Get Adobe Flash player

เชือดนิ่มๆ โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                ด้วยความเคารพ  การตัดสินของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ทั้ง ๙ ท่านที่พิพากษา คดีให้ นรก.( นายกฯ รักษาการ) ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคพวกบริวารตัวเป็นๆ อีก ๙  ตน  พ้นจากจากตำแหน่ง รมต. ( ย.ห.)  ตามนางดอกไม้ (สีทอง) ไปด้วย

                ทำไมจาก ๖:๓ จึงเอกฉันท์ ๙-๐ด้วยเหตุผลใดฤาขอเรียนท่านผู้อ่าน “คอลัมน์นี้” ทั้งที่ชอบหรือไม่ชอบอย่างไรก็ตามใจพระเดชพระคุณทุกท่าน  ขอให้รับฟังถึงที่มา คือ เหตุ (ที่ก่อขึ้น) พร้อมทั้ง ผล คือ มาจากการกระทำ กรรมตามแช็คบิลล์ (คำพิพากษาของ ศาลรธน.)  อ่าน “เหตุ-ผล” ของ เปลว สีเงิน นักหนังสือพิมพ์ “ไทยโพสต์” ( ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗) จาก บทความที่ท่านตั้งชื่อไว้ว่า “ทำไมจาก  ๖ –๓ จึงเอกฉันท์ ๙-๐ ?” “ด้วยความเคารพ” ที่ท่านกรุณา “ชี้ให้เห็น”

                 ท่าน (เปลว สีเงิน) อารัมภบท ว่า “อาศัยเหตุผลที่ได้กล่าวมาข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญ โดยมติเอกฉันท์ จึงวินิจฉัยว่า
                   ผู้ถูกร้องใช้สถานะ หรือตำแหน่งการเป็นนายกรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซง เพื่อประโยชน์ของตนเองและของผู้อื่น ในเรื่องการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน หรือการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ และมิใช่ข้าราชการการเมือง จึงต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖(๒) และ(๓)
                   และถือเป็นการกระทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ อันมีผลทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๒ วรรคหนึ่ง (๗)
                  และรัฐมนตรีที่ร่วมมีมติในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๔ จึงมีส่วนร่วมในการก้าวก่าย และแทรกแซงข้าราชการประจำ อันเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘  ประกอบมาตรา ๒๖๖ (๒) และ (๓)
เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีเหล่านั้นต้องสิ้นสุดเป็นการเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๘๒ วรรคหนึ่ง (๗) ไปด้วย" (๗ พ.ค.๕๗)
                ครับ....นี่คือคำตอบโจทย์ที่ว่า.....
                การใช้อำนาจหน้าที่ ก้าวก่าย แทรกแซง โยกย้ายข้าราชการประจำ (คุณถวิล เปลี่ยนศรี) เพื่อประโยชน์ตนเอง  พวกพ้อง วงศ์ญาติ ของ ครม.ยิ่งลักษณ์ นั้น ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๒ วรรคหนึ่ง (๗) ประกอบมาตรา ๒๖๘  หรือไม่?
                ผลคือ สิ้นสุดทั้งตัวยิ่งลักษณ์ รวมถึงรัฐมนตรีที่ร่วมลงมติวันนั้นอีก ๙ คน ด้วย
                ๑.นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ๒.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  รมว.การต่างประเทศ ๓.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.การคลัง ๔.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ๕. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ    ๖.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ๗.พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา รมช.กลาโหม ๘.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ, นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรฯ และ ๙.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที
                เหมือนอาถรรพณ์กองทัพสยาม กลาโหมพ้นจากความเป็นกลาหอย ทั้งว่าการและช่วย "ตายแฝด"  ส่วน ศอ.รส.ก็หัวไปทาง-ตัวไปทาง เฉลิมคนเป็น ผอ.ศอ.รส.ขาดสะพายแล่งไปด้วย!  แบบนี้ เมื่อนายกฯ "หัวขาด" ถือว่ายังมีรัฐบาลอยู่มั้ย?
                คำตอบคือ ยังมีอยู่ รัฐมนตรีปัจจุบัน ใครที่ไม่ได้ร่วมลงมติเมื่อ ๖ ก.ย.๕๔ ก็อยู่เป็นรัฐมนตรีรักษาการใน "ครม.ชุดหัวขวด" นี้ต่อไป มี ๒๕ คน
    ๑.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ๒.นายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา ๓.นายจาตุรนต์ ฉายแสง ๔.นายวราเทพ  รัตนากร ๕.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๖.นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี ๗.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ๘.นายประชา ประสพดี ๙.นายชัยเกษม นิติสิริ
    ๑๐.นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ๑๑.นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย   
๑๒.นางเบญจา หลุยเจริญ (คนนี้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า “นาง” เรียกว่า หัวขาด ไร้ข้อสงสัยหาใช่ “หัวขวด”ไม่ (เป็นความเห็นเจ้าของคอลัมน์)  ๑๓.นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ๑๔. นางปวีณา หงสกุล (คนนี้ก็เช่นเดียวกัน ต้องเรียกว่า  “หัวขาด” แทน “หัวขวด” เช่นเดียวกัน (เป็นความเห็นของเจ้าของ คอลัมน์))  ๑๕.พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต ๑๖.นายพ้อง ชีวานันท์ ๑๗.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์  ๑๘.นายยรรยง พวงราช ๑๙.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์  ๒๐.นายสนธยา คุณปลื้ม ๒๑.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช  ๒๒.นายประดิษฐ สินธวณรงค์ ๒๓.นายสรวงศ์  เทียนทอง  ๒๔.นายประเสริฐ บุญชัยสุข และ ๒๕.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
                เมื่อ "พานทองล้าน-ปึ้ง" ที่ทักษิณวางตัวเสียบรักษาการแทนยิ่งลักษณ์ต้องหลุดติดชายกระโปรงไปด้วย  แล้วใครจะได้รับตำแหน่ง "ผู้ทำหน้าที่แทน" นายกฯรักษาการล่ะ?
                   เมื่อ ๒ ก.ค.๕๖ ครม.ยิ่งลักษณ์ จัดแถว ๑..๒..๓..๔..๕ รองรับกรณีนายกฯ ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ไว้แล้ว เรียงตามเบอร์ ดังนี้   ๑.นายสุรพงษ์ ๒.นายนิวัฒน์ธำรง ๓.พล.ต.อ.ประชา ๔.นายปลอดประสพ ๕.นายกิตติรัตน์ ๖.นายพงศ์เทพ ๗.นายยุคล   ปรากฏว่า เบอร์ ๑ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ เบอร์ ๕ หัวขาดเรียบ ก็เหลือ เบอร์ ๒ เบอร์ ๖ และเบอร์ ๗ ที่ยังอยู่
                "๒๕ หัวขวด" ตกลงให้เบอร์ ๒ คือ นายนิวัฒน์ธำรง  บุญทรงไพศาล "ทองแดงเม็ดขวา" ของทักษิณ ขึ้นเป็นหัว ทำหน้าที่แทน "นายกฯ รักษาการ"! 
                ถ้าผู้ทำหน้าที่แทนนายกฯ รักษาการคนนี้ ถูก ป.ป.ช.สอยไปอีกคนด้วยเรื่องทุจริตโครงการรับจำนำข้าววันนี้-พรุ่งนี้ล่ะ?   นั่นก็ไม่ต้องห่วง ยังมีอีก ๒ หัว คือ เบอร์ ๖ หัวนายพงศ์เทพ และเบอร์ ๗ หัวนายยุคล เป็นหัวสแปร์อยู่!
                เมื่อระบอบทักษิณเสียทองเท่าหัว เสียทั้งตัวร่างทรงทักษิณเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยยอมหรือ ?
                ยอม-ไม่ยอม ไม่รู้...รู้แต่ว่า ยิ่งลักษณ์หัวขาดปุ๊บ "๑๘ อัศวินหัวขวด" เพื่อไทย หัวส่ายเข้าประจำโต๊ะปั๊บ อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ (น้องเขย ทักษิณ ชินวัตร  สามี เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (น้องสาวทักษิณ) นั่งหัวโต๊ะ
                ร่างแถลงการณ์....
                ยุยงให้ประชาชนเกลียดชัง-ขัดขืน-ต่อต้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ....
                 ปลุกระดมให้รวมตัวปฏิบัติการทันที!
                หัวขวดมือหนึ่ง จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก "โภคิน พลกุล" ร่างแถลงการณ์ ๘ ข้อ แล้วอ่านออกจอทันที
                ลอกมาให้อ่าน ๔ ข้อ พอให้เห็นลายอัศวิน ดังนี้.......... 
                ๔.พท.ขอเรียนว่า ตราบใดที่ขบวนการสมคบคิดยังดำเนินต่อไป จะมีการละเมิดหลักการประชาธิปไตยและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างไม่จบสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการรัฐประหารในรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างระบอบการปกครองใหม่ ที่ทำลายความหวังของพี่น้องประชาชน...ฯลฯ
                ๕.พท.เห็นว่าการใช้อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ป.ป.ช.ก็ดี ที่กระทำต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ล้วนเป็นไปด้วยความเร่งรัด เร่งรีบ ผิดปกติ ไม่ให้โอกาสอ้างอิงพยานและรับฟังคำพยานได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น และบ่อยครั้งสอดคล้องกับการแถลงของ กปปส. และฝ่ายที่ต้องการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย
                  คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้และที่ผ่านมาได้วางบรรทัดฐานนอกเหนือจากตัวบทกฎหมายและเจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง จนทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนได้
                และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ก็ไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๘๑ ที่บัญญัติว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ตามมาตรา ๑๘๐ ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ 
                นั่นคือ ถ้ายังมีสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ก็ไปเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่แล้วมีคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องไปเลือกตั้งจนได้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อไป 
                  ๖.พท.ขอเรียกร้องให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและความถูกต้องเที่ยงธรรมทั้งหลาย ร่วมกันต่อต้านขบวนการสมคบคิดดังกล่าว โดยใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุม การร้องเรียน แจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีและการต่อต้านโดยสันติวิธีทุกรูปแบบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๙  เพื่อมิให้การดำเนินการของขบวนการสมคบคิดบรรลุผล
                ๘.พท.ขอย้ำอีกครั้งว่า กกต.และรัฐบาลต้องเร่งรัดให้มีการตรา พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ...ฯลฯ  นักข่าวแย็บอัศวินโภคินว่า.... "ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญมั้ย?" เลี่ยงตอบไปว่า "คำวินิจฉัยไม่เกี่ยวกับตัวพรรค แต่พรรควิจารณ์คำวินิจฉัยนี้"!
                  ก็ไม่เสียแรงตะกายตึกไปเรียนกฎหมายมหาชนถึงฝรั่งเศส เล่นสวมหมวกกันน็อกตอบอย่างนี้ คู่ควรแล้วกับระบอบทักษิณ กลับไปเลาะรั้วศาลบ้าง พลันจบคำวินิจฉัยตอนบ่ายกว่าเมื่อวาน (๗ พ.ค.๕๗) มีเสียงโห่ร้องด้วยชื่นชมโสมนัสตุลาการทั้ง ๙ ท่านว่า ฟังคำวินิจฉัยตั้งแต่อ่านออกจอบรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย
                ไม่เคยได้ยิน-ได้ฟังคำวินิจฉัยไหน "หมดจด-สดใส" ทรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เท่าครั้งนี้  ทุกข้อวินิจฉัย มีหลักกฎหมาย มีแบบอย่างอ้างอิง-ยึดโยง ถึงใครใจไม่ยอมรับ แต่กายแห่งความเป็นคนมิอาจตะแบงแย้งข้อกฎหมายให้อายสัตว์
                ถ้าเป็นอย่างแถลงการณ์เพื่อไทยกล่าวหา "ศาลรัฐธรรมนูญทำรัฐประหารในรูปแบบใหม่" อย่างนั้นละก็....
                คำวินิจฉัยจะไม่ออกมาแบบ "ตายครึ่งตัว" เพราะข้อกฎหมายเป็นไปได้แค่นั้นอย่างที่ออกมาวานนี้หรอก
    ไหนๆ จะล้างบาง ก็วินิจฉัยให้ "ตายยกคอก" ขุดราก-ถอนโคน ไม่ให้มีเหลือเป็นเชื้อ "ครม.รักษาการ" ไปซะเลยไม่ดีกว่าหรือ?  เพราะที่ยิ่งลักษณ์และ ครม.ทำไป มันผิดตามข้อกฎหมาย "ถึงตรงไหน-ก็ตรงนั้น" แกล้งให้ถูกก็ไม่ได้ แกล้งให้ผิดก็ไม่ได้
                ที่ทำ...เข้าหลักข้อกฎหมายไหน ก็วินิจฉัยโดยไม่เห็นแก่หน้าใครไปตามข้อกฎหมายนั้น ผลวินิจฉัยจึงออกมา ๙-๐ ไงล่ะ
                 เป็นเอกฉันท์ให้ "ตัดหัว" ยิ่งลักษณ์!
                  พรรคเพื่อไทย หรือ ฝ่ายแดง ฝ่ายนิยมทักษิณ ไม่สังเกตหรือ...ครั้งนี้ ๓ เสียงสัญลักษณ์ "คือท่านชัช ชลวร ท่านอุดมศักดิ์ นิติมนตรี และท่านเฉลิมพล เอกอุรุ"  ออกจออ่านคำวินิจฉัยเองทั้ง ๒ ท่าน พร้อมประธาน "ท่านจรูญ อินทจาร" จากที่เคยออกมา ๖:๓ แทบทุกครั้ง!  แต่ครั้งนี้ ๓ เสียงขาประจำ ประทับความทรงจำไว้บนรอยศรัทธามหาชน ด้วยยึดมั่นข้อกฎหมายเหนือกว่าข้อต่อใจ จึงเป็น ๖+๓= ๙   เอกฉันท์ "บั่นหัวยิ่งลักษณ์"!
                ยิ่งลักษณ์หัวขาดไปแล้ว ฉะนั้น วันนี้ (๘ พ.ค.) ไม่ต้องลุ้น ป.ป.ช.ชี้มูล เพื่อให้ยิ่งลักษณ์เว้นวรรคทำหน้าที่นายกฯ  เพราะเธอ "ตายไปแล้ว" ที่น่าลุ้น ก็ในประเด็นผลต่อเนื่องจากการชี้มูลความผิด เพราะนั่นจะเป็น "โทษอาญา" ว่าด้วยปฏิบัติ-ละเว้นปฏิบัติการทำหน้าที่ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จีทูจี-เจ๊ทูเจี๊ยะ นั่นแหละ!
                  ตอนนี้ "ตายหลอก" ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เมื่อไหร่ คราวนี้แหละ ด้วย ๑๕๗....

                "ตายจริง" ยิ่งลักษณ์เอ๊ย!...........................................

(ขอขอบคุณ บทความประวัติศาสตร์ ของ เปลว สีเงิน  จารึกไว้บนแผ่นดิน เตือนสำนึกลูกหลานไทยในอนาคต)