Get Adobe Flash player

ประชาชนสับสน... โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

         การติดตามข่าวของผู้ที่ติดตามการเมืองในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ วันนี้ น่าจะพูดได้ว่า อยู่ในระหว่าง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของสถานการณ์บ้านเมือง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีความระหว่างคำต่อคำหรือประโยคต่อประโยค ของผู้ที่ “เขียนกฏหมาย” มีอ้างว่ามีความชัดเจน เรียกว่า “ดิ้นไม่ได้”  แต่ความจริงที่ปรากฏว่า การตีความเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน ว่ากันไปคนละทางสองทาง “เรียกได้ว่าเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน..  ใครจะถูกใครจะผิด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “เหตุการณ์” เรื่องนั้นๆ แต่อยู่ที่ว่า “ใครผู้ใด คนไหน จะเป็นผู้ตัดสินคดี”  เป็นเช่นนั้นติดต่อกันมายาวนาน จะบ่อยครั้งหรือนานๆ ครั้ง ก็ตามคือผลของคดีตรงกันข้ามกับความคาดคิด ความเชื่อถือของประชาชนจึงมีการพูดเตือนสติให้สังวรณ์กันไว้ว่า

         “ชนใดใครถือกฏหมาย .....ก็จริงไซร้เพื่อคนชั้นนั้น”

         คนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนไทยในสหรัฐอเมริกา  “เสพเนื้อข่าว” ที่ได้มจากหนังสือพิมพ์ไทย(ประเทศไทย)   ด้วยความสับสน “ของข่าว” ที่ได้รับที่เราคิดว่า “ถูกเป็นผิด..ผิดเป็นถูก”  อยู่เสมอมา แม้กระทั่งตัวผู้เขียนคอลัมน์นี้เอง ยอมรับว่า “สับสน” ประหนึ่งว่า เรา (คนไทย) ใช้ตัวบทกฎหมายเดียวกัน คือ “กฏหมายรัฐธรรมนูญ” ที่เขียนตัวบทกฏหมายดักทางไว้  “ให้ดิ้นไม่ได้” กลายเป็นว่า ข้อกฏหมาย เดียวกัน มาตราเดียวกัน แต่ บางครั้งการตีความโดยเฉพาะอย่างยิ่งของผู้กุมอำนาจรัฐ  “ดิ้นได้” เฉยเลย โดยต่างฝ่ายต่างตีความไปตามความเห็นของตัวเอง ก็ว่ากันไป แต่เมื่อเรื่อง “ถึงโรงถึงศาล” การตัดสินคดีความตามความเข้าใจของ “ผู้ที่ต้องปฎิบัติตามกฏหมาย” แต่ในละคดี กลับกลายว่าเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน”  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการเมือง ที่เราๆ เคยมั่นใจว่า “ใช้ภาษาเขียนภาษาพูดอย่างเดียวกัน เดินถูกทางตามมาตราตัวบทกฏหมายแต่ละข้อ  เข้าใจกันว่าเป็นอย่างนั้น แต่ขอเตือนว่า ห้ามมั่นใจว่า  ตัวเองได้ปฎิบัติตามตัวบทกฏหมายแล้ว ย่อมจะไม่มีความผิด แต่หาได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปแต่อย่างไรไม่ ข่าวการบ้านการเมืองของประเทศไทยเรา “อย่าได้มั่นใจอะไรถูกอะไรผิด”

         อย่างเรื่องของ “ความรักชาติ” ของคนไทยที่แสดงออกของ กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “กปปส” โดย “มหาชนคนไทย” (งานนี้ไม่มีเขมรหรือคนต่างชาติ ข้างๆ บ้าน มาร่วมชุมนุม (รับทรัพย์ด้วย) รวมตัวกันแสดงออกถึงความไม่ต้องการ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ว่ามี พลังประชาชนกว่า  5 ล้านคน รวมตัวกันเดินขบวนขับไล่ แต่ “หาได้ มีความหมายแต่ประการใดเลย” รวมทั้งคนจำนวนมากนั้น สมควรจะได้รับการคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญ ตามตัวบทกฎหมายว่า  ประชาชนสามรถที่จะประท้วง (รัฐบาล)ได้ ด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ แต่โดนฝ่ายตรงข้าม “ทำร้าย”ด้วยอาวุธสงครามร้ายแรง เป็นประจำสม่ำเสมอ

         สำหรับการตัดสินคดี ที่เกี่ยวพันกับเรื่องการชุมนุมประท้วงฟังๆ ดูก็เห็นว่ายุติธรรมดี แต่ข่าวที่ “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” เสนอเนื้อหาข้างล่างนี้ ทำให้เกิดความสลดหดหู่ ถึงกับ “ใจคอทั้งหดร่างกายเหี่ยว (ผิดปกติ)” เพราะว่า กฎหมายการคุ้มครองประชาชนที่แสดงออกทางการเมือง อย่างสงบและปราศจากอาวุธ ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย “จริงหรือ”  หรือว่า “ผู้ถืออำนาจรัฐ” หมดความอดทนกับมวลมหาประชาชน ที่รวมตัวกันประท้วงอย่างยาวนาน มา ๖ เดือนแล้ว ควรจะให้ “นักกฎหมายของรัฐบาล” เปิดกฎหมายดูทุกตัวอักษร ใช้ความ(กะล่อน) “รอบจัด” ทุกขบวนท่า  “เอาผิด” กับผู้นำการประท้วง ที่มีพฤติการณ์ว่า “หมูเขาจะหาม (เสือก) เอาคานเข้ามาสอด”  และ เมื่อนายกรัฐมนตรี (“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ถูกศาลถอดถอนตำแหน่ง จากเรื่องการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี ใช้อำนาจรัฐโดยไม่เป็นธรรม  เวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ เรื่องน่าบัดสีบัดเถลิง  ณ บัดนี้ถึงกับ บัดซบ ก็เกิดขึ้นแบบ “เปิดเหน้าชนดะ ฉะทุกอย่างที่ขวางหน้า” แบบ “แค้นต้องชำระ” ทันทีทันควัน ขอเรียนไว้ให้ “ผู้ที่มีใจเป็นธรรม” ให้เห็นธาตุแท้ของบุคคล ที่เรียกว่า “เป็นข้าราชการ” (ตำรวจมะเขือเทศ และ ดีเอชไอ)

         ทำงานเที่ยงตรงเหมาะสมกับเป็น “ข้าราชการ” หรือไม่ จะ เป็น “ข้าราช” หรือเป็นผู้ที่ถูกจิกหัวเรียกว่า  “ขี้ข้ารัฐ”  ขอให้พิจารณากันอย่างผู้ที่มีจิตใจเป็นมนุษย์ อยู่ในตัวยังไม่ไม่ขาดตกบกพร่องจนเป็น“อมนุษย์” การกระทำชั่วช้าสามานย์  ปรากฏออกมาเรื่อยๆ เช่นเรื่องเป็นข่าว “น่าบัดสี” ที่นำมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟัง ข่าว จาก นสพ.แนวหน้า เสนอให้เห็นให้คิดกัน

         เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้อ่านคำสั่งที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุมัติออกหมายจับ นายสา ทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ผู้ต้องหาที่ 2 และแกนนำ กปปส.รวม 43 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏ และความผิดอื่นรวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมายหลัง พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ  (ใครเป็นผู้ตั้งสำนักงานนี้ เพื่ออะไร วันนี้น่าจะรู้กันแล้ว ตั้งขึ้นมารวบอำนาจ เหนือกระทรวงทบวงกรมทั้งหลาย เหนือกว่ารัฐมนตรี ทุกกระทรวง เหนือกว่าผู้บัญชาเหล่าทัพ ทั้งหมด และเหนือกว่าผู้บังคับบัญชากรมตำรวจ (มะเขือเทศ – ผู้เขียน)  มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ออกหมายจับ 30 แกนนำกปปส

         ทั้งนี้ ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 30 คน เนื่องจากยังไม่เคยมีหมายจับมาก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นให้พนักงานสอบสวนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาเพื่อนำตัวมาส่งฟ้องเท่าที่มีความจำเป็นเท่านั้น สำหรับรายชื่อที่ศาลอนุมัติหมายจับ 30ราย คือ 1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 2.นายชุมพล จุลใส 3.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 4.นายอิสสระ สมชัย 5.นายวิทยา แก้วภราดัย 6.นายถาวร เสนเนียม 7.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 8.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 9.นายนิติธร ล้ำเหลือ 10.นายอุทัย ยอดมณี 11.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 12.นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ 13.พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ 14. น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือกฤดากร 15.นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ 16.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 17.นายเสรี วงษ์มณฑา 18.นายกิตติศักดิ์ ปรกติ 19.นายถนอม อ่อนเกตุพล 20.พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ 21.นายสาธิต เซกัล 22.นายคมสัน ทองศิริ 23.นายมั่นแม่น กะการดี 24.นายประกอบกิจ อินทร์ทอง 25.นายนัสเซอร์ ยีหมะ 26.นายพานสุวรรณ ณ แก้ว 27.น.ส.รังสิมา รอดรัศมี 28.นางทยา ทีปสุวรรณ 29.พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี และ30.พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ .. (ผู้เขียนคอลัมน์ขอคารวะ ผู้ที่เสียสละเพื่อประชาชนและประเทศ  ดังรายชื่อและอีก ๑๓ คนตามราชื่อข้างล่าง)

DSIส่งจู่โจมพิเศษจับก่อน 20 คน

ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)  (ตามชื่อของ นสพ.เมืองไทย ให้ชื่อว่า ศูนย์รวมสัตว์ ) เปิดเผยว่า ศอ.รส. รอฟังคำสั่งศาลอาญาหลังอัยการสั่งฟ้องแกนนำ กปปส.43คน ข้อหาร่วมกันเป็นกบฎ หากศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการจับกุมได้ทันที โดยได้จัดชุดปฏิบัติการจู่โจมพิเศษไว้แล้ว ซึ่งเป้าหมายแรกที่จะจับกุมมีจำนวนกว่า  20 คน ส่วนอีกกว่า 10 คน ที่มีกองกำลังคุ้มกัน ทางตำรวจต้องใช้ความรอบคอบ หากสบโอกาสจึงจะจับกุม  (ความเห็นของเจ้าของคอลัมน์ว่า “เอี้ย..ยังกลัวตาย ยังอยากจะมีชีวิตอยู่อยู่อย่างเอี้ยๆ ต่อไป )..

“ตู่” (คางคก-ผู้เขียน ) สงสัยทบ.ตั้งกองพลส่วนหน้า

(คางคกเห่าว่า) ขอฝากไปยัง พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่1รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1รอ.) ที่จัดตั้งกองพลส่วนหน้าเสมือนเพื่อปราบปรามประชาชนในเหตุการณ์ปี 2553 เพราะกองพลส่วนหน้านี้เมื่อสั่งก็จะจัดการประชาชนได้ทันที ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกมาชี้แจงและอธิบายว่า กองพลส่วนหน้าดังกล่าวมีภารกิจอะไร

ภาค1ซัดกลับมั่วจ้องปราบนปช.

แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.พูดบนเวที ว่า พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่1 รักษาพระองค์ จัดตั้งกองกำลังส่วนหน้า เตรียมรอคำสั่งปฏิบัติการณ์เหมือน 2553 ว่า ทหารได้รับนโยบายชัดเจนในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มที่ชุมนุม ขออย่านำทหารไปสู่ความขัดแย้งและสร้างเงื่อนไข ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ทหารใช้ความอดทนในการดูแลการชุมนุมมาตลอด ไม่มีความจำเป็นต้องไปดำเนินการเช่นนั้น เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว สถานการณ์ยิ่งบานปลายออกไป

         “สิ่งที่ นายจตุพร พูดต้องการเรียกแขกมากกว่า อยากให้คนมาชุมนุมกันมากๆ ปลุกระดมนำทหารไปสร้างเป็นเงื่อนไข โดยการปล่อยข่าวมั่ว ขี้โม้ไปเรื่อย ซึ่งไม่เป็นความจริง อยากให้ประชาชนและสื่อใช้วิจารณญาณในการนำเสนอ ส่วนการดูแลความปลอดภัยสถานการณ์ในขณะนี้ ได้ปรับแผนหลังจากกลุ่ม กปปส.ย้ายการชุมนุมไปถนนมัฆวานรังสรรค์ เพราะมีสถานที่ราชการ บ้านบุคคลสำคัญ อาทิ บ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรับบุรุษและพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แหล่งข่าวฯ กล่าว............................

         ขอให้จำชื่อของ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ยังหนุ่มแน่นและห้าวหาญจะเป็นผู้นำ “กำลังหลัก”ของประเทศไทย..ต่อไป..