Get Adobe Flash player

โครงการรับจำนำข้าวรัฐบาล”ปู” โกงทุกเม็ด เสนอ โดยวิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

               โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” เป็นเรื่องการตั้งใจทำโครงการนี้ “ขึ้นมาโกง” ตั้งแต่ริเริ่มคิดก็ผิดแล้ว จากข่าวที่ประชาชน “รับรู้” ทางสื่อฯสิ่งพิมพ์ที่ชอบอ้างกันว่าเป็นยักษ์ใหญ่ ประชาชนเคยเชื่อถือ “ข่าว” จากหนังสือพิมพ์ยักษ์ๆๆ ยึกๆ ยักๆ ของเมืองไทยหลายๆ ยักษ์ กลายเป็นเรื่องยักยอก หลอกลวงประชาชนสรุปว่า  “เชื่อถือไม่ได้เลย” โดยเฉพาะโครงการโกง “รับจำนำข้าว” ของรัฐบาล “หมวยปู” ยังคาราคาซังอยู่ทุกวันนี้  โกงกันหลายขั้นตอน โกงตั้งแต่ชาวนา “กระดูกสันหลัง” ของประเทศถูกรัฐบาล “ปู” เล่นเหลี่ยมเล่นเล่ห์  จนกระดูกสันหลังหัก  “ตั้งใจโกงชาวนา “ให้ถือใบประทวนแทนเงิน รอแล้วรอเล่ามาเป็นปีครึ่งปีไม่เห็นเงิน แม้แต่เงา ทุกวันนี้ชาวนา เหมือนต้นข้าวคอยฝน กำลังจะเหี่ยวแล้วแห้งตายไปกับความหน้าด้านหน้าทนของรัฐบาล “หมวยปู” ที่ฆ่าตัวตายก็เห็นกันอยู่หลายรายแล้ว

               รัฐบาล “หมวยปู” เคยอ้างว่า ซื้อมา “ตุนไว้” ให้ราคาข้าวสูงขึ้น คาดว่าข้าว จะต้องขาดตลาด ทั้งๆ ที่เรื่อง “ข้าว” ทุกวันนี้ ประเทศต่างๆ ในเอเซียปลูกข้าวเลี้ยงคนในประเทศได้แล้ว แต่บางประเทศผลิตได้ไม่มากพอจะส่งเป็น “สินค้าออก” เป็นกอบเป็นกำเป็นล่ำเป็นสัน  แต่ก็ยังสามารถเลี้ยงดูผู้คนในประเทศของตัวเองได้ก่อนจะเพิ่มผลผลิตเป็นสินค้าออก แล้วถูกรัฐบาลเบี้ยว ชาวนาไทยบางรายแค้นจุกอกถึงกับฆ่าตัวตายเพราะถูกโกง  รัฐบาลอ้างว่า ที่รับซื้อข้าวทุกเม็ด “มากักตุน” เพื่อโก่งราคาขายออกให้ต่างชาติจะทำกำไรมหาศาลให้ประเทศ แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ “การกักตุนข้าว” ครั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าไว้ล่วงหน้าจะ “ ปั่นราคาข้าว” ให้สูงขึ้น กักข้าวไทยเอาไว้ เพราะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ข้าวได้มาตรฐาน กักตุนเอาไว้ขายในราคาแพงๆ (แต่ที่จริงคิดโกงไว้ตั้งแต่ เวียนข้าวขายแล้ว ทั้งมีพรรคพวกซื้อข้าวราคาถูกจากพม่า เป็นต้น มาขายแพงเท่ากับราคาข้าวไทย อีกด้วย เข้าๆ ออกๆ เวียนขายกำไรอื้อ)  เห็นไหมว่า รัฐบาลหมวยปูมั่ว (คิดชั่ว) ทุกทางหมายตาไว้ว่าจะบีบตลาดข้าวทั่วโลกที่ “หมวยปู” กับ “โกแม้ว” คิดไว้  ประเทศไทยก็เลยหล่นร่วง จากที่เคยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่ง  จนถึงปัจจุบันจะร่วงลงไปถึงอันดับโหล่แล้วหรือยัง ก็ยังไม่รู้

               ความกะล่อนของพี่ๆ น้องๆ ตระกูล “ชินวัตร” ร่วมลงมือลงตีนกับชาวนา ครั้งนี้ ตัวใหญ่สุดคงจะหนีพี่ชายของ “หมวยปู” ชื่อ  “โก แม้ว” กับพี่สาวชื่อ “ยัยซิ้มซาลาเปา ไส้แดง” ไปไม่พ้น “โครงการนี้” รับจำนำทุกเม็ดแต่ยังไม่บอกก่อนว่า “ถ้าไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย”  ลงความเห็นกันได้แล้วหรือยังว่า “ใครที่นรกส่งมาเกิดบ้าง” จน “สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน” ต้องออกมาเปิดโปง “ยัยหมวยปู” เพื่อให้ยุติจำนำข้าว  ในระหว่างที่เป็น “นายกฯ รักษาการ” หมดเครดิตที่จะไปกู้หนี้ยืมสินอีกแล้ว แต่ยังเที่ยวเร่วิ่งพล่านไล่ “ขอยืมเงินจากธนาคาร” ต่างๆ แต่ไม่มีธนาคารไหนให้ยืมเงินฝาก “จากประชาชน” เพราะกลัว “หมวยปู” เจ้าเล่ห์เบี้ยว ด้วยสโลแกน “ไม่มี..ไม่หนี..ไม่จ่าย” เหมือนกับทำกับชาวนาให้เห็นกับตามาแล้ว มีหลักฐาน จากสำนักข่าวอิศรา ส่งต่อข้อมูลไปให้ สตง.สาวไส้ให้เห็น ครบถ้วนขบวนโกง  เชิญทัศนาข้อเท็จจริง ..จากที่จั่วหัวข้อเรื่อง ไว้ข้างล่างต่อจากนี้..

               สตง.แฉบกพร่องทุกเมล็ด จี้'ปู'ยุติจำนำข้าว

               สตง.แฉบกพร่องทุกเมล็ด จี้'ยิ่งลักษณ์'ยุติจำนำข้าว :สำนักข่าวอิศรา รายงาน

             สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลตั้งแต่ปีการผลิต 2554/55 เป็นต้นมา ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกรอบวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อดำเนินโครงการต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ประกอบกับการศึกษา วิเคราะห์จากผลการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2548/49 และ 2549/50 และโครงการประกันรายได้เกษตรกรของปีการผลิต 2552/53 และ 2553/2554 ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ผ่านมา ข้อเสนอและความเห็นจากสถาบัน องค์กรต่างๆ เกี่ยวกับโครงการ ตลอดจนรายงานการปิดบัญชีโครงการของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจากการตรวจสอบดังกล่าว สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีความเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้

             1. การดำเนินงานโครงการมีจุดอ่อนหรือความเสี่ยงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร จนถึงการระบายข้าว ซึ่งเป็นช่องทางนำไปสู่การสวมสิทธิ์การจำนำและการทุจริตในโครงการ

             จากการตรวจสอบที่ผ่านมา ทั้งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2548/49 และ 2549/50 และโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเช่นเดียวกัน พบว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไม่ถูกต้อง เกินความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เป็นช่องทางนำไปสู่การสวมสิทธิ์เกษตรกรและการทุจริตได้ การตรวจสอบรับรองข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง และการใช้การประชุมประชาคมเป็นเครื่องมือในการรับรองความถูกต้อง ความครบถ้วน ของข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล สำหรับผู้แทนเกษตรกรและตัวแทนข้าราชการซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ประจำจุดรับจำนำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำจุดรับจำนำขององค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ไม่สามารถทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งด้านคุณภาพข้าว (กรัมข้าว) การหักลดความชื้นและสิ่งเจือปนเกินความเป็นจริง

             เนื่องจากส่วนใหญ่ยังขาดความรู้หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพข้าว (กรัมข้าว) ชนิดข้าวน้ำหนักข้าว นอกจากนี้ การจัดเก็บรักษาข้าวของโครงการเกิดการสูญหายหรือขาดบัญชี สำหรับการระบายข้าวตามโครงการดำเนินการได้น้อยและล่าช้ามาก ส่งผลทำให้ข้าวสารคุณภาพเสื่อม ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้สรุปประเด็นปัญหาและความเสี่ยงสำคัญที่พบจากการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวเปลือกแจ้งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณาให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานโครงการ ตามหนังสือที่เคยแจ้งถึงนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 ฉบับ

             สำหรับการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2554/55 เป็นต้นมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ติดตามขอข้อมูลผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับผลการดำเนินงานการรับฝากข้าวเปลือก การออกใบประทวน การเก็บรักษาข้าวสาร การระบายข้าวตามโครงการ และผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือของโรงสี และโกดังกลางที่เข้าร่วมโครงการ ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2556 รวมทั้งข้อมูลและรายงานผลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล

             แต่ปรากฏว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับข้อมูลดังกล่าวเพื่อประกอบการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ล่าช้า และไม่ครบถ้วน เช่น ข้อมูลการระบายข้าวตามโครงการของกระทรวงพาณิชย์ และผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือของโรงสีและโกดังกลางที่เข้าร่วมโครงการ ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2556

             จากข้อมูลรายงานผลการปิดบัญชีโครงการ ซึ่งจัดส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ได้ให้ข้อสังเกตว่า องค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร มีการรายงานข้อมูลปริมาณข้าวสารคงเหลือในคลังสินค้าไม่ถูกต้องครบถ้วน ล่าช้าไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งมีการแก้ไขข้อมูลบ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถปิดบัญชีได้ทันเหตุการณ์ อีกทั้งยังมีการขอปรับเพิ่มปริมาณข้าวสารคงเหลือ ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2556 จำนวนสูงมากถึง 2.98 ล้านตัน แต่ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันความถูกต้องได้

             นอกจากนี้การระบายข้าวตามโครงการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบว่าการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ สนับสนุนว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่ง  ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐได้รับมอบหมายจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และไม่มีการส่งออกข้าวออกนอกราชอาณาจักรจริง

                (รัฐบาลอ้างว่า ได้ยกเลิกไปแล้ว ..ทำเมื่อไร..บอกเลิกเมื่อไรใครเลิกกับใคร ไม่มีข้อตกลงก่อนแล้วจะเอาอะไรไปเลิก  ไม่มีรายละเอียด หรือแสดงหนังสือสัญญาให้เห็น... เลิกอะไรกับใคร..เลิกซื้อขายข้าวหรือเลิกอย่างอื่น ) ) (ผู้เขียนคอลัมน์)

อ่านต่อฉบับหน้า