Get Adobe Flash player

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในสมัยกรุงธนบุรี และทรงได้รับการยกย่องพระราชสมัญญาว่า “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ด้วยพระองค์ได้ทรงกอบกู้บ้านเมืองให้ไทยได้เป็นเอกราชจากพม่า คราวเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อพ.ศ.2310 ด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงใช้เวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น และได้รวบรวมประเทศไทยให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง และสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่

พระราชประวัติ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีพระนามเดิมว่า “สิน” ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2277 ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา บิดาชื่อ นายไหหวง ขุนพัฒน์นายอากรบ่อนเบี้ย มารดาชื่อ นางนกเอี้ยง แต่บิดามารดาของท่านได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของท่านเจ้าพระยาจักรี เมื่ออายุได้ 9 ขวบ ท่านศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาขอมกับท่านอาจารย์ทองดี มหาเถระ ที่วัดโกษาวาส ต่อมาท่านได้เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก สนองพระเดชพระคุณในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคตในปีพ.ศ.2301 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบแทน แต่ทรงครองราชสมบัติได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก็ทรงยกราชสมบัติให้แก่สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์(สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์) สมเด็จพระเชษฐาธิราช

เมื่อสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งนายสินมหาดเล็กเป็นข้าหลวงอัญเชิญท้องตราราชสีห์ ขึ้นไปชำระความหัวเมืองฝ่ายเหนือ นายสินปฏิบัติราชการเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงโปรดเกล้าฯ เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตาก ช่วยราชการพระยาตาก ต่อมาเมื่อพระยาตากถึงแก่กรรม สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระยาตาก ปกครองเมืองตากแทนพระยาตากที่ถึงแก่กรรม

ในปีพ.ศ.2309 พม่าได้ยกทัพเข้ามาปิดล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้เป็นเวลานาน พระยาตากได้เข้ามาช่วยราชการสงครามในกรุงศรีอยุธยา และด้วยฝีมือการรบที่กล้าแข็ง สามารถตีทัพพม่าให้แตกพ่ายไปได้ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์จึงได้พระราชทานบำเหน็จรางวัลความดีความชอบ เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น “พระยาวชิรปราการ” สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชรแทนเจ้าเมืองที่ถึงแก่กรรมไป แต่ไม่ทันที่ท่านจะขึ้นปกครองเมืองกำแพงเพชร พม่าก็ได้ยกทัพขึ้นมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง พระยาวชิรปราการจึงถูกเรียกตัวเข้ามาปฏิบัติราชการสงครามในพระนครเสียก่อน สงครามในครั้งนี้เองที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าข้าศึก ถึงแม้ระยะเวลาในการตกเป็นเมืองขึ้นแก่พม่าจะไม่นานนัก แต่ความเสียหายที่เกิดกับบ้านเมืองนั้นถือว่าเป็นความเสียหายที่ยิ่งใหญ่จนไม่สามารถจะประมาณได้

พระยาวชิรปราการ เป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในการรบครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุดท่านเป็นผู้ที่กอบกู้เอกราชจากการสูญเสียอิสรภาพครั้งนี้ ครั้นเมื่อคราวกรุงศรีอยุธยาถูกเข้าตีจนต้องเสียอิสรภาพให้แก่พม่านั้น กรุงศรีอยุธยาถูกพม่าล้อมไว้เป็นเวลานานหลายเดือน พระยาวชิรปราการได้พาไพร่พลประมาณ 1,000 คน พร้อมกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคน ตีฝ่าวงล้อมออกมา ด้วยเหตุผลหลายประการ

ประการแรก พระยาวชิรปราการ คุมทหารออกไปจำนวนหนึ่งเพื่อตีค่ายพม่า แต่ท่านขาดกำลังสนับสนุนจากทางพระนคร ทำให้ค่ายพม่าที่ท่านตีสำเร็จในครั้งแรกนั้นต้องเสียกลับคืนให้พม่าไปอีก

ประการต่อมาพระยาวชิรปราการได้ยกทัพเรือไปพร้อมกับพระยาเพชรบุรี ท่านเห็นว่าพม่ามีกำลังมากกว่าจึงห้ามไม่ให้พระยาเพชรบุรีออกต่อสู้กับพม่า แต่พระยาเพชรบุรีไม่เชื่อฟังคำทัดทานของท่าน ทำให้พระยาเพชรบุรีพ่ายแพ้ แต่พระยาวชิรปราการถูกกล่าวหาว่าทอดทิ้งพระยาเพชรบุรีทั้งที่ได้ห้ามไว้แต่แรกแล้ว

และประการที่สำคัญที่สุด ครั้งหนึ่งพม่าส่งกำลังพลจำนวนหนึ่งเข้ามาเพื่อปล้นพระนคร ในขณะนั้นเป็นเวลาที่พระยาวชิรปราการกำลังขึ้นป้อมรักษาพระนครอยู่พอดี จึงได้ยินปืนใหญ่เข้าขัดขวางทหารพม่า โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตจากศาลาลูกขุนก่อน ทำให้พระยาวชิรปราการถูกฟ้องและถูกลงโทษโดยให้ภาคทัณฑ์เอาไว้ก่อน ทำให้ท่านรู้สึกท้อแท้ใจในการรบครั้งนี้เป็นอันมาก รวมถึงในขณะนั้นกำลังที่รักษาพระนครนั้นอ่อนแอลง ท่านเห็นว่าถ้าอยู่ในพระนครต่อไปก็ไม่สามารถจะรักษาพระนครไว้ได้

(อ่านต่อฉบับหน้า)