Get Adobe Flash player

มีอคติหรือ? โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                หลังจากที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เรื่องการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี อย่างไม่เป็นธรรม ไปอย่างสดๆ ร้อนๆ คงจะไม่พูดถึงที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร แต่อยากจะพูดว่าตลอดเวลาที่เขืยนถึง  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บางครั้งบางบทเขียนลงในคอลัมน์นี้ ยังสงสัยว่า เขียนอย่างมี อคติ กับ “นายกปู” หรือไม่ เขียนแรงไปหรือเปล่า

                ทบทวนอ่านๆ ดูเรื่องที่เขียน ๆ “ยิ่งลักษณ์” รู้สึกว่าบางครั้งบางเรื่อง “แรงไป” แต่เมื่อเปรียบเทียบว่าดูว่า การกระทำที่ผ่านๆ มาหลายเรื่องของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อกรรมทำเวรไว้ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองอย่างสาหัสมาตลอดเวลา ๒ ปี ๙ เดือนกับอีก ๒ วัน ที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯ สมควรจะถูกประนามหรือไม่ ผู้ที่ควรจะร่วมรับความผิด ด้วยทุกเรื่อง คือ ทักษิณ ชินวัตร กับ เยาวภา  วงศ์สวัสติ์ เป็นผู้บงการโดยเฉพาะพี่สาว “ตัวโกงเงิน” ชาวนาตัวจริง และน่าจะเป็นตัว “ขโมยข้าว”ในโกดังจำนวนมหาศาลขนออกไปแล้วเวียนกลับมาขายต่อ “นางเยาวภา” ไม่เชื่อว่าจะซื้อข้าวจากเขมรจากลาวมาขายต่อ  “โกงตัวแม่” เล่ห์เหลี่ยมพราว ไม่แพ้ ทักษิณ ชินวัตร  คงไม่คิดตื้นเขินขนาดนั้นหรอก..จะบอกให้

                อ่านเรื่องราวต่างๆ ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  แล้วรู้สึกค่อยสบายใจ ขอขอบคุณ (ผู้เขียน -ผู้เรียบเรียงเรื่อง) ลงใน Snews  รู้สึกโล่งใจว่า เรื่องที่ตัวเองเขียนถึง “ยิ่งลักษณ์” มาก่อนหน้านั้นหาได้ อคติ แต่อย่างไรไม่..ไม่แรงแต่ไม่เบานัก... 

เชิญทัศนา 

 อะเมซิ่งยิ่งลักษณ์ นายกฯหญิงคนแรกของไทย

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย สตรีที่ใครต่อใครต่างยกย่องว่าคือ "นารีขี่ม้าขาว" ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งกำลังโหยหาความปรองดอง และแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไป สื่อทั้งในและนอกประเทศตามติดทุกฝีก้าว ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ เกิดเป็นปรากฎการณ์ "ยิ่งลักษณ์ ฟีเวอร์" ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม การแต่งตัว ประวัติภูมิหลังต่างๆ หรือจะเป็นความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ ก็ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นแทบทั้งสิ้นจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ จึงขอรวบรวมเป็น10 อันดับเรื่องราว ที่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ซึ่งมีการพูดถึงมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ภายใต้คำนิยามว่า "อเมซิ่งยิ่งลักษณ์" หรือปรากฏการณ์เมื่อประเทศไทยมี"นายกฯหญิง"เป็นครั้งแรก

 อันดับ10.   49 วัน สู่ตำแหน่งนายกฯหญิงไทยคนแรก

                  ภายหลังจากที่มีการประกาศยุบสภา พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้สมัคร "ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1" เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2554  ก่อนที่จะเธอจะนำลูกทีมเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง โดยชูจุดขายความเป็น"น้องสาว"ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. พรรคเพื่อไทยสามารถเอาชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย ส่งผลให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวัยเพียง 44 ปี ก้าวสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 28  และยังเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทยด้วย ระยะเวลาบนถนนการเมือง อันแสนสั้นเพียง 49 วันเท่านั้น

 อันดับ9. ฮือฮา! แฝด(คนละฝา) นายกฯยิ่งลักษณ์ โผล่!!

                  เป็นปรากฎการณ์ "ยิ่งลักษณ์ ฟีเวอร์" ที่เรียกเสียงฮือฮา จากคนทั่วทั้งประเทศได้ไม่น้อย เมื่อจู่ๆมีคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงนายกฯ ปรากฏตัวขึ้นมา หรือถ้าจะเรียกว่าฝาแฝดก็คงจะไม่มีใครขัดข้อง เนื่องจากหน้าตาที่เหมือนแล้ว ทรงผม การแต่งหน้า-แต่งตัว ก็เรียกได้ว่า"เป๊ะ"ตามแบบต้นฉบับ จนสื่อทั้งในและนอกประเทศต่างพากันติดต่อขอสัมภาษณ์เป็นการใหญ่ พร้อมทั้งตั้งฉายาให้ตามลำดับว่า "ปู2" และ "ปู3" แม้กระทั่งตัวนายกฯ(ปู1)เองยังออกปากชมว่าเหมือน..!

 อันดับ8. "ยิ่งลักษณ์ ฟีเวอร์" แต่งหน้ายังไงให้สวยเหมือน "นายกฯ"

                อีกหนึ่งในปรากฎการณ์ "ยิ่งลักษณ์ ฟีเวอร์" เมื่อมีคนสนใจว่านายกฯหญิง แต่งหน้าอย่างไร ทำไมถึงสวยอยู่ยงคงกระพัน เช้ายันค่ำหน้าไม่มีหมอง ภาพข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าจอโทรทัศน์ คงเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่า "เธอสวย" ที่สุดในแวดวงการเมือง เกิดเป็นหัวข้อสนทนากันในโลกอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงมีคนโพสต์คลิปวิดีโอ ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูป แสดงขั้นตอนการแต่งหน้าอย่างละเอียด เพื่อคลายสงสัยให้กับสาวๆทั่วประเทศ แต่ความลับที่ใครหลายคนยังไม่รู้ก็คือ ช่างแต่งหน้าของนายกฯ ในช่วงระหว่างเดินทางหาเสียงนั้น ก็คือคนเดียวกับที่แต่งหน้าให้ "แอฟ ทักษอร" ในละครเรื่อง "จำเลยรัก" นั่นเอง

 อันดับ7. เลขเด็ดนายกฯ ใบ้หวยถูกติดต่อหลายงวด

                กลายเป็นเรื่องที่กล่าวขวัญในวงการหวยทั้งใต้ดินบนดิน เมื่อเลขที่เกี่ยวข้องกับนายกฯหญิงคนแรกของไทย ทั้งลำดับที่นายกฯ คนที่ 28 เลขทะเบียนรถประจำตำแหน่ง บ้านเลขที่ และเลขอื่นๆอีกมากมาย ต่างดาหน้าติดโผออกรางวัล ชนิดให้โชคให้ลาภกันแบบงวดชนงวด จนบรรดาเซียนหวยทั่วฟ้าเมืองไทยที่เกร็งเลขเด็ดนายกฯ ก็พากันถูกหวยกันเป็นแถวๆ แม้จะมีใครมองว่ามันเป็นแค่เพียงความบังเอิญ หรือเป็นการเล่นข่าวของสื่อเท่านั้น แต่ก็ไม่อาจลบ"ความขลัง"ของ นายกฯปู ได้เลย เพราะเมื่อยามหวยใกล้ออกทีไร คนก็จะจับจ้องว่าคราวนี้ รถที่นายกฯนั่ง เลขป้ายทะเบียนคืออะไร หรือแม้กระทั่งถึงคราวล้มป่วยนอนโรงพยาบาล ยังมีคนโทรศัพท์ไปถามหาหมายเลขหน้าห้องที่นายกฯนอนรักษาตัว

 อันดับ6. ฮือฮา! นายกฯ สวมบูทเบอร์เบอร์รี่ฝ่าน้ำท่วม

                ประเด็นอันร้อนแรงบนสังคมโซเชียลมีเดีย เมื่อมีคนตาดีสังเกตเห็นรองเท้าบูทของนายกฯ ที่สวมใส่ในขณะลงพื้นที่ช่วงน้ำท่วม ว่าเป็นรองเท้าบูทลายสก็อตสุดไฮโซยี่ห้อ "เบอร์เบอร์รี่" แบรนด์เนมชื่อดังจากอังกฤษ จนเกิดการวิจารณ์กันแบบจัดหนัก จากฝ่ายที่ไม่ปลื้มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถึงความไม่เหมาะสม และความไม่คำนึงถึงกาลเทศะ จากการเลือกใส่บูทราคาเรือนหมื่น ไปเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ใช้ชีวิตอย่างยาก ลำบาก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีคนตาดีสังเกตเห็นว่า ภรรยาของอดีตขุนคลัง กรณ์ จาติกวณิช แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ก็สวมบูทไฮโซยี่ห้อ"ชาแนล" ไปตะลุยช่วยน้ำท่วมเช่นกัน ซึ่งท้ายที่สุดก็เกิดเป็นแฟชั่นให้สาวๆ หารองเท้าบูทสีสันสดใสสไตล์นายกฯ มาใส่กันเป็นว่าเล่น

 อันดับ5. รวมมิตร นายกฯพูดผิด.. หญ้าแพรก พฤศจิกาคม ห้าหมื่นสามแสน

                การสื่อสารโดยเฉพาะการพูด การออกเสียง ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของนายกฯ เมื่อพูดผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาเป็นประเด็น ตั้งป้อมถล่มกันแบบเอาเป็นเอาตาย ถึงขนาดตัดคลิปวินาทีขณะพูดผิด เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น กรณีออกเสียงผิด หรือสคริปผิด(ไม่แน่ใจ) จาก "หญ้าแฝก" เป็น "หญ้าแพรก" กลางรายการนายกฯยิ่งลักษณ์พบประชาชน ที่ออกอากาศเป็นครั้งแรก หรือจะเป็นกรณี "พฤศจิกาคม" ก็ เรียกเสียงต่อว่าต่อขานได้ไม่น้อย รวมไปถึงการแถลงต่อสภา จากตัวเลข 53,918 ล้านบาท (ห้าหมื่นสามพันเก้าร้อยสิบเเปดล้านบาท) เเต่ท่านนายกฯกลับอ่านเป็น"ห้าหมื่น สามแสน เก้าร้อยสิบแปดล้านบาท" ด้วยเหตุเช่นนี้จึงโดนแซวเล็กๆว่า "ใครเอ่ย? แค่พูดยังไม่ดี"

 อันดับ4. วิชาตัวเบา! นายกฯ หนีนักข่าว             

                อาจจะเป็นสไตล์ส่วนตัวของนายกฯ เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ก็โดนกองทัพสื่อมวลชนตามติด แบบไม่ให้หายใจให้หายคอ เนื่องด้วยประเด็นร้อนต่างๆ ที่เกิดชึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ตอบได้บ้างไม่ได้บ้างก็เนียนๆ กันไป แต่ถ้าเจอคำถามแบบจี้ใจดำก็เห็นทีต้องชิ่งดีกว่า เนื่องจากนายกฯ นั้นถือคติหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง ดังนั้นเราก็จะเห็นพาดข่าวหัวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ว่า"นายกฯปู หนีนักข่าว (อีกแล้ว)" ส่วนวิธีการหนีก็มีตั้งแต่แบบฝ่าวงล้อม จนไปถึงหนีแบบน่ารักๆ แม้กระทั่งปล่อยสื่อให้รอเก้อเป็นวันๆ เลยก็มี

 อันดับ 3. ไม่รู้ !! "ยังไม่ทราบลายละเอียด..ขอไปตรวจสอบก่อน"

                อีกหนึ่งเคล็ดลับวิชา หรือจะเรียกว่า"ท่าไม้ตาย"ของ ท่านนายกฯ ที่ต้องงัดมาใช้อยู่เป็นประจำยามต่อกรกับนักข่าวมือระดับพระกาฬ และได้ผลเป็นอย่างดี ซึ่งท่าไม้ตายที่กล่าวถึงนี้ ก็ไม่ใช่ท่าเหาะเหินเดินอากาศแต่อย่างใด มันเป็นเพียงคำพูดสั้นๆไม่กี่คำเท่านั้นเอง หากลองสังเกตให้ดีจะพบว่า เมื่อถึงคราวนายกฯ ต้องตอบถำถามสื่อ(อย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้) ถึงประเด็นข่าวในเชิงลบ คำที่เรามักได้ยินก็คือคำว่า "ไม่รู้" หรือจะให้สมบูรณ์ไปกว่านั้นก็ต้องต่อด้วยคำว่า "ยังไม่ทราบลายละเอียด..ขอไปตรวจสอบก่อน" หลาย คนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมนายกฯถึงไม่รู้ และไม่รู้ได้ยังไง เป็นไปได้ไหมที่นายกฯรู้ แต่ไม่อยากตอบ หรือตอบไม่ได้ มาถึงตรงนี้ก็สุดแล้วแต่ใครจะคาดเดา แต่ที่แน่ๆคนที่ตอบได้ทุกคำถาม ก็เห็นจะมีแค่ "รองนายกฯ ดีกรีดร."

 อันดับ2. ซีนอารมณ์.. นายกฯหญิง ดราม่า

                เกิดเป็นประชาชนคนเดินดิน เมื่อยามร้องไห้คงจะไม่มีใครมาให้สนใจ แต่จะตรงกันข้ามทันทีถ้าหากเปลี่ยนเป็น"นายกฯร้องไห้"หลายคนคงจำกันได้ดีกับ"ซีนอารมณ์"เมื่อครั้งน้ำท่วมกรุง "นายกฯน้ำตาคลอเบ้า"หรือ เกือบจะร้องไห้ ระหว่างให้สัมภาษณ์แก่นักข่าว จนกลายเป็นข่าวคึกโครมในเวลาต่อมา หรือจะเป็นเหตุการณ์ดราม่า ที่นครสวรรค์ และอยุธยา เมื่อนายกฯ ขึ้นปราศรัยพร้อมทั้งน้ำตา เพื่อเป็นกำลังให้ผู้ประสบภัยหลังน้ำลด จากจุดนี้เองจึงไม่วายถูกมองว่า เป็นการ "สร้างภาพ" เล่นบทบีบน้ำตา อ่อนแอ ไม่มีภาวะผู้นำ ฯลฯ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นได้ว่า แท้จริงแล้ว นายกฯ ก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง เมื่อเวลาเสียใจร้องไห้ก็ต้องมีหยด "น้ำตา"

 อันดับ1. "เอาอยู่" วลีทองแห่งยุคน้ำท่วมกรุง

                ผลพวงจากมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศไทยในรอบ 50 ปี หลายพื้นที่ในหลายจังหวัด "น้ำท่วมชนิดมิดหัว" ไม่เว้นแม้กระทั่งกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร ก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือ"น้องน้ำ"ไปได้ แต่ถึงกระนั้นเอง"วลีทอง"ที่เรามักจะได้ยินจากคำให้สัมภาษณ์ จากฝั่งรัฐบาลรวมไปถึงตัวนายกฯ นั่นก็คือคำว่า"เอาอยู่"นั่น เอง เกิดเป็นกระแสฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง เสียดสีล้อเลียนประชดประชันกันอย่างสนุกปาก ทั้งนี้อาจจะเป็นไปได้ว่า เมื่อนายกฯ พูดว่าพื้นที่นี้เรา "เอาอยู่"น้ำไม่ท่วมชัวร์ ก็คงจะเป็นเหมือนรหัสลับที่ให้เราเตรียมเก็บของขึ้นที่สูง หรือเตรียมอพยพนั่นเอง...

 (ข้อมูลจาก Snews) 25 ธันวาคม 2011 เวลา 22:22 น.)