Get Adobe Flash player

“ฟื้นฝอยหาตะเข็บ” โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยทุกวันนี้  เป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดิ้นรนทุรนทุรายอย่างหนักเพื่อจะอยู่ในอำนาจต่อไป เป็นความหวังริบหรี่น้อยยิ่งกว่าขี้ตาแมว..น้องสาวร่วมทำเวรทำกรรมกับ ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นต้นตอสร้าง (พวกโจร) นปช. คนเสื้อแดงขึ้นมา“จุดไต้ (ตำตูด) ตำตอ” ตัวเองขึ้นมา เพราะตัวเขา ประมาณเหตุการณ์ผิด ประมาทดูถูกดูแคลนผู้ที่อยู่ใต้อำนาจมาถูกเขาเย้ยหยัน ตลอดมา บาปหนักหนาสาหัส คือ “ชักดาบชาวนา”

                ชื่อเรื่อง “ฟื้นฝอยหาตะเข็บ”  เหมาะสมกับกาละเทศะขึ้นมาหน่อย ขอนำเนื้อหาสาระสำคัญจากข้อมูลของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “สันตะวา” เขียนใน Blog ของเขา เปรียบเทียบได้ว่า โจรย่อมไม่มีเพื่อนแท้และศัตรูถาวร ชัดเจนในกรณีนี้                  ..................................................................................................................

                จากการโฟนอินเข้ามาของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มายังการชุมนุมที่บริเวณราชประสงค์ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 อันเป็นวันครบรอบ 2 ปีของการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง
                ในวันนั้น ทักษิณ ชินวัตร กล่าวเป็นทำนองว่า การชุมนุมรณรงค์ทางการเมืองของคนเสื้อแดงควรจะยุติได้แล้ว ทุกฝ่ายต้องอดทน และเข้ามาปรองดองต่อกัน และบอกแก่คนเสื้อแดงว่า การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้าย
                สันตะวา เขียนเรื่องราวน่ารู้น่าคิด น่าอ่าน อธิบายไว้ว่า
                ผ่าน มา 5 วัน ประโยค เรือส่งถึงฝั่ง จากปาก ทักษิณ ชินวัตร ยังทำอากาศแปรปรวน คลื่นลมปั่นป่วน บ.ก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามอนงค์ แดงก้าวหน้า ระบายออกมาดังๆ  'เสื้อแดงกำลังจะป่วยเป็นโรคเบื่อทักษิณ'.... แดงฮาร์ดคอร์ ใจ อึ๊งภากรณ์ ก็แถลงการณ์จากอังกฤษ 'คนเสื้อแดงไม่ได้ออกมาสู้กับทหาร และประชาธิปัตย์ เพื่อทักษิณ'  'เขาออกมาสู้เพื่อให้ตนเองดำรงอยู่ในสังคมที่มีความเป็นธรรม ทั้งทางเศรษฐกิจ และทางกฎหมาย... ต้องการที่จะมี 'ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์'แทนการเป็น 'ไพร่'.... เมื่อ เสี่ยแม้ว แบไต๋แบบนี้ ถือเป็นข่าวดี ระดับแห่งปี ของ ขบวนการเสื้อแดง จากนี้จะได้ก้าวข้ามตัวบุคคลเดินหน้าสู่จุดหมายแท้จริง ด้วยความรู้ ภูมิปัญญา ประสบการณ์ ของแกนนำ กับอุดมการณ์ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของมวลชน ไปถึงแน่ ....................

                หากอ่านแล้ว ก็คงจะแปลความได้ว่า การอย่าแบกเรือขึ้นเขาของคุณทักษิณ คือ การบอกคนเสื้อแดงว่า อย่าไปกระทำการใดๆให้เหนื่อยในช่วงนี้ หน้าที่ของคนเสื้อแดงหมดแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งก็ครองอำนาจโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างผูกขาด
                ฟังดูแล้วไม่เป็นเรื่องน่าแปลกใจ เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดงในบริเวณราชประสงค์ เท่ากับเป็นการช่วยพรรคฝ่ายตรงกันข้ามในทางอ้อม เป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ผู้ประกอบธุรกิจ คนค้าขาย และคนทำงานจำนวนหลายหมื่นคนในบริเวณย่านการค้าดังกล่าวต้องได้รับผลกระทบจาก การชุมนุม เป็นการสร้างความโกรธเกลียดให้กับคนใช้รถใช้ถนนที่ต้องมาติดขัดการจราจรใน บริเวณย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพฯนี้ คนที่เขาเกลียดพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ก็ยิ่งเกลียดชังหนักยิ่งขึ้นไปอีก คุณทักษิณเองก็คงรู้ แต่กับคนเสื้อแดงซึ่งมีบุญคุณต่อพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหอกเสี่ยงเจ็บเสี่ยงตาย หากไม่มีคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว ประกอบกับการยืนอยู่เบื้องหลังของคุณทักษิณ ผลการเลือกตั้งในท้ายสุด อาจไม่ออกมาอย่างที่ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ต่อพรรคเพื่อไทยอย่าง ยับเยิน
                บทบาทแกนนำคนเสื้อแดงที่ออกมาสู้อย่างเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในช่วงเวลาที่ผ่าน มาเป็นประโยชน์ต่อทักษิณและพรรคพวกมาแล้วอย่างแน่นอน แต่เวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว
                คุณทักษิณเป็นคนคิดไวและตัดสินใจไวแบบนักธุรกิจ (นั่นคือสิ่งที่เสื้อแดงเชื่อแล้วในที่สุด ณ วันนี้ (ผู้เขียนคอลัมน์)  ไม่ชอบรอช้า การพูดตัดบทกับคนเสื้อแดงในวันดังกล่าวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับนัก วิเคราะห์การเมืองทั้งหลาย และคำสอนที่นำมาพูด “อย่าแบกเรือขึ้นเขา” หรืออย่าไปใช้ยานพาหนะผิดที่ผิดทาง เพราะในช่วงต่อไปนี้ การใช้เรือไม่มีความจำเป็นแล้ว หรือเท่ากับบอกว่า บทบาทของคนเสื้อแดงที่ใช้ความรุนแรง การคุกคามอย่างที่เคยกระทำมาในช่วงของการต่อสู้นั้นได้หมดความสำคัญลงแล้ว และต่อไปนี้ คงต้องให้ฝ่ายอื่นๆ เขาได้ทำหน้าที่ของเขาต่อไป
                ส่วนคำว่าเขาหรือภูเขาของคุณทักษิณคืออะไร มันคือความยากลำบากอีกแบบหนึ่ง เพราะการเรียกร้องให้มีการปรองดองของคุณทักษิณนั้น มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ และฝ่ายพันธมิตร ทั้งหลาย ต่างออกมาแสดงความเห็นตรงกันว่า เขาไม่ต้องการรับการอภัยโทษ แต่ต้องการให้มีการสืบหาความเป็นจริง ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ไป ทำทุกอย่างให้กระจ่างก่อน และทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การจะนิรโทษกรรมและมีการปรองดองนั้น จุดสำคัญคือการปรองดองเพื่อทักษิณ ชินวัตรเป็นเป้าหมายปลายทางหลัก ส่วนเขาจะได้อะไรมากน้อยเพียงใด ต้องไปทำความเข้าใจกับกฎหมายที่พยายามเร่งรีบให้ออกจากรัฐสภา
                มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับคุณทักษิณ มันเป็นเรื่องของการต้องเหนื่อยปีนขึ้นภูเขาสูงจริงๆ และมันจะคุ้มหรือไม่สำหรับคุณทักษิณ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ที่จะเสี่ยงดันทุรังทำสิ่งที่ฝืนความรู้สึกของผู้คน

                นั่นคือบทสรุป เรื่องราวที่น่าจะเรียกว่า “เมื่อถึงฝั่ง..แล้วถีบหัวเรือส่ง” อีกตอนหนึ่ง  เป็นเหตุการวิเคราะห์อย่างสดๆร้อนๆ ของ นักทำกิจการ การเมือง นาย ไทกร พลสุวรรณ 18 เม.ย.57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไทกร พลสุวรรณ 1 ในแกนนำ กปท. โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คเพจ

                ชื่อว่า “ไทกร พลสุวรรณ” เกี่ยวกับสาเหตุที่มวลชนคนเสื้อแดงต้องเลื่อนการชุมนุมจากวันที่ 18 เม.ย.57ออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยระบุไว้ 2 ประเด็นคือ ปัญหาท่อน้ำเลี้ยง กับความแตกแยกระหว่างแกนนำ นปช.กับอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ทำให้แกนนำ นปช.ต้องหารือกันอย่างเคร่งเครียด

                นายไทกร กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนประเด็นหลักเรื่องท่อน้ำเลี้ยง ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุม นปช. ถึงท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษคดีอาญาหนีคำพิพากษาของศาลจำคุก 2 ปี เนื่องจากเกรงกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะหักหลังหันไปเจรจากับกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม และลอยแพมวลชนเสื้อแดง จนอาจถึงขั้นให้รัฐบาลเล่นงานแกนนำเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง (แน่นอนว่า ทักษิณ ชินวัตร คนคดในข้องอในสันดาน จะต้องทำเช่นนั้น “ผู้เขียนคอลัมน์”)

         นายไทกร ระบุว่า หนักที่สุดคงเป็นคำพูดของหัวหน้าแกนนำแดงที่บอกว่าหลงเข้าใจผิด คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นนักสู้อย่างมวลชนคนเสื้อแดง แต่แท้ที่จริงพ.ต.ท.ทักษิณเป็นได้เพียงพ่อค้าเท่านั้น  (ใช่เลย วิเคราะห์ได้ถูกทาง “ผู้เขียนคอลัมน์”)       ข้อความที่นายไทกร โพสต์ลงเฟซบุ๊ค มีเนื้อหาว่า

         เขาเป็นได้แค่พ่อค้า..!!!

         หลังแกนนำแดงต้องประกาศถอย เลื่อนการชุมนุมวันที่ 18 เมษายน 57  ออกไปอย่างไม่มีกำหนดสาเหตุหลักที่ต้องถอย คือ 1.การเกณฑ์มวลชนมาร่วมชุมนุมประสพความล้มเหลว มวลชนที่มาตามกระแสมีจำนวนไม่ถึงหมื่น ส่วนมวลชนจัดตั้งของอดีต ส.ส.ไม่ขยับแม้แต่เขตเลือกตั้งเดียว เพราะอดีต ส.ส.ไม่พอใจแกนนำแดงที่คราวที่แล้วอมเงินไปใช้เฉพาะพวกตัวเอง จึงรวมหัวกันฟ้องท่านแม้ว ดูไบ2.ท่อน้ำเลี้ยงที่ท่านแม้ว ดูไบ ปล่อยมาให้แกนนำแดงถูกปิดชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด  (น่าจะรู้มานานแล้ว “ผู้เขียนคอลัมน์”)    

         จากปัญหาการอมตังค์ของแกนนำแดง ท่านแม้ว ดูไบ แจ้งแกนนำแดงว่า ขอประชุมกับพวก ส.ส.เสาร์อาทิตย์นี้ก่อนจึงจะตอบได้ว่า จะเปิดท่อน้ำเลี้ยงเมื่อไหร่ และจะสั่งให้เดินแผนยังไง ( แม้วรู้มานานแล้วแต่รอให้ “เสร็จศึกฆ่าขุนพลภายหลัง” (ผู้เขียนคอลัมน์) เมื่อได้รับคำตอบจากท่านแม้ว ดูไบ แกนนำแดงก็เปิดประชุมด่วนทันที ในที่ประชุมแกนนำแดงวิพากษ์วิจารณ์ท่านแม้ว ดูไบ, นายกปู, คนสนิทของท่านแม้ว ดูไบและนายกปูอย่างเสียๆหายๆ

-อ่อนหัดทางการเมืองบ้างล่ะ -ไม่สู้จริงบ้างล่ะ –กลัวพวกอำมาตย์เกินบ้างล่ะ -เชื่อแต่พวกชอบเลียบ้างล่ะ-ไม่เชื่อพวกนักรบอย่างพวกเราบ้างล่ะ -หลอกใช้พวกเราอีกแล้วบ้างล่ะ

แต่หนักที่สุดคงเป็นคำพูดของหัวหน้าแกนนำแดงที่บอกว่า "หลงเข้าใจผิด คิดว่าเขา(แม้ว)จะเป็นนักสู้อย่างพวกเรา แต่เขาเป็นได้เพียงพ่อค้าเท่านั้น"  (ใช้คำว่า พ่อค้า อย่างเดียวผิดไปนิดนะไอ้คางคกตู่ ไอ้เต้นตาเหลือก) เป็นพ่อค้าขายชาติ ตะหาก

จากนั้นแกนนำแดงก็วิเคราะห์กันว่า ท่านแม้ว ดูไบ อาจแอบจับมือกับพวกอำมาตย์ ยอมคายอำนาจทางการเมือง (ทำมาแล้วเป็นระยะๆ ยังไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ ..แกนนำแดงถนัด “หลอกแด็กส์” ไปเรื่อยๆ จนถึงวันถูก “ตัดหาง” นั่นแหละ)  และใช้แกนนำแดงเป็นเครื่องสังเวยทางการเมือง ( ติดคุกยาวอาจจะแก่ตายในคุกกันเป็นแถว “ผู้เขียนคอลัมน์”) ท่านแม้ว ดูไบ อาจสั่งให้น้องเขยใช้เส้นสายลงโทษแกนนำแดงในวันพรุ่งนี้ก็ได้  (คือวันนี้ศาล รธน. จะตัดสินคดียิ่งลักษณ์ กรณีรับจำนำข้าว (แล้วชักดาบชาวนา)  เมื่อในวงวิเคราะห์เช่นนี้ทำให้ ทั้งตู่, ทั้งเต้น ถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว (น่าจะมองเห็นอนาคตกันแล้ว)

                ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า ระหว่างท่านแม้ว ดูไบ กับ แกนนำแดงทั้งแผ่นดิน ใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะต้มใคร หรือว่าใครจะถูกต้ม นายไทกร พลสุวรรณ กล่าวสรุป

                กรรมใคร..กรรมมัน..คนก่อเวรทำกรรมไว้ให้ประเทศชาติ..และประชาชน..ควรจะชดใช้กรรมให้เห็นชัดๆ ในชาตินี้..