1 ผืน และผ้าสบง สำหรับนุ่งประจำ 1 ผืน เท่านั้น ไม่ทรงอนุญาตให้มีมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นพระภิกษุจึงต้องใช้ผ้าทั้ง 3 ผืนนั้นผลัดเปลี่ยนกัน

แต่เหตุที่ภิกษุต้องมีผ้าอาบน้ำฝนด้วยว่า เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ประมาณ 15 ปี ระหว่างที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดบุพพาราม ในกรุงสาวัตถี แคว้นโกศล ซึ่งนางวิสาขาเป็นผู้สร้างถวาย วันหนึ่งในฤดูฝน พระภิกษุอยู่จำพรรษามิสามารถออกบิณฑบาตได้ตามปกติ นางวิสาขาจึงขอเป็นผู้อุปถัมภ์ภัตตาหารแด่ภิกษุ และได้ให้สาวใช้นำอาหารเหล่านั้นมาถวายพระภิกษุที่วัดนั้น เมื่อสาวใช้ไปถึงฝนกำลังตกอยู่ นางเห็นพระภิกษุกำลังเปลือยกายอาบน้ำฝนอยู่ จึงสำคัญผิดคิดว่าเป็นชีเปลือย นักบวชนอกศาสนาพุทธมาอยู่ในวัด จึงกลับมาบอกนางวิสาขาว่าไม่พบพระภิกษุอยู่ในวัด มีเพียงแต่ชีเปลือยทั้งนั้น นางวิสาขาเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี ด้วยเป็นผู้ที่รู้ถึงแก่นแท้แห่งพระพุทธศาสนาว่าวินัยแห่งพระภิกษุนั้นมีว่าอย่างไร จึงรอเวลาที่สมควร นางวิสาขาพร้อมด้วยสาวใช้จึงกลับมายังวัดอีกครั้งหนึ่งเพื่อถวายภัตตาหารแด่ภิกษุ เมื่อมาถึงก็ได้พบกับพระภิกษุและถวายภัตตาหารแด่ภิกษุเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมีโอกาสเหมาะสม นางวิสาขาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับสาวใช้แก่พระพุทธเจ้า นางจึงได้ทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้ผ้าอาบน้ำฝน พระพุทธเจ้าเห็นเหตุผลอันสมควรจึงอนุญาตให้ภิกษุได้ใช้ผ้าอาบน้ำฝนได้ และเป็นประเพณีนิยมมาจนทุกวันนี้ และทรงออกเป็นพุทธวินัยเกี่ยวกับผ้าอาบน้ำฝนว่า ต้องเป็นผ้าที่มีขนาดกว้างประมาณ 1 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว 1 กระเบียด ยาว 4 ศอก 3 กระเบียด และทรงอนุญาตให้ใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น คือ ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงเข้าพรรษานั่นเอง พุทธศาสนิกชนนิยมถวายผ้าอาบน้ำฝนตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 7 จนถึง 15 ค่ำ เดือน 8

5.ถวายเทียนจำนำพรรษา เกิดขึ้นเนื่องจากในสมัยโบราณยังไม่มีไฟฟ้าใช้กันอย่างในปัจจุบันนี้ เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษา พระภิกษุจำพรรษาอยู่รวมกันมาก และทั้งต้องปฏิบัติสังฆกรรม เช่น การทำวัตรสวดมนต์เช้ามืด และตอนพลบค่ำ การศึกษาพระธรรมวินัยก็ต้องอาศัยแสงสว่าง อีกทั้งต้องจุดเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย พุทธศาสนิกชนจึงนิยมหล่อเทียนขนาดใหญ่ เพื่อให้ใช้ได้ตลอดทั้ง 3 เดือนเข้าพรรษา เรียกเทียนชนิดนี้ว่า “เทียนจำนำพรรษา” เมื่อพุทธศาสนิกชนหล่อเทียนจำนำพรรษา เพื่อนำไปถวายยังวัดใกล้บ้าน ก็นิยมจัดมีกระบวนแห่ไปอย่างครึกครื้น และถือเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาจนทุกวันนี้ ในบางแห่งมีพิธีการแห่เทียนจำนำพรรษากันอย่างใหญ่โต จนเป็นประเพณีประจำจังหวัด เช่น จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากกระบวนแห่ที่ใหญ่โตครึกครื้นแล้ว ยังนิยมจัดให้มีการประกวดการหล่อและแกะสลักเทียนจำนำพรรษาขึ้นด้วย