Get Adobe Flash player

ตามให้ทันสันดานทรราช โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                การใช้อารยขัดขืนร่วมมือกัน “ไล่รัฐบาลตัวแทนของทรราช ทักษิณ ชินวัตร” มาถึงวันนี้ (12 พ.ย..2556) แม้ว่าประชาชนผู้รักชาติบ้านเมือง จะรวมตัวกันขับไล่คงจะไม่สำเร็จ เพราะไม่มีความเด็ดขาด (อำนาจทหารหนุน)  ย่อมจะสู้กับเล่ห์เหลี่ยม ความหน้าด้านของรัฐบาล “ตัวแทนทักษิณ ชินวัตร”  ได้ยากยิ่ง

                “อารยขัดขืน” ใช้แต่ตัวคนเป็นๆ ที่มีชีวิตจิตใจ รักชาติบ้านเมือง  เรียกร้องขอความเป็นธรรม เอาชีวิตเข้า ในที่สุดประชาชนที่สู้ด้วยมือเปล่า ก็จะเหลือแต่ซากศพ การเข้ามาของกลุ่มทรราช ยึดบ้านยึดเมืองมาได้อย่างถูกตามแนวทางของระบอบที่เรียกว่า “ระบอบประชาธิปไตย”  แต่เมื่อเลือกเข้ามาแล้ว ..ก็แล้วกัน จะทำปู้ยี่ปู้ยำตำบอน กอบโกยโกงกินมากมายมโหฬารก็ต้องทนๆ กันไป จนกว่าประเทศชาติจะฉิบหายลงไปต่อหน้าต่อตา ก็ยังถือว่า “รัฐบาลทรราชทำถูกต้องแล้ว”(ในสายตาทหาร)

                ที่พูดมานี้.. ดูตัวอย่างจากประเทศอื่นๆ ที่กลายเป็นรัฐ “ล้มละลาย” เพราะว่าผู้ถืออาวุธ ยืนอยู่ข้างกลุ่มทรราช กันทั้งสิ้น  ถือแนวคิด ( เห็นแก่ตัว) ว่า  “การเมืองจะต้องแก้ด้วยการเมือง”

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤติของประเทศไทยทุกวันนี้  เข้าสู่ “กลียุค” แล้ว เป็นที่น่าเสียใจและน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่า กองทัพของประเทศไทยไม่เพียงแต่ “ไม่เอาไหน” แต่อย่างเดียวแต่ยังน่าจะถูกเรียกได้ว่า “ซื่อบื่อ” เสียจนไม่รู้จักคำว่า “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” คือหัวใจของประเทศ 

                กองทัพ ( ทหาร)  เป็นด่านแรกรับใช้ประเทศ ที่จะป้องกันศัตรู ผู้รุกรานยึดประเทศ  แต่ยังทำงงอยู่..ทำเป็นไม่รู้ว่า นักการเมืองไทยกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรูของประเทศ ต้องการยึดประเทศไทย    ชาติกับประชาชน แยกกันไม่ออก มองเห็นง่ายๆ จากเนื้อร้องของเพลงชาติ ที่ว่า “ชาติประเทศ เหมือนชีวา ราษฎร์ประชาเหมือนร่างกาย ถ้าแม้ชีวิตมลายร่างกายก็เป็นปฎิกูล”

                ประชาชนคนไทย ทุกวันนี้เหนื่อยหน่อย เพื่อช่วยกันรักษาประเทศชาติบ้านเมืองที่เป็น “มรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษไทย” จะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าจะพูดเข้าใจกันอย่างง่ายๆก็ คือ “คนไทยทุกคน เป็นผู้ถือหุ้นประเทศไทย” ไม่มีใครจะอ้างได้ว่าเป็นสิทธิของตนเอง หรือของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง  ประทานโทษ.. ต้องขอทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า  อย่าเอาคำพูดว่า เป็นผู้ถือหุ้นประเทศไทย  ไปตีความให้ผิดเพี้ยนจากเจตนาที่จะกล่าวถึงต่อไปว่า  

                แต่ละคนมีหน้าที่ หรือแบ่งกันทำหน้าที่กันอยู่ ราชวงศ์ของประเทศไทย มีต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ ต่อสู้“รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย” ต่อๆ กันมา ต่อสู้ (กับศัตรู) รักษาประเทศไทยเพื่อชาวไทยทั้งหลายทั้งปวง บรรพบุรุษไทย รวมตัวกันมายาวนานตั้งเป็นประเทศขึ้นมา  “ประเทศไทยเป็นเอกราช” อยู่มาได้จนทุกวันนี้ ด้วยพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ ไทยทุกพระองค์  องค์พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะ “ประมุขของประเทศ” เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของประชาชนตลอดมา  

                การเมือง เป็นเรื่องของประชาชน เลือกกันเองว่า กลุ่มใดพรรคใดจะเข้ามาเป็นผู้บริหารงานของประเทศ เป็นตัวแทนของประชาชน ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาบริหารตามวาระ อย่าเข้าใจผิดว่า ประชาชนจะยกประเทศให้ “นักการเมืองเป็นผู้ปกครองประชาชน“ ระบอบการปกครองของประเทศไทยปัจจุบัน  นำการปกครองของอารยประเทศมาใช้ ชื่อระบอบ ประชาธิปไตย      ( Democrat ) มีการเลือกตั้งผู้บริหารประเทศ เข้ามาและออกไป ตามวาระแล้วแต่กำหนดว่าจะเลือกตั้งกันแต่ละทีกี่ปีหน

                แต่ว่า นักการเมืองไทย เรียกตัวเองว่า “ผู้ปกครองประเทศ” อันที่จริงเป็นเพียง “ผู้บริหารประเทศ” เท่านั้น การเข้ามาบริหารประเทศ หาใช่เจ้าของหรือเป็นผู้ปกครอง (ประชาชนคือเจ้าของประเทศหาใช่ข้าทาสของนักการเมืองแต่อย่างไรไม่)

                เมื่อมีนักการเมืองเสพติดอยู่กับ “อำนาจ” กอบโกยผลประโยชน์ต่างๆ ของประชาชนไปเป็นของตัวเองและพวกพ้อง เงินรายได้ของประเทศ (เป็นของประชาชนโดยส่วนรวม) “ถูกอม” ไปเรียกว่า “คอร์รัปชั่น” เมื่อหมดวาระการบริหารประเทศตามกำหนด ก็ไม่ยินดียอมออกจากตำแหน่งใช้วิธีหลอกลวงใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด “โกงการเลือกตั้ง” เพื่อการจะได้อยู่ยาวในอำนาจต่อไป ทรัพย์สินของของประเทศชาติ ถูกพวกนักการเมืองฉ้อฉล เอาไปเป็นของตนเองอย่างง่ายดาย  สมบัติมหาศาลของประทศ ทรัพย์ในดินสินในน้ำ ถูกถ่ายโอนไปเป็นของนักการเมืองขี้โกง   สมบัติทรัพย์สินของประเทศของประชาชน ส่วนหนึ่งที่ “ถูกโกง” ไปนั้นไม่ต่างกับว่าพวกเขานั่ง “ทับขี้” เอาไว้ ลุกจากเก้าอี้เมื่อไร ส่งกลิ่นให้รู้กันทั่วไปแต่ยังไม่อายกันอีก

                นักการเมือง“ขี้โกง” ก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะเข้าไปนั่งบริหาร (โกง) ประเทศอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  อยู่ยาวเพื่อปิดความชั่วของตัวเองไว้ คิดรวบอำนาจไว้ให้ยั่งยืน ( ส่งต่อให้น้องสาว ต่อให้ยาวส่งต่อลูกหลานคนตระกูลโกงตระกูลนั้นต่อไป )    

                จนถึงยุคปัจจุบัน เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า “หลังจากที่ ทักษิณ ชินวัตร” ถูกอุบัติเหตุจากการเมืองอย่างจงใจ โดย “ทหาร” นำโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ปฎิวัติ  เมื่อเดือนกันยายน  2549 ทั้งๆ ที่วางขุมอำนาจทหารไว้ทั่วประเทศ  และกำลังขมีขมัน“สร้างรัฐตำรวจ” อยู่ ต้องหยุดชะงักลงไป แต่อำนาจที่วางกำลังเอาไว้ยังคงเหลือติดอยู่คงทน เพาะเชื้อชั่วไว้ไม่มีหมด

                เมื่อ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ทำปฎิวัติ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี (?)  สองปีให้หลังจึงหันหน้าเข้าไปหา เป็น”ขี้ข้า” ทักษิณ ชินวัตร ผลงานที่ทำให้ทักษิณ คือริเริ่มเป็น “หัวขบวน” เพื่อให้รัฐบาลปัจจุบันออก พ.ร.ก.”นิรโทษกรรม”  ชุดชนวนเพื่อให้ ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องติดคุก สองปี ตามคำพิพากษาของศาล กรณีที่ดินรัชดา  

                พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ต่อมา ถูกกองกำลังเสื้อแดง (ของทักษิณ) ป่วนประเทศจนวุ่นวาย  จึงจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย พรรค”เพื่อไทย” ของ ทักษิณ ชินวัตร มีส.ส.มากพอตั้งรัฐบาลได้ ให้น้องสาวชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นมาเป็น นายกรัฐมนตรี เมื่อสองปีที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่ออกกฏหมายให้ ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทยได้อย่างไร้มลทิน โดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน (ก่นด่า) จากประชาชนชาวไทยทั่วๆ ไปทั้งประเทศ

                ทุกวันนี้ ประชาชนกำลังรวมตัวกันคัดค้าน ก.ม. นิรโทษกรรมให้ทักษิณ อย่างร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

                 จนกระทั่ง  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องถอนกฏหมายนั้นออกไปก่อน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย หาทางอื่น (มีอยู่แล้ว)เพื่อให้ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านได้  การถอนกฏหมายนิรโทษกรรมออกเพื่อให้ขบวนการคัดค้าน สลายตัวลงไปเสียก่อน

                การที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช้ “กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร เจ้าปราบปรามในครั้งนี้ เพราะหัวขบวนม๊อบส่วนใหญ่เป็น นักเรียน (อาชีวะ) และนักเรียนชั้นมัธยมอีกส่วนหนึ่ง อาทิเช่น สตรีวิทย์ และ ศึกษานารี  ถ้าใช้กำลัง (ทหาร) เข้าปราบปรามก็จะ “ถูกต่างประเทศประนามด่า” ทุกประเทศรู้กันอยู่แล้วว่า รัฐบาลประเทศไทย อยู่ในมือของนางสาวปูน้องสาว ทักษิณ ชินวัตร

                รู้ๆ กันทั่วไปแล้วใช่ไหมว่า ประเทศใหญ่ๆ  เรียกประเทศไทยในปัจจุบันประชดประชันว่าเป็น  สาธารณรัฐทักษิณ.......

                และเพื่อการกลับประเทศไทยอย่างมั่นคงของ ทักษิณ ชินวัตร คงจะต้องนำ บทเหี้ยม มาใช้ต่อไป คือ การใช้ กองทัพตำรวจกับทหารปฎิวัติ อ้างว่าเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง โดยมีรัฐบาล ยิ่งลักษณ์  รักษาการณ์ต่อ (ข้าวใหม่ในหม้อเก่า)

                ทำไมถึงพูดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะผู้บัญชาการกองทัพ เคยเอ่ยปากว่า “ทหารจะออกมาต่อเมื่อได้รับคำสั่ง จาก นายกรัฐมนตรี นายกฯ ที่ เป็นคนเดียวกันกับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมชื่อ  “ยิ่งลักษณ์” คุมกองทัพไทยไว้ในมือทุกเหล่า..แล้ว...