Get Adobe Flash player

ปิดซอยเปิดซ่อง “เสรี” โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

               กลัวกันไหมเรื่อง “ บ้านแตก..สาแหรกขาด” ไม่เป็นไรใช่ไหม?  เรากำลังจะเป็นประเทศเสรีเต็มใบ เลิกวุ่นวายต่อเนื่องมาอย่างไม่รู้จบ ชอบมั้ย..เอามั้ย..กับเสรีภาพใหม่ “คับซอย” กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว .....

               การแบ่งแยกวุ่นวายใน “ชุมชน” ของ “ชนกลุ่มน้อย” ในประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ มาจากข้อพิพาททาง ศาสนา และเชื้อชาติของประเทศที่มีกลุ่มชนหลากหลายเชื้อชาติต่างศาสนา มารวมกันอยู่ในอาณาเขตที่ตั้งขึ้นเป็นประเทศ ย่อมจะต้องมีความคิดต่าง ความเห็นแปลกแยก ใน “ชุมชน” ที่มีคนหลากหลายเผ่าพันธุ์มารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีความแตกต่าง ต่างๆ นาๆ ในที่สุดก็จะเอาศาสนาขึ้นมาอ้างเป็นหลัก เสนอขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการ “แบ่งแยก” อยู่รวมกันเป็นประเทศเดียวกันต่อไปไม่ได้เพราะกิเลสมันเรียกร้อง  กระทบกระทั่งกันรุนแรงยิ่งขึ้นฆ่าแกงกันเพื่อยึดพื้นที่ในประเทศ  ลามปามไปจนถึง ต้องแยกตัวจากประเทศดั้งเดิมออกไป “เป็นคนละประเทศ” เห็นๆ กันอยู่ เช่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ เวียตนามเหนือ เวียตนามใต้             เยรมันตะวันตก เยอรมันตะวันออก  เมื่อไม่นานมานี้ (ยังไม่ถึงร้อยปี) อินเดียต่างศาสนาแยกออกไปเป็นประเทศ ปากีสถาน

               เมื่อมีความแปลกแยกคิดต่างทางศาสนา มีพระเจ้าคนละองค์ ก็กลายเป็นกรณีที่ “ยอมกันไม่ได้” อยู่รวมกันไม่ติด คิดกันไปคนละทาง มีประเทศเกิดใหม่แยกกันอยู่ หลังจากรบราฆ่าฟันกันเอง ด้วยความ เกลียด โกรธ โลภ รัก หลง สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเป็นกิเลส อยากเด่น  อยากได้  ถ้ามีมากนักก็วุ่นวาย ขาดจิตสำนึก ผิดแผกแตกแยกจากคนที่มีความกตัญญูรู้คุณแผ่นดินทั่วๆ ไป  คนกลุ่มนั้นจัดอยู่ในประเภท “อมนุษย์” หรือเป็น “สัตวชน”ในร่างมนุษย์ไม่รู้จักบุญคุณของแผ่นดินที่ตัวเอง (อาศัย) เกิด  น่าจะเรียกว่าเป็นพวก “กินบนเรือน ขื้บนหลังคา” (หะมา..ยังรู้สำนึกบุญคุณของเจ้าของ สัตวชน..หามีไม่)

               สัตวชน ประเภทนั้น .. ไม่ว่าจะไปอาศัยประเทศใดอยู่ ก้อ..ยังจะคงความคิดทำร้ายทำลายประเทศที่ตนไปอาศัยอยู่ด้วย

               มีเรื่องเล่า “ตลกร้าย” อยู่เรื่องหนึ่งเล่าขานกันต่อมา จนเป็นเรื่องขบขัน น่าชิงชัง  เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีชายคนหนึ่ง เป็นคน “เร่ร่อน” ชาวโลกเรียกว่า “ไอ้เหลือง” (คนในโลกนี้มีอยู่สามชนิด เรียกตามผิวพรรณว่า (ไอ้ขาว ไอ้มืด และไอ้เหลือง) “ไอ้เหลือง” เป็นคนเร่ร่อนจิตผิดปกติ มีสมบัติมากมายมหาศาล แต่ “ขี้โม้ขี้คุย” ไม่น้อยกว่าเงินทองที่โกงมาได้จากหยาดเหงื่อ(ของผู้อื่น) คนเยี่ยงนั้น “บาปหนา” เรียกว่า ทำนาบนหลังคน ไอ้เหลืองคนเร่ร่อนปิดบังความกะล่อนตอแหล หลอกลวงคนส่วนใหญ่ในประเทศที่มันอาศัยอยู่มาแล้ว จัดอยู่ในหมู่ชน “ปากหวานก้นเปรี้ยว” ด้วยมาดของคนร่ำรวย จะว่ามันคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะมีพวก “ลูกมือลูกตีน” ประจบสอพลอทำตามความต้องการเพราะอำนาจเงินของมัน รวยแล้วหยิ่ง ยะโส ขนาดเอาสมบัติของชาติ ไปขายให้ประเทศอื่นได้หน้าตาเฉย (ดาวเทียม)   ด้วยความเหลิงในอำนาจ รวมทั้งความคดข้องอในสันดาน เอาที่ดินสมบัติส่วนรวมของประเทศออก “ประกาศขาย” โดยมีนัยยะว่า มันจะต้องเป็นผู้ซื้อในชื่อของเมียมัน (ผู้หญิงคนนั้นเป็นทั้งเมียทั้งแม่) ชนะประมูลมาในราคาถูก แต่ดันไปเซ็นต์ชื่อร่วมกับเมียมันด้วย  “ผิดกฏหมาย” บางข้อห้ามไว้

               แต่ความที่มีเงิน (น้องๆ เงินในท้องพระคลัง นับเฉพาะทรัพย์สินไม่รวมหนี้สิน) ตามสันดาน “เหลี่ยมจัด” มันก็เลยยังคง “เร่ร่อน” อยู่ต่างประเทศได้เรื่อยมา จนถึง “เมื่อมือกฏหมายตามล่า” (โดยคำสั่งศาล)   จากประเทศที่มันมุดหัวมาเกิด จะริบหนังสือเดินทาง “ไอ้เหลืองร้อง “อำยหยา” เหมือนกำลังถูกตัดมือตัดตีนจะ “เร่” ไปคุยโม้โอ้อวดที่ไหนๆโดยไม่มีหนังสือเดินทางไม่ได้ ไม่มีประเทศไหนให้ “คนเร่ร่อน” เข้าประเทศ (เหมือนใครหว่า..ที่ชอบทั้งเร่ทั้งร่อน) เมื่อมีข่าวว่าจะเอาจริง กับการยึดหนังสือเดินทาง รั่วไหลเข้าหู ด้วยสันดานกระล่อนมีหรือจะยอมจำนน มันก็เลยไปติดต่อกับประเทศเล็กๆ ยากจน ๆ ที่แยกตัวออกมาจากรัสเซีย บินไปตกลงกับรัฐบาลนั้นว่า จะไปลงทุนขนาดใหญ่ให้ เป็นการแลกเปลี่ยนกับการได้สัญชาติของประเทศนั้น จะซื้อเกาะทั้งเกาะสร้างโรงแรมเลิศหรูให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยทุน “มหาศาล” เปลี่ยนเกาะที่ไม่มีอะไรน่าดูชวนให้ไปเที่ยว ให้เป็นสถานที่น่าชม หลบลมร้อนไปเที่ยวชายทะเลแห่งใหม่ในโลกสวยสดงดงามใหญ่โตมโหฬาร ประโคมข่าวใหญ่ไปทั่วโลก  ประเทศที่ถูกหลอกว่าจะไปลงทุนเลยเชื่อคำพูดระดับ “กล่อมลิงหลับ”  มีหรือจะไม่ยอมให้ “สัญชาติ” และออกหนังสือเดินทางให้เลย  มันก็เลยกร่างใหญ่ เร่ไปร่อนมา จนถึงทุกวันนี้ ไม่เคยคิดจะสร้างโรงแรมหรู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้จริง ๆ ประเทศที่ถูก “ลิงหลอก”  ให้มาตกลงกันใหม่ว่ามันจะทำตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ ด้วยสันดาน “ขี้เหนียว” จน”แข็งติดก้น” เสียดายเงิน ที่เคยพูดปาวๆไว้  เป็นเพียงราคาคุยเท่านั้น เลยหลอกต่อขอยืดเวลาอีกหน่อยก่อน คิดหาทางเบี้ยวที่จะไม่ให้ถูกยึดหนังสือเดินทาง ก็เลยสำนึกว่า อิ๊บอ๋ายกันใหญ่ละทีนี้  ถ้าถูกยึดพาสปอร์ต..ซี้แน่ๆ  เลยต้องเร่งเร้า “อาหมวย” ช่วยดันให้ “สุดซอย” ขอเอาใจช่วยให้ไปถึงสุดซอยจริงซะที  เพราะฝันหวานว่า ปลายซอย มีของขวัญรออยู่ให้เลือก ยังไม่รู้ว่าของขวัญคือหอกกับดาบ จะเอาหอกหรือเอาดาบ  จะเลือกเอาหอกทิ่มประตูทวาร(หนัก) หรือจะเอาดาบตัดหัว(กะบาล) ก็เลือกเอา..(จะเอาอย่างน้องสาว ที่เคยบอกกับพวกนสพ.ว่า “เอาอยู่” ไม่ได้เพราะเป็นคนละคนกัน)

               เรื่องนั้นน่ากลัวจนหัวสั่น กลัวมะเร็งต่อมลูกหมากกำเริบ เกิดหวั่นไหว ทั้งๆ ที่มีกองทัพ “หมาต๋า” ช่วยลุ้นช่วยดันอย่างขยันขันแข็ง มีเพียบทั้งกำลังอาวุธและกำลังคน (อยู่ในประเทศสารขันต์)  นำด้วยขี้ข้าแถวหน้าชื่อ  ขวัญควาย ไพร่แดง อนาคตข้างหน้ามีผู้กำกับ บังคับบัญชาการตำรวจเป็นรางวัลให้  ทำหน้าที่ขยี้ม๊อบเหมือนขยี้มดให้ม่องเท่งทุกราย ขวัญควาย  เคย  ออกเดินตรวจแถวตำรวจ คราที่ ทหารแก่ รวมตัวกันประท้วง  ครั้งนั้น ขวัญควาย แสดงความยิ่งใหญ่ไม่ต่างกับเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของตำรวจ  ให้ประจักษ์ตามาแล้ว “ไผเป็นไผ” ให้รู้จักกันไว้มั่ง (ซิวุ้ย..)

               “ไอ้เหลือง” น่าจะเห็นคุณค่ากันบ้าง จะเอา ขวัญควาย ไพร่แดง ขึ้นมาเป็น “แม่ทัพตำรวจ”

                เหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจอดรนทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ต้องทำอะไรสักอย่าง ปล่อยให้ “ขยะ” ลอยตามน้ำอย่างที่ผ่านมา นับวันจะเน่ากันไปใหญ่ เป็นหนองใน(ใจ) กันทั้งประเทศ เหลืออยู่แต่เน่า..กับเน่า..เท่านั้น

               ประเทศไทยบวมเปล่ง กำลัง “ปริ” เหมือน “ฝีหนองในใกล้จะแตก” จากเชื้อโรคร้ายกำลังบ่อนทำลาย ผู้คนในซอย  กำลังทำหน้าที่ “พังบ้านทุกหลังจนสุดซอย” เกือบจะสุดอยู่แล้วละครับท่าน...(ถ้าออกกฎหมายให้โจรพ้นคุกผ่านสภาฯตลอด)

               เมื่อโจรยึดประเทศไว้ในกำมือ ประเทศไทยก็จะได้“เปิดบ่อนการพนัน..เปิดซ่องเสรี ได้สบายๆ..ชอบมั้ยค้า..ชอบมั้ยคะ...