Get Adobe Flash player

รวมเรื่องสั้น "มะริกันข้างถนน" โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

ปาล์ม รีดเด้อร์ ปัจจุบันร้านรวงข้างถนนหนทางของแอลเอ. สายต่าง ๆ หากจะสังเกตดูให้ดีจะมีป้ายตัวหนังสือขดด้วยหลอดไฟฟ้านีออนสีสวยงามสะดุดหู สะดุดตา เป็นตัวหนังสือภาษาอังกิดลวดลายสีสันเก๋ไก๋อ่านได้ความว่า “ปาล์ม รีดเด้อร์” อยู่ทั่วไป บางทีก็ติดอยู่บนหน้าต่างบ้านบานเล็ก ๆ บอกฐานะของผู้เช่าหรือหมอดูลายมือดูโชคชะตาราศีของตัวหมอเองว่า จะมีหรือจนอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วหมอดูลายมือประเภทนี้จะยากจนพอ ๆ กับคนที่มาดูหมอเหมือนกัน มะริกันชนคนยากมาใช้บริการของหมอดูประเภทนั้นส่วนใหญ่จะเป็นคนจนหาเช้ากิน ค่ำ มีปัญหาแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ชอบให้คนอื่นแก้ให้ เป็นพวกเบี้ยน้อยหอยน้อย เรียนน้อย หรือพวกที่มั่นใจในตัวเองน้อย แตกต่างกับมะริกันที่ร่ำรวยหน่อยจะขยับขึ้นไปเป็นลูกค้าของจิตแพทย์ ไปเสียเงินคุยกับหมอเพียงต้องการระบายความในใจ หาที่พึ่งทางใจใช่ว่าอยากจะแก้ปุ่มแก้ปมแก้ไขอะไรในชีวิตให้ดีขึ้นกว่าที่ เป็นอยู่ก็หาไม่ เรียกได้ว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จทางการเงิน แต่ยังห่างอยู่มากกับสิ่งที่เรียกว่าประสบความสำเร็จทางด้านจิตใจ ซึ่งอาจจะหมายถึงทางด้านครอบครัว ด้านธุรกิจคิดไม่ออก มีปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่ไม่กล้าจะเอ่ยปากกับใคร หรือเพื่อเป็นการปลดเปลื้องความใคร่ทางอารมณ์บางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องเซ็กซ์ ที่อาจจะซื้อหาได้ด้วยดอลล่าร์

                คนรวยแต่แล้งน้ำใจ ไม่ค่อยจะมีใครเป็นเพื่อนอยากจะพูดคุยด้วยนัก จึงต้องหาจิตแพทย์เป็นที่พึ่งพาทางด้านจิตผิดปกติหรือขุ่นมัว โดนคุณหมอโรคจิตถลุงเอาเหมือนกัน เงินที่หาได้ด้วยการขูดรีดจากใครต่อใครมา ถูกคุณหมอจิตแพทย์ขูดไปอีกทอดหนึ่งอย่างสาสมไล่งับกันเป็นทอด ๆ

                “ปาล์ม รีดเดอร์” หมอดูลายมือ หรืออาจจะดูด้วยไพ่ แล้วแต่ลูกเล่นของแต่ละคน ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นหมอดูเชื้อสายยิปซี ตะแกจะดูให้อีกอย่างด้วยการเพ่งดูจากลูกแก้ว หมอดูลายมือติดป้าย “ปาล์ม รีดเด้อร์” จะเป็นคนเชื้อสายยิปซีเสียส่วนใหญ่ ที่ทำเงินรายได้ค่อนข้างดีก็จะเป็นพวก “หมอสาว ๆ” ถ้าเป็นสาวใหญ่วัยกระดังงาลนไฟ จะกระเดียดไปทางค่อนข้างสวย นั่งรอลูกค้าอยู่แถว ๆ หน้าประตูห้อง เป็นการโชว์โฉมของคุณหมอไปในตัว ส่วนมากแล้วคุณหมอ “ปาล์ม รีดเดอร์” จะแต่งตัวสะสวยด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ชวนให้ดูหมอ ก่อนที่จะให้หมอดู ใส่เสื้อคอกว้างคว้านลึกเป็นการทำบุญผ่านทางสายตาของผู้ตกอับวาสนาไร้คู่เสพ สม เดินเข้าไปหาหมอที่ยังอวบอั๋นประเภทขาว สวย หมวย อึ๋ม ให้ได้รับความสดชื่นกระชุ่มกระชวย วาดวิมานโสภาซับด้วยสายตาก่อนเก็บเอาไว้ในหัวใจให้อบอุ่นเป็นขั้นแรก

                กะเหรี่ยง ชนคนรายได้น้อยด้อยวาสนาอย่างผม ใจคอสลดหดหู่อยู่เสมอกับการดิ้นรนทำมาหากินตัวเป็นเกลียวหัวฟูหน้าตามู่ทู่ บอกบุญไม่รับหน้ายับยู่ยี้เป็นเต้าหู้ยี้อยู่ในประเทศนี้ จึงไม่รีรอที่จะสอดส่ายสายตามจับจ้องเนินเนื้อแน่นหนันของคุณหมอยิปซีสาว อาศัยเป็นที่พึ่งทางใจชั่วครั้งชั่วคราวจากหมอดูทุกครั้งที่เห็นป้าย “ปาล์ม รีดเดอร์” แขวนไว้หน้าประตูห้องเป็นการสะสมอารมณ์ให้อ่อนไหวในการจะไปให้ดูหมอไว้ชั้น หนึ่งก่อน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยให้คุณหมอตรวจโชคชะตาราศีดูปี่ดูขลุ่ยให้สักครั้ง

                ที่ไม่เคย “ดูหมอ” ตามร้านรวงข้างถนนไม่ใช่เพราะว่าเป็นคนมีรสนิยมสูง แต่เป็นเพราะว่ารายได้ต่ำ ไม่เคยมีเหลือพอที่จะแบ่งปันให้เป็นค่า “หมอดู” ความยากจนนั่นแหละเป็นเหตุผลของตัว ได้แต่อาฆาตไว้ในใจว่า ถ้ามีโอกาสและกำลังเงินพอเมื่อไร จะหาทางให้หมอดูโชคชะตาไว้เป็นประสบการณ์สักครั้ง

                บนถนน “ซันเซ็ท สตริป” ช่วงเกือบจะถึงถิ่นคนรวยเบฟเวอร์ลี่ ฮิลล์ มีโมเต็ลตึกเก่า ๆ แทรกอยู่ในระหว่างกลางตึกตระหง่านขนาบโมเต็ลแห่งนั้นไว้ ห้องชั้นล่างห้องหนึ่งอยู่ทางเข้าโมเต็ล บนหน้าต่างด้านทางเข้าด้านติดถนน มีป้ายตัวหนังสือเขียนด้วยลายมือตัวเขื่องไว้ว่า “ปาล์ม รีดเดอร์” โดยหมอดูยิปซีมะริกัน

                ผม ใช้ถนนสายนั้นอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นเส้นทางผ่านสำหรับการทำงานนอกสถานที่อาทิตย์ละหลายวัน ทุกครั้งที่ผ่านอดไม่ได้ที่จะชำเลืองสายตาไปที่หน้าประตูห้องหมอดูโดย อัตโนมัติ อยากจะเห็นหน้าค่าตาหมอให้จะแจ้ง เฉียดไปเฉียดมาอยู่หลายวัน  ยัง ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหมออย่างเต็มตาสักครั้ง มีอยู่วันหนึ่งรถยนต์ที่ผมขับทำงานอยู่เกิดวิ่งสะอึกฮัก ๆ ขึ้นมาวิ่งตะกุกตะกักไม่อยากจะตะกายวิ่งต่อทำท่าว่าจะขอหยุดพักเอาเสียดื้อ ๆ  เลยถือโอกาสให้รถหยุดพักเครื่อง ตรงเยื้อง ๆ ห้องหมอดู เป็นเวลาเดียวกันกับคุณหมอเดินออกมาส่งลูกค้าที่หน้าห้อง ได้เห็นหน้าหมอดูยิปซีอย่างเต็มตา ทำให้เกิดอาการอยากจะดูหมออย่างเต็มตื่นเกิดความชื่นมื่นครั่นเนื้อครั่นตัว ยุกยิกปอดกระเส่าเร่าร้อนยังไงบอกไม่ถูก

                วันถัดมา พอมีเวลามากหน่อยหลังจากปฏิบัติการทำงานในหน้าที่ได้รวดเร็วก่อนเวลา รีบขับรถไปจอดคอยดูหมออยู่หน้าห้องอย่างใจจดใจจ่อ  นั่ง มองดูตรงประตูเผื่อว่าหมอจะเดินออกมาให้เห็นเป็นบุญตาอีกครั้ง ไม่นานเกินรอหมอเดินออกมายืนหน้าห้อง แล้วมานั่งไขว้ห้างอยู่บนเก้าอี้ให้เห็นช่วงขาอวบขาวของคุณหมอที่แผ่เมตตามา ยังกะเหรี่ยงบุญน้อยอย่างผมได้วาดวิมานในอากาศไปตามประสาคนยากจนที่เจียมตัว เจียมตน แค่วาดวิมานไขว่คว้าเอาไว้แต่ในจินตนาการด้วยการมองตาค้างอย่างตะลึงตะลานใจ หมอเห็นผมจ้องมองอยู่นานคงจะเดาอาการสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่นได้ เลยกวักมือเรียกผมลงจากรถด้วยความเต็มใจทันทีโดยไม่อิดเอื้อน

                “รถเสียเหรอ..” หมอถามไถ่อย่างมีไมตรี

                “อยากดูหมอฆ่าเวลาก่อน...มั้ยล่ะ” คุณหมอชม้ายสายตาคมกริบสบตาผม เหมือนกับว่าจะยิ้มยั่วด้วยสายตาหวานฉ่ำทำนองนั้น ทำให้ผมเกิดอาการหยาดเยิ้มหยดย้อยไปด้วย

                คุณ หมอวกเข้ามาเชื้อเชิญถึงอาชีพที่ตัวถนัด เสียงพูดกับผมนั้นมีแววล้อเล่นด้วยความเอ็นดู คุณหมอพูดพร้อมทั้งยิ้มตาเยิ้มเชิญชวน ผมใช้สายตาสำรวจที่ตัวหมออีกครั้ง เธอนุ่งกระโปรงยาวเลยเข่าไม่มากนัก ผ่ายาวลงมาเห็นช่วงน่องขาวอย่างน่าหวาดเสียว..เสื้อผ้าบาง ๆ สีขาวคอกระเช้า .. โนบรา

                ผม น่ะ.. อยากจะดูหมอและให้หมอดู ผลัดเปลี่ยนเวียนดูกันไปเรื่อย ๆ ด้วยความตะกระตะกรามในหัวใจ แต่ราคาค่าหมอดูยี่สิบห้าดอลล่าร์ที่หมอตั้งเอาไว้ เป็นอุปสรรคขวากหนามขวางหน้าคนยากจนอย่างผมไม่อาจสามารถจะปีนข้ามไปได้ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่ในกระเป๋าแปดดอลล่าร์กว่าหน่อย ๆ เท่านั้นเอง บอกหมอไปว่าไม่มีสตางค์พอสำหรับค่าดูหมอหรอก

                “ไม่ต้องดูตอนนี้ก็ได้” หมอตอบด้วยความอารี

                “รู้จักกันไว้ก่อนเป็นไร” หมอต่อประโยคถัดมา ทำให้เกิดความชื่นมื่นในหัวใจความหวังที่หดหู่เหี่ยวแห้งหดหายไปกลับแข็งแรง ขึ้นมาใหม่อีก ใช่ว่าคุณหมอจะตัดไมตรีเสียเลยทันทีก็หาไม่ หมอเดินนำหน้า มีผมเดินตามต้อย ๆ ใช้สายตาเหมือนเรด้าจับไปที่แก้มก้นของคุณหมอ เดินตามไปยังห้องรับแขกลับสายตาคน อย่างว่านอนสอนง่ายคล้ายถูกสะกดจิต

                “จะดูหมอมั้ยล่ะ..” หมอถามอีกครั้งเผื่อว่าผมจะเปลี่ยนใจ

                “ทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้ มีอยู่แปดดอลล่าร์เท่านั้น” ผมย้ำถึงจำนวนเงินเท่าที่มีอยู่ นึกน้อยใจในความอาภัพเรื่องโชคลาภวาสนาที่เกิดมาเป็นคนจนชนิดที่ไม่อยากจะจน อย่างน่าเกลียดเช่นนี้ต่อไปอีก อยากจะรวยสักยี่สิบห้าดอลล่าร์ไม่โลภมากไปกว่านี้ ในเวลานั้น

                “จะดูให้นิด ๆ หน่อย ๆ ก่อนเอามั้ยล่ะ” ยิปซีสาวยังไม่ลดละความพยายาม หรือจะเป็นเพราะว่าผมกำลังจะมีโชค นึกอยู่ในใจก่อนที่จะตอบหมอไปว่า “เอาก็เอา”

                “ขอเงินฉันก่อนนะ ฉันต้องการเงินนั่น เป็นค่าอาหารบ่ายวันนี้” หมอร่ายประโยคยาวเร็วปรือวว์

                ผม ควักเงินทั้งหมดกำไว้ในมือ หมอสาวก้มตัวเข้ามาหาพร้อมทั้งพูดว่าให้เอาเงินยัดใส่เข้าไปในร่องอกของเธอ ผมไม่รีรอที่จะทำตามอย่างรวดเร็ว จะเรียกว่าผลีผลามก็น่าจะได้ เอาเงินสอดใส่ลงระหว่างก้อนเนื้อขาวล้นมือทั้งสองก้อนนั้น หมอพึมพำว่าให้ใส่ไว้ลึก ๆ หน่อยกันตก ผมเสียบเงินไว้ระหว่างปทุมถันอวบอั๋นคู่นั้นมือค้างอยู่ในร่องอกเป็นเวลา ค่อนข้างนาน

                “ถ้าคุณมียี่สิบห้าดอลล่าร์ ฉันจะพาคุณให้เคลิบเคลิ้มไปกับยิปซีแมจิก”

                คุณ หมอว่าไปเรื่อย ๆ ตามลีลา ผมเองน่ะตัวร้อนผ่าวใจเต้นแรงราวกับตีกลองตุ๊ม ๆ ตั้ม ๆ เหมือนยี่เกโหมโรงอยู่ในหัวใจ ลืมไปว่าเธอชวนผมมาให้หมอดู ใจมันอยากจะดูหมออยู่ท่าเดียว อยากรู้ว่ายิปซีแมจิกจะเป็นยังไง ผมนัดหมายหมอไว้ว่า ค่ำ ๆ จะหาเงินมาเรียนรู้การดูหมอแบบยิปซีแมจิกกับเธอ

                ค่ำนั้น .. หมอสาวเปิดประตูยิ้มร่าเดินเข้ามาหาผมเมื่อเห็นผมมาตามนัด จูงมือให้เดินตามหล่อนเข้าไปในห้องครัว ผมหยิบเงินยี่สิบห้าดอลล่าร์ยัดใส่เข้าไปในร่องอกของเธอด้วยความเคยชิน หรือจะเรียกว่าเคยตัวก็ได้ ควานหาที่เหมาะเจาะอยู่นาน เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทองจะไม่ตกหล่นไปไหนเสีย ควานหากว่าจะได้ที่มือก็ได้รับความอุ่นจากไออกของคุณหมอ ทั้ง ๆ ที่อากาศคืนนั้นค่อนข้างจะหนาวกว่าปกติ

                แมจิกของยิปซีสาวหมอดู “ปาล์ม รีดเดอร์” แค่บทแรก ผมก็ออกอาการม่อยกระรอกหมอบกระแตเข่าทรุดอยู่ในห้องครัวนั่นเอง ไม่มีอะไรที่จะเคลือบแคลงสงสัยกับ “แมจิก” ของยิปซีสาวที่ลือลั่นกันว่าร้อนแรงยิ่งนัก เดินตัวลอยเหมือนอยู่ในภวังค์กลับไปที่รถ เนื้อตัวเบาหวิวหลับ ๆ ตื่น ๆ สมองโปร่งโล่งหัวยังไงบอกไม่ถูก

                อาทิตย์ถัดมา.. รับเช็คค่าแรงจากการแบกจ๊อบไม่รีรอรีบไปแลกเป็นเงินสด บึ่งรถไปหาหมอรวดเร็วราวกามนิตหนุ่มก็ไม่ปาน เพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับ “แมจิก” ของหมอมาทั้งอาทิตย์ แล้วก็ไปยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องหมอดู

                ยิปซีสาวแก่อ้วนปึกเดินมาเปิดประตูให้ เมื่อทักทาย “เซย์ไฮ” กันแล้วผมก็รีบไถ่ถามถึงยิปซีสาว หมอดู “ปาล์ม รีดเดอร์” ที่ผมตั้งใจมาหา

                “มีชั้นนี่แหละย่ะ เป็นหมอดูอยู่ที่นี่คนเดียว”

                ยิปซี สาวแก่พูดใส่จริตจก้าน ผมจึงต้องอธิบายอย่างย่นย่อว่า ผมเพิ่งมาดูหมอกับยิปซีสาว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่หยก ๆ จะมาดูหมอต่อวันนี้อีกสักหน ตามเนื้อตามตัวมันเต้นพิลึกยึก ๆ ยัก ๆ ยังไงพิกล อยากจะให้หมอดู เผื่อว่าวันนี้จะมีโชค

                ตามวิสัยหมอ .. ที่คาดคะเนเดาใจลูกค้าได้อย่างเหมาะเหม็ง ยิปซีสาวแก่อวบอ้วน หันมาพูดกับผมด้วยเสียงแผ่วเบาอย่างเห็นอกเห็นใจว่า

                “วันนี้ .. คุณคงจะไม่มีโชคอย่างที่นึกไว้..

                “ลูกสาวฉัน .. แองเจล่า.. เขาคืนดีกับสามีเขาแล้ว”

                “เพิ่งกลับไปอยู่กับสามีเก่า เมื่อคืนวานนี้เอง..”

                หมอดูสาวแก่แม่ปลาดุกชม้อยชม้ายตาแล เมื่อเห็นผมทำท่าผิดหวังกับการดูหมอกับลูกสาวเธอ

                “แต่เพื่อไม่ให้ผิดหวังกับการตั้งใจมาเรียนแมจิกต่อกับแองเจล่า”

                หมอมองหน้าผมด้วยสายตายั่วยวน ก่อนที่จะพูดต่อว่า

                “ฉันจะสอน ยิปซีแมจิกบทต่อไปให้คุณเอง..”

                “ส่วนเรื่องของโชคนั้นน่ะ .. “นาทีนี้น่าจะเป็นโชคดีของคุณแล้วละนะ..”

                หมอเห็นผมอ้ำอึ้งอยู่ เลยพูดต่อไปด้วยเสียงหยอกเย้าว่า

                “เรามาผลัดกันดูก็ได้ ..  ฉันไม่คิดสตังค์ค่า “ดูหมอ” จากคุณหรอกพ่อหนุ่ม..”

..........................

                ผม ปฏิเสธความหวังดีของเธอไป ทำยังไงได้จิตใจผมไม่ไปด้วยกับสาวแก่แม่ปลาดุกกระดุ๊กกระดิ๊กอ้วนอรชรเป็น ตุ่มมังกรเดินได้ของเธอ เสียใจด้วยจริง ๆ ถ้าหล่อนจะดูดวงตัวเองมาก่อนหน้านั้นสักหน่อยก็คงจะรู้ว่า “วันนี้หล่อนไม่มีลาภลอย” ...

                ในแวดวงของคนจน ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศนี้หรือประเทศไหน ผมเห็นด้วยกับคำพูดของใครบางคนที่เคยได้ยินมาว่า “คนจนเป็นคนโชคดีเสมอ” ได้รับความเอื้อเฟื้อหรือเผื่อแผ่จากใคร ถือว่า เป็นโชคลาภใหญ่หลวงนัก จะถูกล็อตโต้สักห้าเหรียญสิบเหรียญ ก็ดีอกดีใจตามประสาจน รู้คุณค่าของเงินที่ไม่ค่อยจะมีเหลือติดอยู่ในกระเป๋าของคนจน แม้ว่าของบางสิ่งบางอย่างไม่สายตาของคนร่ำรวยที่มีพร้อมสรรพสารพัดอย่างเห็น เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อจับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในมือคนจน “แบบลมพัดลมเพ ผ่านมาชั่ววูบ .. ชั่ววาบ .. แล้วผ่านไป” ก็ยังหอมหวานระริกระรื่นชื่นฉ่ำใจซาบซ่านอยู่ในความทรงจำยาวนาน

                แองเจล่า หมอดูยิปซีสาวที่ผ่านเข้ามาเหมือนน้ำทิพย์ประโลมใจให้กะเหรี่ยงสุดหงอยสุด เหงา อด ๆ อยาก ๆ เหมือนตากแดดตากฝนจนอารมณ์เหี่ยว อยากดื่มด้วยความแห้งผากในลำคอ กระหายน้ำเหมือนอยู่กลางทะเลทราย เกิดความกระชุ่มกระชวยขึ้นมั่งกับการต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์เพื่อประคอง ชีวิตให้รอดอยู่ในประเทศนี้มาได้อย่างอด ๆ อยาก ๆ พ้นจากความเซ็งที่สุมอยู่ในหัวใจเหี่ยว ๆ สลดหดหู่มานานได้รับความชื่นบานร่าเริงสุขสำราญเหมือนปลากระดี่ได้น้ำขึ้นมา สักนิดสักหน่อยก็นับว่า เป็นบุญคุณอย่างใหญ่หลวงนักแล้วละหนา

                ขอบใจอีกสักครั้ง ด้วยความสำนักในบุญคุณของ แองเจล่า .. ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พบไม่ได้พานไม่ได้ผ่านเข้ามาอีกสักครั้งสักหน ก็ยังรำลึกถึงเธอด้วยความรัญจวนใจทุกลมหายใจเข้าออกอยู่ไม่รู้หาย .. ด้วยความตื้นตันใจ ไม่ลืมบุญคุณที่ดอกฟ้ายังมีน้ำใจเจือจานหยิบยื่นเนื้อ นม ไข่ มาให้กับหมาวัด..

                บุญคุณนั้น .. จะติดตราอยู่ในสำนึกระลึกถึงบุญคุณต่อไปอีกนานเชียว ..แองเจล่า..

                ยิปซีสาว “ปาล์ม รีดเดอร์” ผู้มี “แมจิก” พิศดาร

                เล่นกลให้กะเหรี่ยงจนๆ ที่ขาด “กลิ่น..รสหอมหวานอบอวล ยามเมื่อเนื้อแนบเนื้อ” มีความสุขฉ่ำชื่นอขู่ทั่วทุกขุมขนทุกครั้งที่คิดถึง

                ขอโทษที แองเจล่า ถ้าเธอไม่ได้รับความประทับใจ

                เพราะกะเหรี่ยงชนคนนี้ .. อยู่กับความเงียบหงอยมานาน จนพลิกตำราไม่ทันจะต่อกรด้วย

                ยังไง ๆ ก็ยังผวา .. ใฝ่หา .. อยู่ตลอดเวลาในมายากลของหล่อน

                ด้วยความระลึกถึงบุญคุณยิ่งนัก ...