Get Adobe Flash player

ตามให้ทันระบอบทักษิณ.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                 สถานะการณ์คับขันในประเทศไทย มีชนวนมาก่อน เรื่องประชาชนไม่พอใจกับการที่รัฐบาลจะออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เป็น “กลลวง” เพื่อล้างความผิดให้นักโทษ หนีคุกทักษิณ ชินวัตร รอดพ้นจากความผิดทั้งหลายทั้งปวง ต้อง คืนเงิน ที่ยึดมาให้ ทักษิณ ชินวัตร 6.4 หมื่นล้าน พร้อมทั้งดอกเบี้ยอีกต่างหาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นการสมรู้ร่วมคิดกับน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยหรือไม่ พร้อมๆ กับเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ประชาชนมีความสับสนจนยอมรับไม่ได้กับการที่รัฐบาลย่ำยีกฎหมาย (เสียเอง)  ปฎิเสธไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ  จนมหาชนพลเมืองไทยหัวปั่นยอมรับ “ความเถื่อน” ของรัฐบาลไม่ได้เช่นกัน  การที่ ฝ่ายบริหารขัดขืนดื้อดึงไม่เชื่อฟัง ไม่ปฎิบัติตาม “คำพิพากษาของศาล” ประชาชนจึงรวมตัวกันประท้วง จนถึงขับไล่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ “หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ” ไม่ยอมรับคำพิพากษา กรณีแก้ไข (รธน.) ที่มาของวุฒิสมาชิก (สภาผัวเมีย)  แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ตัวแทนของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร) กลับดื้อด้าน (ถ้าจะให้พูดอย่างลงตัวกับการกระทำคือจะต้องใช้คำพูดว่า “หน้าด้าน”) ต้องการจะบริหารประเทศต่อไป ตามความต้องการ ของ ทักษิณ ชินวัตร  จึงต้อง “ตื้อดื้อด้าน” อยู่ต่อ เพื่อเดินไปถึงจุดหมายปลายทางนำ “ระบอบทักษิณ” มาใช้ปกครองประเทศไทย ทับซ้อนหรือล้มเลิก ระบอบประชาธิปไตย (แบบไทยๆ) ที่ใช้กันมานานและยังร่อแร่อยู่ในปัจจุบันให้หมดไป 

             ประชาชนชาวไทยทุกวันนี้ รู้ตื้นลึกหนาบางค่อนข้างมากเรื่อง “คดในข้องอในสันดาน” ของ ทักษิณ ชินวัตร เกินกว่าจะปิดบังซ่อนเร้น ความอหังการ์ของเขาไว้ได้มิดชิด ประชาชนชจึงประท้วง จนถึงขับไสไล่ส่ง รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ตัวแทนของ นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ต้นตำรับ “ระบอบทักษิณ”  มวลมหาชน ทั่วประเทศตื่นตัวขึ้นรวมตัวกันนับล้านคน เห็นว่า “ตระกูลชินวัตร” เป็นภัยต่อประชาชนพลเมืองและประเทศชาติ  ทั้ง “ระบอบทักษิณ” ต้องการเขมือบเป็นเจ้าของประเทศไทยไว้แต่โคตรเง่าตระกูลเดียว 

          ความจริง ทักษิณ ชินวัตร ลงรากฝังลึก “ระบอบทักษิณ” มานานกว่าสิบปี เกินกว่าจะขุดรากถอนโค่นล้มลงไปได้ง่ายๆ  เพราะฉะนั้น จึงควรจะต้องทำความเข้าใจกันถึง ที่มาของ “ระบอบทักษิณ” ให้รู้เขารู้เราเสียก่อน  เป้าหมายสูงสุดของ ทักษิณ ชินวัตร ต้องการใช้ระบอบการปกครองของเขาเรียกรวมๆได้ว่า เป็น “ระบอบทักษิณ” ตัวเขาเองจะอยู่ในฐานะ  “สูงสุดในประเทศ”  ไม่ต่างกับ “เผด็จการ” ทั่วโลกในอดีต (ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งแรก) แต่ทว่า “ระบอบทักษิณ” จะกวาดทรัพย์สมบัติของประเทศไทยไว้เป็นของคนกลุ่มเดียวโดย ทักษิณ ชินวัตร  จะเป็นผู้ชี้ขาดใช้อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ แต่ผู้เดียว   ประชาชนภายใต้ “ระบอบทักษิณ” จะได้ชื่อว่าเป็น “ขี้ข้า” กันทั้งแผ่นดิน ถูกริดรอนเสรีภาพ (ถูกปล้น) ยิ่งกว่าสมัย ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และยังไม่ยอมลุกจากเก้าอี้  ยังดื้อด้านเ ป็นรัฐบาลเถื่อนอยู่ หยิ่งผยอง ยโสโอหังทั้งยังไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ เห็นได้ จะ..จะ..จากพฤติการณ์.เรื่อง “รับจำนำข้าว” และ กู้เงิน 2.2 ล้านล้านโดยไม่มีโครงการใช้จ่ายอย่างชัดเจน (ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ)

           ณ. เวลานี้  เมื่อมวลชนนับล้านในประเทศไทย ลุกขึ้นมาต่อสู้กับ “ระบอบทักษิณ” ด้วยวิธีการ “อารยะขัดขืน” เราคนไทยในต่างประเทศ แม้จะไม่เดือดร้อนเท่าญาติพี่น้องในประเทศไทย น่าจะร่วมด้วยช่วยกัน แสดงออกประท้วงด้วย เหมือนกับการตะโกนข้ามประเทศ ให้คนไทยในประเทศรับรู้ด้วยว่า พี่น้องชาวไทยในประเทศไม่เดียวดาย เราจะร่วมกันรักษาบ้านเกิดเมืองนอนไว้ ให้ลูกหลาน  ประเทศไทยมิใช่ของตระกูล ชินวัตร  

                พี่น้อง “ชาวไทย” ส่วนใหญ่รู้จักระบอบทักษิณอย่างขาดๆ เกินๆ (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) ควรจะต้องรู้ให้ชัดเจนว่า “ระบอบทักษิณ คืออะไร”  ศ. เกษียร เตชะพีระ ท่านรวบรวมข้อมูลไว้ชัดเจนกระจ่างใจ  ถึงขอนำ บทความที่ท่านเขียน เตือนสติไว้ “ให้รู้ทันระบอบทักษิณ” ท่านกล่าวไว้ว่า

            จะสู้กับระบอบทักษิณก็ต้องรู้ให้ชัดว่าระบอบทักษิณคืออะไร

           ศ.เกษียร เตชะพีระ  เคยให้คำอธิบายว่าระบอบทักษิณคือ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากการเลือกตั้ง ระบอบทักษิณมาจากคำว่าระบอบ+ทักษิณ ระบอบ (Regime) คือรูปแบบการปกครองของรัฐ ส่วนทักษิณคือ ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์คือ ระบอบที่รวบอำนาจเด็จขาดไว้ที่คนๆ เดียว

       อ.เกษียร  เตชะพีระ เคยเขียนอธิบายลักษณะของ  “ระบอบทักษิณ” ว่าเป็น สมบูรณาญาสิทธิทุน จากการเลือกตั้ง เพราะมีลักษณะดังนี้

  1. * เข้าสู่อำนาจหรือได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง (elected)
  2. * เมื่อได้อำนาจมาแล้วใช้อำนาจนั้นแบบอาญาสิทธิ์ (absolute power)คือพยายามรวมศูนย์อำนาจ สร้างเสริมความเข้มแข็งและการจัดการบริหารอย่างสมเหตุสมผลให้แก่รัฐ โดยรวมศูนย์อำนาจเด็ดขาดที่หัวหน้าฝ่ายบริหารและพร้อมที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพในร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สินของพลเมือง ผูกขาดการเมือง ก้าวล่วงรัฐธรรมนูญและอุปถัมภ์ชาวบ้าน
  3. * ปฏิเสธการตรวจสอบการใช้อำนาจทุกรูปแบบโดยอ้างว่ามาจากเสียงข้างมาก ก้าวล่วงรัฐธรรมนูญ หรือพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความชอบธรรม

        ระบอบทักษิณจะมาคู่กับทุนนิยมสามานย์เสมอ เพราะมันคือเหรียญคนละด้าน

        ทุนนิยมสามานย์ มาจากคำว่า ทุนนิยมบวกกับสามานย์ ที่แปลว่า ชั่วร้ายเลวทราม ทุนนิยม หมายถึงระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ซึ่งมุ่งแสวงหากำไรโดยใช้กลไกตลาดเสรีเป็นตัวขับเคลื่อนในด้านการลงทุน การผลิต จำหน่าย การตั้งราคาสินค้าและบริการ โดยการใช้เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน โดยตัวของทุนนิยมเองไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายเลวทราม เพราะการขับเคลื่อนโดยกลไกตลาดเสรีได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นการกระจายทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความชั่วร้ายเลวทรามมาเกิดเพราะมีความพยายามบิดเบือนกลไกตลาดเพื่อหวังกอบโกยผลประโยชน์ ผ่านการฮั้วราคา และการผูกขาด

       ระบอบทักษิณเป็นเหรียญคนละด้านกับทุนนิยมสามานย์

       เพราะทุนของระบอบทักษิณคือทุนที่โตมาจากการเข้าไปพินอบพิเทา เข้าไปขอแบ่งผลประโยชน์มาจากอำนาจการเมือง ผ่านการการผูกขาดสัมปทานโทรคมนาคมในยุค รสช. เมื่อได้อำนาจผูกขาด ทุนนี้จึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีโอกาสได้ลิ้มรสชาติของการผูกขาด ขณะเดียวกันก็เข้าใจถึงพลังอำนาจทางการเมืองว่าสามารถสร้างผลประโยชน์ได้มหาศาล ทุนนี้จึงพยายามจะรวบรวมอำนาจผูกขาดจากทุนสัมปทานมาเป็นอำนาจทางการเมือง และใช้อำนาจทางการเมืองกลับมาสร้างทุนวนเวียนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ สองปีเศษๆ ที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เข้าสู่อำนาจจากการเลือกตั้ง แม้จะเคยสัญญากับประชาชนว่า จะไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ของครอบครัวตนเอง มากไปกว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่การกระทำที่ผ่านมาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีลักษณะเป็นตัวแทนของระบอบทักษิณเต็มรูปแบบ ถึงคุณยิ่งลักษณ์จะพยายามแสดงออกต่อสาธารณชนว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย  มีคนในพรรคเพื่อไทยอยู่ร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีเกินครึ่งเมื่อเข้าสู่อำนาจจากการเลือกตั้ง ก็ใช้นโยบายประชานิยมจนสร้างความเสียหายกับระบบการผลิต และระบบการคลังของประเทศ(นโยบายจำนำข้าว) การ อ้างเสียงข้างมากบริหารประเทศจนเกิดความเสียหายหลายแสนล้าน อ้างเสียงข้างมากใช้อำนาจนิติบัญญัติออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่เอื้อประโยชน์ให้ครอบครัวชินวัตร อ้างเสียงข้างมากใช้อำนาจนิติบัญญัติแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้อำนาจทุนชินวัตรเข้าไปครอบงำวุฒิสมาชิกผ่านการเลือกตั้ง และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมอย่างสมบูรณ์แบบคือ การที่พรรคเพื่อไทย โดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีในสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลออกมาปฏิเสธอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีแก้ไขที่มาของวุฒิสมาชิกที่ศาลรธน.วินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม เมื่อปฏิเสธอำนาจศาลก็เท่ากับปฏิเสธอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ว่า

           อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย  พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และ ศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล  รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม

          ถ้าจะให้ประเทศไทยเดินหน้าด้วยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ 

              ประชาชนชาวไทยต้องรู้เท่าทัน และต้องร่วมแรงร่วมใจกัน

             กำจัดระบอบทักษิณให้สิ้นซากไปจากแผ่นดินไทย !!!