Get Adobe Flash player

เหลือเชื่อ.. โดย ชาติ เชื้อ ชนบท (แทน)

Font Size:

               บ่าย แก่ ๆ วันนี้ (13 สิงหา 57)  สิงหาคม  เพื่อนที่ชอบโทรศัพท์เข้ามาคุยเรื่องการบ้านการเมือง  โทร.เข้ามาระล่ำละลักน้ำเสียงแบบคนตกใจ  ด้วยคำพูดเสียงดังฟังชัดว่า  “อิ๊บอ๋าย..กันละครานี้”  ผมถึงกับตะลึงพูดไม่ออก กับเรื่องที่เพื่อนกระแทกเสียง คล้ายข่มขู่มาทางโทรศัพท์ ก่อนที่จะถามกลับไปว่า .. “แน่ใจหรือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ อย่าล้อเล่นน่า..”

               หลังจากหลุดจากอาการที่เรียกว่า “อึ้งกิมกี่...” แล้ว ย้อนถามเพื่อนกลับไปว่า “รู้มาจากไหน..” ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูดเล่นเป็นอันขาด  เพื่อนยืนยันว่า  น่าจะจริง รู้มาจากข่าว “หนังสือพิมพ์” แล้วเขาก็ออกชื่อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น  พร้อมกับพูดขึงขังว่า “ เรื่องยังงี้นี้ เอามาพูดเล่นกันได้หรือ“คอขาดบาดตายนะว้อย!!..ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง รีบขอตัวไปอ่านหนังสือที่เพื่อนออกชื่อมา

               อ่านทุกเรื่องอย่างละเอียดจากข่าวหน้าหนึ่ง เพราะเรื่องนี้ ถ้าเป็นข่าวก็ขายได้ อยู่ในความสนใจใคร่รู้ของคนที่ติดตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบ้านหรือการเมือง อ่านครบทุกข่าว แล้วก็มาไล่เรียงอ่าน คอลัมน์ต่างๆ ดู ยังไม่เห็นข่าว ที่เพื่อนบอกมา  ก่อนที่จะโทรศัพท์กลับไปหาเพื่อน ประโยคแรกที่พูดกรอกเสียงลงไปถึงผู้รับสายปลายทางว่า “เม็ง..แหกตา”  เพื่อนยังยืนยันว่า อ่านข้อความจาก นสพ.ฉบับนั้น (จากออนไลน์) จริง ให้รายละเอียดมาว่า อยู่หน้าไหน บรรทัดที่เท่าไร  ไล่เรียงดูอีกครั้งจึงเห็นข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากคนอ่านตามที่เพื่อนบอก เห็นกับตาว่า เพื่อนพูดจริง (ข่าวจะเป็นจริงหรือไม่ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง)  บอกขอบใจเพื่อนที่บอกมาให้รู้เพื่ออ่านข่าวที่ไม่ควรจะรู้ ในใจยังนึกสรรเสริญ นสพ. ที่ลงข่าวนั้นเลยว่า ช่างกล้า “น่าจะเป็นเรื่องจริง” ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะข่าวสั้นๆ ชิ้นนี้ จะบานปลายกระซิบกระซาบบอกกันต่อๆ ไปว่า “รู้แล้วอย่าบอกใครเชียว” กันทั้งเมือง (แล้วก็ไม่รู้) เป็นข่าวใหญ่ที่ทุกวงการ “ติดตามข่าวกันอยู่” เมื่อนสพ.เชื่อถือได้ นำข้อความที่คนเขียนส่งมา “คงจะเห็นด้วย”  นสพ.ฉบับนั้นน่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ถ้าไม่เช่นนั้น ข่าวนี้ จะไม่มีลงนสพ. แม้จะเป็นข่าวที่อ้างได้ว่า “มีผู้อ่านส่งมาให้ก็ตาม.. 

               แล้วทำไม.. ถึงได้หยิบข่าวข่าวนั้นมาเขียน เพราะว่า ผู้ที่ส่งข่าวไปให้นสพ. “ระบุชื่อ” คนตกเป็นข่าวว่าเป็นใคร ชื่อนั้นเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่จะมี “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ในอีกไม่นานเกินรอ

               ชื่อของคนในข่าวเป็นผู้ใหญ่อยู่ในวงการทหารมาก่อน เป็นบุคคลที่ “บิ๊กตู่”ให้ความเคารพ และกำลังจะเชิญเข้ามาเป็นคนสำคัญในรัฐบาล ถ้าหากไม่มีการยกเลิก ตำแหน่ง จอมพล เสียก่อน ท่านน่าจะได้เป็นจอมพล อย่างไม่มีข้อสงสัย เพราะมีบารมีในหมู่ทหารอย่างมาก สมควรกับการยกย่องอย่างน้อยน่าจะมีตำแหน่งที่ “บิ๊กตู่” ยินดีจะยกตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ให้หรือ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อย่างน้อย ก็เป็นรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่..เช่นกลาโหม  ที่มีความสำคัญยิ่ง ทุกตำแหน่งที่กล่าวมา ถ้า “บุคคลสำคัญผู้นั้น” เลือก มีหรือจะไม่ได้ตามที่  “พี่ขอมา

               ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงชวนให้คิดว่า “ข่าวซุบซิบ..อย่าบอกใครเชียว” ชิ้นนี้ แม้จะเป็นข่าวสั้นๆ พูดอย่างสงบเสงี่ยมไม่หวือหวา แถมยังเป็นข่าวที่คนนอกส่งไปให้ ไม่ใช่คนในกองบก. เขียนขึ้นมาเอง (หรือเต้าข่าว) แต่อย่างไร แต่มันสั่นสะเทือน “อนาคตทางการเมือง” ของผู้ใหญ่ท่านนั้น แล้วเลื้อยลงมาเกี่ยวพันกับการ เดินไปข้างหน้าของ “บิ๊กตู่” ในการบริหารประเทศด้วย ถ้าไป “ตัดขาด” กับผู้ใหญ่ที่ “น่านับถือ”ของ คสช. จากข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้บงการ “สั่งฆ่าคน” ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่เกี่ยวพันกับการ ทำรัฐประหารของ “บิ๊กตู่”  หากไม่ใช่ (คนถูกเอ่ยชื่อ)แล้ว ความสั่นสะเทือนของคลื่นใต้นำลูกนี้ คงจะไม่ทำความ” “หนักใจ” ให้กับ “บิ๊กตู่” ในการตั้งรัฐบาลบริหารประเทศอีกต่อไป  คนทั่วๆ ไป ที่ “เสพข่าว นสพ.” เชื่อครึ่งไม่เชื่อเอาไว้ก่อน แต่ถ้าเป็น นสพ.ที่เคยทำให้ผู้คนมีความความเชื่อถืออยู่ และมีบทบาทในสังคมอย่างมาก ผู้เสพข่าวก็จะเกิดความโน้มน้าวเอนเอียงไปเป็น “เชื่อมากกว่าครึ่ง” เข้าไปแล้ว ถ้าพูดกันอย่างเว่อร์สักหน่อย ก็จะพูดได้ว่า

               ข่าวที่เผยแพร่ออกมาสั้นๆ นั้น ชัดเจน เอ่ยถึงชื่อเสียงเรียงนามกันตรง ๆ เหมือนตีกินไปแล้ว “สามสลึงเหลืออีกสลึงเดียว ก็จะบรรจบครบสี่สลึงเป็นหนึ่งบาท” คงจะไม่ขาดสิ่งของที่ต้องประสงค์ ถ้าเป็นไปตามขั้นตอนที่เอ่ยมา

               คล้ายกับว่า“บิ๊กตู่..สะดุด “หลักตอใหญ่” จะหยุดหรือจะค่อยๆ ลุกขึ้นมาทำเรื่อง “สมานฉันท์ ต่อไป ไม่ง่ายเสียแล้ว”

               ถ้ายิ่งเอาเรื่อง ที่คนสนใจกันอยากรู้ว่าใครเป็น “คนสั่งยิง..ให้ยิงใคร”  ชี้กันชัดเจนถึงเพียงนั้นว่า คนสั่งยิงเป็นผู้ใหญ่ที่ “บิ๊กตู่” เคารพนับถืออยู่ การที่ คสช.จะก้าวไปข้างหน้า เรื่อง “ประนีประนอมมานฉันท์” อาจจะพังพาบลงไปได้ ถ้าพยายาม “ตอกย้ำแล้วย้ำอีก” พูดถึงเรื่อง คนสั่งยิง จนประชาชน “ผู้เสพข่าว” ไขว้เขว

                “อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก...ไปมาผลักบ่อนเข้าเสายังไหว..” นับประสากับเนื้อคน ผลักบ่อยๆเข้า เนื้อก็เหลว

               เพราะผู้ใหญ่ท่านนี้ มีเสียงเล่าลือกันว่า “สนิทสนม” พอสมควรกับ ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้ง เพื่อนซี้รุ่นน้องคนหนึ่ง ของผู้ใหญ่ท่านนั้น เรียกได้ว่า “ซี้ปึก” กับ ทักษิณ ชินวัตร ในอดีต อุปถัมภ์ค้ำชูกันมา จึงเป็นเรื่องต่อเนื่องว่า เป็นบุญคุณต้องตอบแทน ไม่มีคำว่าแค้นต้องชำระ แต่อย่างไร

               การทำรัฐประหาร  ย่อมมีข้อดีข้อเสียก็ว่ากันไป มีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นดัชนีชี้วัดว่าน้ำหนักไปตกอยู่ที่ไหน

               แต่ว่า การทำรัฐประหาร “ล้มรัฐบาลแด็กส์ด่วน” ให้ความตื่นเต้นกับคนส่วนใหญ่พากันดีใจที่ คสช. ล้มรัฐบาล นางสาวปู ..สาเหตุหนึ่งคือ กินข้าวจุ แถมมีวิธีการกินยังผิดมนุษย์มนา คือ รับประทานข้าวดิบ ไม่ใช่ข้าวสุกที่หุงแล้ว “ กินอ้าว..กินอาว” ไม่ได้กินแต่คนร่วมสืบสันดานเดียวกันเท่านั้น (ยังมี ยัยซาลาเปาแดง..ด้วย) แถมยังเผื่อแผ่ไปถึง คนใกล้ชิด แนบสนิทแบบพี่น้องท้องเดียวกัน หรือพี่น้อง “ท้องติดกัน” กินกันฮือฮามูมมามชนิดเรียกได้ว่า “ห่าลง” ประมาณเป็นเงินคร่าวๆ  ห้าแสนล้าน.. ยังงี้ไม่เรียกว่า “กินหรือรับประทานแล้ว ควรเรียกว่าอะไรดี เรียกว่า “..แด.ส์” หรือเปล่า

               ขอออัยประทานโทษ ละลาบละล้วงกราบเรียนท่าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง อีกเรื่องหนึ่ง

               ขอเรียนถาม “บิ๊กกตู่” ว่า  ทุกวันนี้ ท่านผู้หญิงสุดสวย เคยมีตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรีที่ไม่โง่ (แต่งี่เง่าที่สุด) ชื่อนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากที่ “จบ” บทบาทนั้นไปแล้ว ไม่มีหน้าที่ปฎิบัติภาระกิจในรัฐบาลต่อไปอีก ใช่หรือไม่  อดีต “รัฐมนตรีกลาโหม” นางสาวปู ยังมีสิทธิ อันใดที่จะต้องมีข้าราชการตำรวจ ยศใหญ่ เป็นผู้ติดสอยห้อยตาม เป็นเงาติดกัน เอ้ย!!! “ติดตัว” อยู่อีก ทั้งติดสอย และ “ห้อยตาม” ตลอดเวลา  คนขี้อิจฉา (อย่างกระผม) เห็นภาพและข่าวแล้ว เนื้อเต้นอยากจะเป็นคน “ห้อยตาม” บ้าง กระผม มิได้ทำมาหาแด็..ส์ เป็นชิ้นเป็นอันแต่อย่างไร วันๆ ได้แต่เดิน “ห้อยมา..ห้อยไป”  ฝึกให้หนักเอาไว้ก่อน เพราะอยากจะเป็นคน ห้อยตาม ..นางสาวปู..” เพียงแต่คิดกรุ้มกริ่มอยู่ในใจเมื่อเห็น “นายตำรวจใหญ่” คนดังกล่าว ยัง “ห้อย ตาม” นางสาวปู อยู่ในเมืองไทยอีก หลังจากคุณผู้หญิง กลับจากไปร่วมงานวันเกิดพี่ชายของหล่อนแล้ว สัญญาว่าจะกลับมาสู้คดีที่ประเดประดังกันเข้ามา (ปูรับได้หมด..มีอีกไหม)  โดยใช้บริการเครื่องบินส่วนตัวของพี่ชายหล่อน บินกลับมาเมืองไทยพร้อมด้วยข้าทาสบริวาร ตามที่อ่อยเหยื่อรับปากว่าจะกลับมา (สู้คดี)ให้กับ คสช.ไว้ก่อน คือไม่ผิดสัญญากลับมาตามกำหนดเวลาที่ขอไว้ กับ หัวหน้า คสช.(ลูกน้องเก่าในกระทรวงกลาโหม) ทั้งนี้กลับมาพร้อมกับนายตำรวจใหญ่  พร้อมคนติดตัว เอ้ย คนติดตามกลายเป็นเงาตามตัวไปแล้ว? ทำหน้าที่ คุ้มครอง) “ห้อยตาม” ต่อไป ถ้าจะให้ชี้ถึงความยากเย็น (ตำแหน่งห้อย) ก็คงจะเรียกว่า “เหงื่อไหลไครย้อย” ประมาณนั้น  น่าจะเห็นความลำบากยากเย็นของ ข้าราชการตำรวจไทย ติดตามประกบประคบประหงม ด้วยหรือไม่ คาดว่าจะต้องรับใช้ทั้งเวลาราชการ และนอกเวลาราชการต้อง ขยันขันแข็ง ตัวเป็นเกลียวเชียวละครับท่านครับ

               อย่างที่เรียนไว้ก่อนว่า กระผมผู้ไม่มีการไม่มีงานการอะไรทำยังว่างงานอยู่มีความกระสันจะทำงาน ขอเรียนว่า “เป็นคนทั้งหนักก็เอา..เบาก็สู้” งานหนักเช่น“แบกขา (หมู)” ใส่บ่า ..งานเบาก็ตักน้ำใส่ขวด” ทำมาแล้ว ถ้าได้งานเป็นคนติดสอยห้อยตาม คุณผู้หญิงนางสาวปู แล้ว จะเรียกใช้ได้ “ซำเหมอ” (ยิ่งกว่าเสมอ) ทั้งในเวลาราชการ และนอกเวลาราชการ โดยไม่ต้องห่วง จะไม่เบิกค่าล่วงเวลา แถมไม่คิดค่าเหนื่อย ให้ฟรี โดยไม่เรียกร้องค่าเบี้ยเลี้ยงแต่ประการใด เพราะเป็นคน ทรหดอดทนชอบออกกำลังกาย ทั้งยังเป็นโรค (ใจอ่อน)แพ้ผู้หญิงสวย เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย รับรองบริการ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แม้จะเป็นคนไม่มียศหนักหรือสากใหญ่เอ้ยศักดิ์ใหญ่ แต่ขอยอมตาย..คางาน.. เป็นคนติดสอย..ห้อยตาม คุณผู้หญิงนางสาวปู โดยไม่เรียกร้องค่าตัว เอ้ย...ค่าล่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ทั้งสิ้น.

               ขอเรียนว่า อย่าใช้ข้าราชการตำรวจยศใหญ่ เป็นผู้ “ห้อยตาม” อดีต นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ อีกต่อไปเลย

                กระผม (ในนามของ) ประชาชนคนธรรมดา ยินดีจะรับใช้ ท่านผู้หญิงปู แทนข้าราชการตำรวจยศนายพันโท นายนั้น

               ควรหรือไม่สมควรสมควรอย่างไร กรุณาสอบถามความสมัครใจจากคุณผู้หญิงปู ให้กระผมด้วยนะ ..ขอรับท่าน

               เรียกใช้กระผม  “นายติดสอย”.. นามสกุล “ห้อยตาม”  (แข็งแรงทนทานกว่า)

               (เพื่อรักษาหน้ารักษาตา“เกียรติ์ตำรวจของไทย เอาไว้นะครับ ถือว่าเป็นข้าราชการเช่นเดียวกับท่าน ขอขอบคุณ)