Get Adobe Flash player

อยากหยิก “ยิ่งลักษณ์” นักเชียว โดยวิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                แสลงหูกับการใช้คำนำหน้าชื่อว่านางสาว ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รู้กันอยู่ทั่วประเทศว่า  มีลูกหนึ่งคน ไม่มีสามี (ตีตรา) ถูกต้องตามกฏหมาย  ถึงสงวนสิทธิ์เอาไว้ว่าจะไปเร่ร่อน (คำว่าเร่ร่อน) แปลว่าจะไปทั้งเร่ทั้งร่อนกับใครที่ไหน ยังอ้างได้ว่า (ไม่มีผัวเป็นตัวตนใครจะทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมิได้ ) คนที่นอนเตียงเดียวกันนั้น มีไว้สำหรับ ออกงานใหญ่ๆ ว่าถึงไม่จดทะเบียนแต่งงาน ก็ยังถือได้ว่า เป็น “สุภาพสตรีชั้นสูง” มีผัวเป็นตัวตน (เหมียนกัลล์)  แสดงว่าต้องการมีแค่สามี(ไม่ตีทะเบียน) ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องว่าจะไปเร่ร่อนที่ไหน “คู่นอน” ไม่มีสิทธิเรียกร้องอะไรตามกฏหมายในฐานะสามีได้ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ จะเข้านอกออกในไปไหนๆ ก็ว่าเป็นเรื่องของฉัน ไม่ต้องหอบสามีติดตามพะรุงพะรังไปด้วย

                เพื่อผลประโยชน์ ที่จะตามมาเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศต่างๆ กว่า  20 ประเทศ (มีความหวังเรื่องลาภลอย)     จัดโปรแกรมเดินทางไว้ประหนึ่งว่า เป็นโปรแกรมเดินสายเหมือน”โร้ดโชว์” โดยตัวเองนำสินค้าไทย “ติดตัว”ไปด้วยให้ดูเป็นตัวอย่าง (ดูแต่ตาอย่าแตะต้องของจะเสีย)  เป็นตัวช่วยรับรองคุณภาพไปในตัว ไป “ให้ดู” ว่า  สองปีกว่าที่หล่อนทำหน้าที่ “เซลล์สินค้าไทย”  เช่นข้าวหอมมะลิประเทศไทยผลิตได้ ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง ประมาณนั้นทีเดียว  หวังว่าจะเป็นการหาเม็ดเงินจากต่างชาติไหลมาเทมา  ประเทศไทยจะร่ำรวยไม่รู้หยุดฉุดไม่อยู่  แย่งกันซื้อหาสินค้าตัวอย่างไว้เป็นเจ้าของ

                 การตกลงกันระหว่างประเทศย่อมชักช้าตามประสาการปฎิบัตงานของ  “ข้าราชการไทย” (คำว่าข้าราชการตามความหมายที่รู้ๆ กันอยู่ในหมู่ประชากรไทย ก็คือ ทุกคน เป็นเจ้านายเหนือหัวประชาชน กันอยู่ทั่วถ้วนทุกคน ทุกกระทรวง) พลเมืองของประเทศต่างๆ โดนเฉพาะประเทศเกิดใหม่ ทางอัฟริกา ประเทศต่างทั่วโลก จะสั่งสินค้าไทย รับออเด้อร์กันไม่ทันเดียวละ....ทั้งอยากจะเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศไทยด้วยตัวเอง จะเลือกทดลอง “คุณภาพ” ดูก่อนก็ย่อมได้  การที่ “ลูกค้า” ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเป็นว่าเล่น หมายความว่า การท่องเที่ยวจะกวาดเงินเข้าประเทศเหมือนดอกไม้งาม บูมตูมตามไปด้วย

                เร่ร่อนเดินสายไปโชว์  “สินค้าไทย” ในต่างประเทศเห็นกับตาว่า คุณภาพสินค้านั้นดีจริง ได้ผลเรียกว่า “หายเหนื่อยไปเลย”  โปรแกรมการเดินทาง “โร้ดโชว์” สินค้าของประเทศไทย   นางยกฯ โปรโมท ด้วยตัวเอง ยากที่ใครจะส่ายหน้า..ขายไม่ออก

                 ลองเทียบหาความแตกต่างของรัฐบาลก่อนหน้านั้นกับรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   แม้กับคนพรรคเดียวกัน ก็ตามรับประกันว่า ไม่มีใครสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปได้มากกว่า  นายกรัฐมนตรี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

                ไม่ว่าจะเป็นด้าน การส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือ รับทรัพย์จากการทำสัญญาขายสินค้าของกระทรวงพานิชย์

                แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับ นายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ แต่มีความสำคัญมาก สำหรับ เรื่องการส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความวิไลดารกา เท่าเทียมหรือยิ่งกว่า ทุกๆ ประเทศในโลกนี้ เรื่องของแฟชั่นจาก “สยามเมืองยิ้ม” เก๋ไก๋ยิ่งไปกว่านั้นก็คือการอ้างว่า แฟชั่นโชว์ชุด เป็นการเผยแพร่วัฒนธรมมเก่าแก่ สืบต่อมาจาก “สยาม” ที่ชาวต่งประเทศรู้จักชื่อประเทศไทย ในชื่อนั้นดี

                ตัวเองไม่มีวาสนา แต่รู้และสัมผัสได้ “ทางสายตา” จากรูปถ่ายที่ลงในหนังสือพิมพ์กันอย่างคึกโครม จนลืมเรื่อง การเตรียมพร้อม แบ่งประเทศ ที่เป็นข่าวใหญ่ในประเทศอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีอะไรหรอก นอกจากเสียว่า

                มีการตั้ง “บังเกอร์” ของทหารไทย ร้อยกว่าร้อยจุด ทั่วกรุงเทพฯ  ในสถานการณ์ปกติ ..มันผิดปกตินะเนี่ย..

                “บังเกอร์” ค่อนข้างแข็งกร้าวไปหน่อยสำหรับ คนมี รสนิยมสูง เกินกว่าจะคำว่า “ไฮโซฯ” อย่างนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ยังเห็นดีด้วย แต่มีความคิดรสนิยมวิไล ขอให้ คุณพี่ตู่ (ทหาร)  สมองทื่อทึบเกินไป ลากคอนกรีตมาเป็นแท่ง ๆ ไม่งามตาเท่าที่ควร นางสาวน่ารัก เอ้ยไม่ใช่ นางสาวยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะเป็นเจ้านายเหนือหัว ของ บิ๊กตู่  (ผบ.ทบ.) ที่นั่งถ่างขา มาพาดไว้กับเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหมกับนายกรัฐมนตรี  ( เป็น “หญิงเหล็ก” ) ที่อาจจะต้อง แต่งตัวเป็น “ทหาร” ระดับพลเอก หรือหรือ “จอมพล”  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ขึ้นไปนั่งบนแท่น ชมการสวนสนามของกองทัพไทย ที่มีทหารยศ  พล.อ. มาเดินสวนสนามทำความเคารพ รัฐมนตรีกลาโหม  จะเป็นความเจริญหูเจริญตาของทหารผู้ได้รับเกียรติ มาเดินสวนสนาม  ด้วยความคิดอันสุขุมลุ่มลึกของ นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงสั่งให้ผบ.ทบ. นำต้นไม้กระถังดอกไม้ มาวางรอบๆ บังเกอร์ จะทำให้กรุงเทพฯ สวยไม่มีกลิ่นอายการสู่รบ แบ่งแยกประเทศไทยออกไปเป็นสองรัฐหรือสองประเทศ  ตามเสียงเรียกต้องของประชาชน นปช.

                ขอเสนอความคิดว่า ควรจะแต่งตัวด้วยเครื่องแบบทหารหญิงทั่วๆ ที่เห็นๆ กันอยู่ในเครื่องแบบประจำทำงานในกระทรวง ในกรมกอง สวมกระโปรง แทนกางเกง แบบทหารผู้ชาย ในวัน “วันสวนสนาม” จะคึกครื้นน่าดูชม เป็นบุญวาสนาได้เห็น รัฐมนตรีกลาโหม ใส่กระโปรงสั้น (เหนือเข่า) เล็กน้อย ยกเว้นวันนั้นไว้สักวันเถิด อย่าถึงกับไปแข่งขันการ นุ่งกระโปรงสั้นเสมอหู กับดารานักร้องดัง ๆ ทั้งหลายที่คุณพ่อของเธอ ผู้ที่ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ว่าจ้างเป็นพิเศษ ให้ไปร้องเพลงให้ฟัง หรือว่า เปิดเทปฟังมันก็คงจะไพเราะเท่ากัน ตัวจริงเสียงจริงได้รู้ได้เห็น นุ่งกระโปรง(สั้นเสมอหู) เหมือนกับได้เห็นเพียงแต่รูป ใช่เลยที่พูดๆ กันว่า เห็นแต่รูป จูบ (กระดาษ)ไม่หอม  แต่สำหรับคนชอบ “ของสด” ทั้งหลาย ที่ว่าจ้างนักร้องไปคราง..เอ้ยไปครวญเพลง คงไม่เร้าอารมณ์ ความรู้สึกเท่ากับ ฟังจากปากของตัวจริงเสียงจริง อย่างแน่นอน

                ด้วยความรัก และหลงไหลความสวยงามของ นายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  มีความสำคัญต่อชายไทย จำนวนไม่น้อย (เลยเจ๊) แค่เห็นหน้าก็ชื่นใจ จนไม่อยากจะพลาดการ “ปกครอง” แบบ “โลกสวย” ไปด้วยเพราะขาดเธอ

                ประชาชนชายไทยทั่วๆไปอย่างน้อยก็ทางภาคอิสานส่วนหนึ่ง และทางภาคเหนืออีกส่วนหนึ่ง จึงอยากจะอยู่ใต้ความปกครองของเธอ ให้นานเท่านานเท่านานเท่าที่จะเป็นไปได้  จนถึงกับ ตะโกนป้องปาก (แบบยี่เก)  ว่า พวกเราเชียร์ให้ ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ ยิ่งลักษณ์ สู้ต่อไปให้ตายคาประชาธิปไตย พวกเรา (ทางจังหวัดที่พูดถึงส่วนใหญ่) ถึงจะต้องตั้ง นปช.  ขึ้นมาขอแบ่งประเทศ แม่ง..เสียเลย  (ดีไหมนายหญิง) ... พวกที่ “ชอบกระโปรงสั้นเสมอหู” ควรจะแบ่งประเทศไทย ครึ่งหนึ่ง” ไปให้ยิ่งลักษณ์ ปกครอง ต่อไป..ต่อไป..และต่อไป...

                เอาคนที่ นปช. (นิยมแดง) เทิดทูน เชิญพวกนิยม “ระบอบทักษิณ”  ย้ายโคตรไปอุดรท่านขวัญชัย ไพร่พนา ถากถางทางเอาไว้แล้ว หรือที่เชียงใหม่ แล้วเชิญ สมเด็จเจ้ามูลเมือง ที่ไปหม่ำข้าวหมกไก่ เสียจนอ้วนกลมตาหยี  กลับมาเป็นประมุข

โหมโรงกับยกใหญ่ในวันนี้ แถมยังออกบัตรประจำตัวประชาชน “นปช.” เอาไว้ล่วงหน้ากันแล้วด้วย ถึงยังงั้นเชียว..

                ทุกวันนี้ ประชาชนชาวไทย กับประชาชนชาว นปช. ยังหันหน้าชนกันอยู่ เป็นเรื่องแปลกประหลาด ฝ่ายต้องการแยกประเทศ กลายเป็นว่า มี นายิก(ผู้หญิง) เป็นนายิกรัฐมนตรีของประเทศไทยอยู่  ถูกไล่ก็ไม่ว่า..ถูกด่าก็ไม่สน.. ขุดแซะ..ประเทศต้องการให้แตกสลายออกไปเป็นสองส่วนตั้งแต่วันนี้ เล่นกันแรงถึงกับจะให้ แตกดังโพล๊ะ..แตกดังโพล๊ะ ด้วยคณะของรมต.ของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถืออำนาจการปกครองของประเทศไทยอยู่ โดย คนสวยจุ๋มจิ๋ม ถ้าแบ่งประเทศไม่ได้ คุณจุ๋มจิ๋ม.. คงจะถูกเรียกสั้นๆ ว่า “คุณจิ๋ม” นักโทษหญิงจุ๋มจิ๋ม หรือยัยจิ๋ม เฉยๆ  กันทีเดียวเชียวละ

                “คุณจุ๋มจิ๋ม” ที่จะถูกเรียกว่า “คุณจิ๋ม” ต่อไปในวันหน้าเหยียบย่ำประเทศไทยออกหน้าออกตา โดยรายงานข่าว หลายๆ สำนักพิมพ์ในประเทศไทย  ที่มีเนื้อร้องต่างกันไปบ้าง แต่ทำนองเดียวกันว่า

                รัฐมนตรี มหาดไทย นายจารุพงศ์  กับ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพานิชย์ (ไพร่รองหัวหน้าไพร่ นปช.) ชื่อ ณัฐวุฒิ ไสเกื้อ สร้างขุมกำลังไว้ต่อสู้แตกหัก กับประเทศไทย (ที่พูดว่า พวกรมต.เหล่านั้นในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)

                 และนี่เป็นบางส่วนของเนื้อหาที่ขออนุญาต นำมาลง  จากสำนักข่าวต่างๆ พูดถึงเนื้อหาเดียวกัน แต่บรรเลงหลายทำนองเดียว..ว่า "ป.ป.ช." ตั้งองค์คณะไต่สวน "ยิ่งลักษณ์"  ในฐานะนายกฯ แต่ปล่อยรัฐมนตรี "จารุพงศ์-ณัฐวุฒิ" ยุยงให้ให้ใช้ความรุนแรง ปลุกระดมแยกประเทศ ชี้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ ครม.ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หันใช้ พ.ร.บ.มั่นคงแทน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 มี.ค.-30 เม.ย. ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ด้านข้อเสนอ 6 องค์กรอิสระเป็นหมันแล้ว "รัฐบาล-กปปส." ต่างปฏิเสธ "โรมานอฟ" โผล่ลั่นปฏิวัติคนตายเป็นพันแน่
                   นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เปิดเผยว่า เนื่องด้วยมีผู้กล่าวหาร้องเรียน  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับพวก รวม 14 คน ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554
                  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด (ยกเว้น น.ส.ยิ่งลักษณ์) ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ร่วมกันจัดเวทีปราศรัยที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยใช้ชื่อว่า “นปช. ลั่นกลองรบ” ได้กล่าวปราศรัยในลักษณะยุยงให้ใช้ความรุนแรงให้ จัดตั้งกองกำลังของกลุ่มคนเสื้อแดง ข่มขู่องค์กรอิสระ ศาล ยุยงให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ให้มีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยออกเป็นสองส่วน จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ ประชาชน และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (ข้อหาที่ตั้งขึ้น ถ้าศาลตัดสินว่าผิด ติดตะรางกันหัวโต (ผู้เขียน)
                นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา มีอำนาจสั่งยับยั้งและสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการได้ แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามสื่อมวลชนว่ามีการกระทำการดังกล่าวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงใดๆ นอกจากนั้น ในฐานะรักษาการ รมว.กลาโหม มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายของกระทรวงกลาโหมให้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักร จากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ แต่กลับนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการใดๆ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือประชาชน หรือกระทรวงกลาโหม
    “คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติให้รับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ตามหมวด 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง
                วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่า ..  "ดิฉันอยู่ในตำแหน่งนี้ เพราะตามกฎหมายต้องให้รักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ และ ดิฉันอยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยดำรงอยู่ ขอยืนยันว่าไม่ได้อยู่เพื่อจะยึดอำนาจ และใช้ตัวเองเป็นอำนาจเพื่อให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อน พร้อมเสมอที่จะทำอย่างไรให้มีการส่งมอบให้กับรัฐบาลใหม่โดยเร็ว"

                จะอยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย..พูดออกมาได้อย่างไร.. พูดไม่รู้เรื่อง.เรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย.สักหน่อยก่อนก็ยังดี

                ที่อ้างมาแสดงว่า”รู้แต่ประชาธิปไตย คือการเลือกตั้งเท่านั้น..เท่านั้นเองหรือ ..จิ๋ม..