Get Adobe Flash player

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ตอนที่ 2) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

เมื่อพระยาวชิรปราการนำทหารฝ่าวงล้อมออกมาจากพระนคร ท่านได้มุ่งหน้าออกไปทางทิศตะวันออก ไปตั้งค่ายมั่นที่วัดพิชัย ทั้งนี้ท่านต้องการที่จะรวบรวมไพร่พลและซ่องสุมกำลังเพื่อกลับเข้ามาช่วยพระนครที่ถูกล้อมไว้ แต่ไม่ทันที่ท่านจะเข้ามาช่วยเหลือ พระนครก็แตกเสียให้แก่พม่าก่อน

พระยาวชิรปราการได้นำพรรคพวกเดินทางไปตามเส้นทางที่บ้านโพธิ์สังหาร บ้านบางดง นครนายก บ้านนาเริ่ง ปราจีนบุรี บ้านทองหลาง ตะพานทอง บางปลาสร้อย บ้านนาเกลือ นาจอมเทียน สัตหีบ จนถึงเมืองระยอง ตลอดระยะทางท่านพระยาวชิรปราการได้เจอกับกองทัพพม่าหลายครั้ง ท่านและไพร่พลเข้ารบกับพม่าจนสามารถตีทัพพม่าแตกพ่ายไปได้ตลอดเส้นทางที่เดินทัพมา นอกจากนี้ยังสามารถยึดได้เครื่องศัสตราวุธเป็นจำนวนมาก เริ่มจากที่พระยาวชิรปราการเดินทัพผ่านไปทางบ้านพรานนก และตั้งค่ายอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ปัจจุบันคือ ต.โพสาวหาญ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อท่านตั้งค่ายที่บ้านพรานนก ท่านได้รับรายงานจากทหารที่ออกไปหาเสบียงอาหารว่า ได้พบกับกองทัพพม่าจำนวนหนึ่งยกสวนมาจากบางคาง แขวงเมืองปราจีน เพื่อไปรวมกับกองทัพที่ล้อมกรุงอยู่ พระยาวชิรปราการจึงวางแผนให้กำลังพลจำนวนหนึ่งเข้าตีโอบพวกพม่าทั้งข้างซ้ายและขวา ส่วนพระยาวชิรปราการกับทหารอีกจำนวนหนึ่งขี่ม้าตรงเข้าไล่ฟันทหารม้าพม่าซึ่งตามมา พม่าไม่ทันรู้ตัวก็แตกร่นไป พวกพระยาวชิรปราการได้ทีเข้าลุกไล่ฆ่าฟันทหารพม่าแตกกระจายไป

เมื่อความดังกล่าวเป็นที่รู้กันของชาวบ้านทั้งในละแวกนั้นและที่ห่างไกลออกไป ต่างก็ยกย่องเทิดทูนพระยาวชิรปราการ ส่งผลให้ราษฎรไทยที่หลบหนีซ่อนเร้นพม่าอยู่ มีกำลังใจพากันขอเข้าเป็นพวก และชาวบ้านเหล่านี้เองที่เป็นกำลังสำคัญในการรบครั้งต่อมา ทั้งการรบกับพม่าและการรบเพื่อรวบรวมไพร่พลตามหัวเมืองต่างๆ นอกจากนี้ชาวบ้านเหล่านี้ยังนำเสบียงอาหารพร้อมช้างม้ามาเป็นกำลังจำนวนมาก ต่อจากนั้นพระยาวชิรปราการจึงยกทัพผ่านเมืองนครนายกข้ามลำน้ำเมืองปราจีนบุรีไปค่ายพักที่ชายดงศรีมหาโพธิ์ข้างฟากตะวันออก

หลังจากที่พระยาวชิรปราการตีทหารพม่าที่บ้านพรานนกแตกพ่ายไป ทหารพม่าพวกหนึ่งที่สามารถหนีรอดไปได้ นำความเกี่ยวกับเรื่องของพระยาวชิรปราการไปรายงานนายทัพที่ตั้งค่าย ณ ปากน้ำเจ้าโล้ ข้างใต้เมืองปราจีนบุรี ทางกองทัพพม่าจึงจัดกำลังพลจำนวนหนึ่งยกทัพไปทั้งทางบกและทางเรือเพื่อขึ้นไปปราบพระยาวชิรปราการ ซึ่งสามารถตามทัพของพระยาวชิรปราการทันที่เมืองปราจีนบุรี พระยาวชิรปราการเลือกชัยภูมิเอาพงแขมกำบังแทนแนวค่ายแอบตั้งปืนใหญ่น้อยรายไว้ ด้วยพระยาวชิรปราการเห็นว่าไม่สามารถตั้งค่ายเพื่อตั้งรับข้าศึกได้ทันเวลา ต่อจากนั้นท่านได้นำทหารออกประจัญบานจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อรบได้สักระยะท่านก็แกล้งหนีเข้าพงแขม ซึ่งตั้งปืนใหญ่รอไว้ เมื่อทหารพม่าหลงกลตามเข้ามาจึงยิงปืนใหญ่เข้าใส่ ปรากฏว่าทหารพม่าหลงกลล้มตายเป็นจำนวนมาก ที่สามารถรอดจากปืนใหญ่ พระยาวชิรปราการพร้อมกับไพร่พลก็ไล่ฆ่าเสียจนหมดสิ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พม่าก็ไม่กล้าส่งทหารเข้าปราบปรามพระยาวชิรปราการอีก ต่อจากนั้นพระยาวชิรปราการจึงเดินทัพต่อไป ผ่านเมืองฉะเชิงเทรา เมืองชลบุรี จนกระทั่งถึงเมืองระยอง ตลอดทางที่พระยาวชิรปราการเดินทัพผ่าน ชาวบ้านต่างก็มาเข้าเป็นพรรคพวกจำนวนมาก

เมื่อถึงเมืองระยอง พระยาวชิรปราการจึงตั้งค่ายที่ชานเมืองระยอง แต่พระยาระยองเจ้าเมืองระยองเห็นว่าไม่สามารถที่ต้านทานกำลังกองทัพของพระยาวชิรปราการได้ จึงพาสมัครพรรคพวกออกมาต้อนรับขับสู้พระยาวชิรปราการเป็นอย่างดี แต่กรมการเมืองระยองจำนวนหนึ่งไม่พอใจที่พระยาระยองกระทำการเช่นนั้น ในตอบพลบค่ำคืนที่สองที่พระยาวชิรปราการตั้งค่าย ณ ชานเมืองระยอง กรมการเมืองจึงนำกำลังจำนวนหนึ่งเข้าปล้นค่ายพระยาวชิรปราการ แต่ท่านได้ล่วงรู้เหตุการณ์นั้นเสียก่อน ท่านจึงวางแผนเพื่อที่จะดัดหลังกรมการเมืองเหล่านั้น โดยท่านให้ดับไฟในค่ายทั้งหมดและมิให้ส่งเสียงโห่ร้องหรือยิงปืนโต้ตอบ เมื่อพวกกรมการเมืองเข้ามาภายในค่ายได้สักพัก ท่านจึงสั่งให้ทหารยิงปืนเข้าใส่ พวกทหารที่ตามมาข้างหลังตกใจจึงหนีเตลิดไป พระยาวชิรปราการคุมทหารติดตามไปเผาค่ายเมืองระยอง ยึดเมืองระยองไว้ได้ในคืนนั้น

การที่พระยาวชิรปราการเข้ายึดเมืองระยองเช่นนี้ทั้งที่ทางพระนครก็ยังมิได้เสียแก่พม่า ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายของบ้านเมืองหรือตั้งตัวเป็นกบฏ แต่พระยาวชิรปราการมิได้มุ่งหวังจะให้ผู้อื่นเข้าใจท่านผิดว่าท่านก่อการกบฏ จึงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกว่า “เจ้าตาก” ทำให้ประชาชนติดปากเรียกท่านว่าเจ้าตากตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อเจ้าตากประกาศตนเป็นอิสระไม่ได้ขึ้นกับอยุธยาแล้ว ท่านเห็นว่าในบรรดาหัวเมืองตะวันออกทั้งหลาย เมืองจันทบุรีเป็นเมืองที่ใหญ่และมีความสำคัญที่สุด ท่านจึงได้ส่งทูตเชิญหนังสือนำความไปยังเจ้าเมืองจันทบุรี ชักชวนพระยาจันทบุรีเข้าร่วมในการกอบกู้บ้านเมืองด้วยกัน ในครั้งแรกนั้นพระยาจันทบุรีตกลงเห็นชอบที่จะช่วยเจ้าตากในการปราบปรามทัพพม่าที่ล้อมพระนครอยู่ และพระยาจันทบุรีตกลงกับเจ้าตากว่าจะเดินทางไปปรึกษาราชการสงครามกับเจ้าตากที่เมืองระยอง แต่เมื่อทูตเดินทางกลับมาแล้ว พระยาจันทบุรีก็ไม่ได้เดินทางมาพบกับเจ้าตากที่เมืองระยอง ด้วยพระยาจันทบุรีเกิดความคลางแคลงใจในตัวเจ้าตาก

(อ่านต่อฉบับหน้า)