Get Adobe Flash player

เหลือเชื่อ....โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

               ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บินจากสิงคโปร ด้วยเครื่องบินส่วนตัวกลับมาถึงประเทศไทย  เมื่อประมาณตีสี่ของวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตามสัญญาที่ให้ไว้กับ คสช.พลิกความคาดหมายของผู้คนทั่วๆ ไปว่า คงจะไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาสู้คดี ที่มีคำจำกัดความว่า คุก คุก คุก. เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็คงจะมั่นใจอะไรบางอย่าง.. หรือจะให้คาดเดาแบบกำปั้นทุบดิน ก็ต้องคิดว่า มีบารมีเหนือกว่าอำนาจรัฐในปัจจุบัน

               วันดังกล่าว จากข่าวหนังสือพิมพ์ ที่ไปรอรับ เสนอข่าวว่า มีรถเข้าไปรับในสนามบิน 6 คันบ้าง  12  คันบ้าง  ส่วนกระเป๋าเดินทางเมื่อตอนบินออกนอกประเทศ ระบุว่า มีถึง 15 ใบ การไปช้อปปิ้งต่างประเทศครั้งนี้น่าจะเสียหน้าเสียตา คนที่เคยขึ้นชื่อว่า เป็นนักช้อปปิ้งหมดเลย เพราะเวลาขาไปมี (ของฝาก) ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง  15 ใบ ตอนขากลับเหลือ 6 ใบ หายไประหว่างทางถึง  9 ใบ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ  จะอ้างว่า ส่วนที่หายไปเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่ชาย ก็พอฟังล่าย แต่จะให้เชื่อหรือไม่ ไม่น่าถาม เพราะถ้าตอบไป ก็คงไม่พ้นคำพูดว่า “ไม่น่าเชื่อ”  บินไปวันเกิดพี่บังเกิดเกล้าเที่ยวนี้ ก็ทำสมกับคำว่า HAPPY  BIRTHDAY พี่ชายเลยต้อง บินตามกันลงมาหาข้าวกิน ที่สิงคโปร ไม่มีเรื่องอะไรในกอไผ่ มากไปกว่านั้น

               ประเทศสิงคโปร นี่ก็แปลก เมื่อครั้งกระโน้น ทักษิณ ชินวัตร กับภรรยา (พวกปากบอนชอบตอแยกันว่า สุดเสียงสังข์) ณ เวลานั้นยังไม่ได้ “หย่าขาด” จากกันตามกฏหมายเหมือนวันนี้ พร้อมๆ กับลูกๆ ยกโขยงไปกันเป็นพรวน (คนละอย่างกับพรวนดังกริ๊งกร้างที่เอาไว้ผูกคอแมว)  อ้างว่าไปเดินเล่น กินแม๊คโดแนลด์ กันที่นั่น ก็น่าจะจริงอยู่  ความจริง มากไปกว่านั่น คือ ไปขายสิทธิ “ดาวเทียม” สมบัติของประเทศไทย ให้รัฐบาลสิงคโปร รับทรัพย์เข้ากระเป๋าตัวเอง  (ทักษิณ ชินวัตร)  แน่นอนว่าจะต้องแบ่ง “เข้ากระปี๋” คุณหญิงกระบังลม (เรียกชื่อให้เห็นภาพยกตัวอย่างเด็กเก็บเงินค่าโดยสารรถประจำทาง ผู้ชายเรียกว่ากระเป๋า ส่วนผู้หญิงเรียกว่ากระปี๋)  เป็นกอบเป็นกำโกยเอาไว้มากกว่า อายุอานามของอดีตสามี (เลิกตีทะเบียนแล้ว) ถึงวัยเดี้ยงเอาง่ายๆ  คาดว่าน่าจะตายด้วย หัวใจวาย เสียละมาก มีเรื่องราวอยู่ว่า “คุณผู้ชาย”  เป็นโรคมีภูมิแพ้  แพ้นักร้องสาวๆ  (จะสดสวยหรือไม่..ไม่สำคัญ ขอให้นุ่ง “สั้นเสมอหู” ไว้ก่อน)เพราะโรคแพ้นักร้องสาวๆ  (คราวลูก) อยู่แล้วมาตั้งแต่ไหนแต่ไรนั่นเอง  โรคนั้นแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ เห็นผู้หญิงนุ่งสั้น “สั้นเสมอหู” ละ.. เป็นไม่ได้หน้ามืดตาลาย “ความดันโลหิตสูง” ขึ้นทุกทีเก็บอาการไม่อยู่  ทุกวันนี้..ห่าง คุณหญิงสุดเสียงสังข์ อยู่กันไกล เกินกว่าจะเอื้อมถึงให้ทันเวลา “หน้ามืด” ทุกครั้งทำท่าจะเป็นลมชักกระดุก..เพราะความงุ่นง่านสูง อย่าล้อเล่นไป หัวใจวายได้ง่ายๆ เหมียนส์..กัลล์..นะคุณพี่..

               น่าสังเกตว่า เหตุที่ ทักษิณ ชินวัตร กระดี้กระด้า อยู่ที่สิงคโปร นอกจากที่นั่นจะมีวิวสวยแล้ว ยังเป็นประเทศที่ขาวสะอาด (หมายถึงสาวสวยหมวยอั๋น) รู้สึกว่ามีความสบายใจกว่าที่จะอยู่ทางยุโรป  แม้กระทั่งอเมริกา  หรืออังกฤษที่ซื้อบ้านใหญ่โตมโหฬาร ซื้อเอาไว้ ก็ไม่ค่อยไปใช้ อยู่อาศัยมากเท่าไร ยิ่ง “ดูไบ” ไม่ค่อยเฉียดกรายเข้าไปเท่าไรแล้ว แขกไม่ชอบคนกะล่อน เหมียนกัลล์ ..นะนาย..(แขกรู้นะว่าเพ็ชรพระอุมา ที่หายไปอยู่ที่ใคร ..  เกรียงไกร เตชะโม่ง สารภาพกับแขกแล้ว  เป็นคนละเรื่องที่ปล่อยข่าวออกมา ว่าอยู่ที่ไหน (ถามหญิงโหนกดู ถ้ากล้าพูดความจริง  น่าจะรู้ แน่ๆ )

               แล้ว..ประเทศเล็กกะจิดริด “มอนเตเนรโกร” ยอมให้สัญชาติเป็นพลเมืองประเทศนั้น สัญญากันว่าจะไปลงทุน สร้าง “เกาะ” ปรับปรุงให้เป็นชายทะเลสวยที่สุด จะสร้างโรงแรมหรู ตามราคาคุยว่า ล้ำหน้ากว่าประเทศไหน ๆ ที่ร่ำลือกันว่า มีทะเลสวย มีโรงแรมและดังยิ่งใหญ่เกินกว่า ห้าดาว จะเป็นแหล่งดึงดูดเศรษฐีนักการพนันไปเล่น ไปกินอยู่ที่นั่น จนลืม ลาส เวกัส ของอเมริกาไปเลย  ประเทศเล็กๆ ยากจนอย่างนั้น  ก็อยากจะมีสถานที่สำคัญทางการท่องเที่ยว เป็นสถานที่กวาดเงินเข้าประเทศ ก็ฝันหวาน “กะล่อนแม้วเศรษฐีขี้เหนียว” ไม่โผล่หัวไปที่นั่นนานหนักหนาแล้ว ไม่รู้ว่าจะถูกยึดพาสปอร์ตจาก มอนแตรเนโกรไปแล้วหรือยัง

               ที่ทำอย่างนั้นได้ เพราะยังมี พาสปอร์ต เล่มสีแดง เป็นหนังสือเดินทางระดับทูต หรือบุคคล “สำคัญ” ของประเทศไทย อยู่ในมือ ยังไม่คืนยังไม่ถูกยึด .เสียง กระซิบต่อๆ กันมาว่า ก็เพราะหนังสือเดินทาง เล่มแดงเล่มนั้นเล่มเดียว ที่ยังคุ้มหัวเดอะแม้ว ไปทั่วโลก หนังสือเดินทางระดับอภิมหาชนที่รัฐบาลออกให้ (ยังไม่ถูกยึดคืน)  หมายถึงว่าเขายังมีความสลักสำคัญกับประเทศไทยอย่างยิ่งยวด นานาประเทศ น่าจะ(ไม่) เข้าใจ..ถูก “ความกดดัน” จากอำนาจใหม่ ก็ปล่อยๆ กันไป ข่าวที่ออกไปทั่วโลกว่า หัวหน้าคณะ คสช. ยึดอำนาจไปแล้วอย่างไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ สับสนเหมือนกันว่า “ท่านตู่” ผู้นำ นปช.  เอากำลังกองทัพ ออกมาปฎิวัติ ได้อย่างงไร

               ความจริงกลับกลายว่า เป็น “ท่านตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ชา ผู้บัญชาการทหารบก ข่าวที่ออกไปสู่ประเทศใหญ่หลักๆ โดยเฉพาะอเมริกา ว่า ที่แท้หัวหน้าคณะปฎิวัติ คือ “บิ๊กตู่” ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  เพื่อผ่อนคลายสถานะการณ์ตึงเครียด และจะต้องมี “พระเอกขี่ม้าขาว” เข้ามา “ตีกิน” หยิบชิ้นพุงปลาไปได้สบายๆ ไม่ใช่ทั้งพวก กปปส.หรือ นปช.  ของทักษิณ กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

               หัวขบวนม๊อบ กปปส. คือ สุเทพ เทือกสุบรรณ (ขณะนั้น) คือ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตีขลุ่มเอาเป็นว่า ประชาธิปัตย์ ออกมาเล่นการเมืองบนท้องถนน เพื่อล้ม รัฐบาลยิ่งลักษณ์

               สิ่งที่เห็น.. อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่เป็นจริง.. อย่างที่  ชัย ราชวัตร ตั้งชื่อไว้ในการ์ตูนที่เขาเขียนชิ้นหนึ่ง

               แล้วยิ่งเห็น คสช. เรียกทุกฝ่ายทั้ง กปปส. และ นปช. รวมทั้งกลุ่มผู้ที่ใช้สีเสื้อ แดง เหลือง ขาว ฟ้า และ สารพัดสี  ทั้งหลาย มีทั้ง “พวกล้มเจ้า”  อดีตคนเดือนตุลาฯ เข้ามารายงานตัว อบรมเรื่องการ “ปรองดองสมานฉันท์” ไม่ต่างกับการสอนเด็กนักเรียนชั้นประถม ไม่ให้ ทุบตี หยิก ข่วน  ทะเลาะกัน แทนที่จะใช้ความเด็ดขาด กวาดล้าง พวก “ล้มเจ้า” และพวกสนับสนุนให้เปลี่ยนการปกครอง แบ่งแยกประเทศ เปลี่ยนเป็น “รัฐไทยใหม่” ใช้ระบอบ “ทักษิโณมิกส์”  โดยนายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดีคนแรก ชื่อ สมเด็จทักษิณ ชินวัตร

               จึงทำให้คิดเอนเอียงไปว่า น่าจะเป็นได้หรือไม่ว่า คสช. มาจากฝ่ายรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จริงๆ

               ได้ยินประกาศชัดเจนว่า คสช. จะอยู่ในอำนาจเพียงปีเดียว แล้วจะจัดให้มีการเลือกตั้ง อยากให้เป็นการพูดเล่นๆ แบบถูก “ตบหัวแล้วลูบหลัง”..เสียละมาก..

               ทั้งๆ ที่รู้ๆ กันอยู่แก่ใจว่า พรรคการเมืองไม่ว่าจะมาในชื่อไหนก็ตาม ในวันนี้ หรือจะอีกกี่วันกี่ปีในข้างหน้า  ถ้ามีเจ้าของ ชื่อ  ทักษิณ ชินวัตร กับน้องสาว และโคตรของเขา คะแนนเสียงเลือกตั้งที่เตรียมรอเอาไว้ต่อเนื่องกันมาหลายปีโดยมีชาวรากหญ้า (ที่จะรากเลือดต่อไปในอนาคต) ไว้เป็นพวกพ้องจับต้องตัวเป็นเป็นได้ ใช้ธนบัตร ซื้อตัวซื้อเสียง อย่างที่เป็นมาและเป็นไปเป็นตัวอย่างเห็นถนัดชัดเจนแล้วว่า  ไม่ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไร พรรคพวกพญาแม้ว นอนมา ถ้ายังไม่มีการทำความเข้าใจว่ากับรากหญ้าให้รู้ทั้งเหตุและผลว่า  การเลือกตั้งมีความสำคัญอย่างไร ทั้งกับตัวเองในวันนี้ และกับลูกหลานในวันข้างหน้า โคตรชิน มาแน่..ไม่ต้องจัดการเลือกตั้งยังดีกว่า  เสียเวลาเสียเงินเสียทองเปล่าๆ ยกประเทศให้กับ โคตรชิน ไปเสียเลย ดีกว่ามั้ย

               ถ้าการพูดไว้เป็นไปได้จริง คือจะเร่งจัดการเลือกตั้งภายในหนึ่งปี  ถูกตีความหมายไปว่า คสช. จะคืนอำนาจให้กับ ยิ่งลักษณ์  ก็ย่อม คิดกันไปได้เช่นเดียวกัน เพราะว่า  การล้างสมอง ให้คนชนบทเชื่อว่า “จะมีการล้มเจ้า” ได้จริงๆ เพราะผู้ที่ออกมาตีเกราะไม้จาก  “ฝ่ายล้มเจ้า” หาได้ถูก เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ตำรวจ) จับตัวมาดำเนินคดีอย่างจริงๆ จังๆ  กระทั่งที่เห็นชัดๆ  คือ อาจารย์มหาลัยดังๆ หลากหลาย  แสดงตัวตนทนโท่ชัดเจนว่า เป็นหัวขบวนการล้มเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  มหาบรรลัยเที่ยงคืน  แหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ที่ ท่าพระอังคาร เลยๆ ไปจาก ท่าพระจันทร์ ชุมนุมสุมหัวกันอยู่อย่างเปิดเผย

               รวมทั้ง  ความต้องการของพวกล้มเจ้า โดยการหนุนหลังจากใคร ฝ่ายไหน ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจกันดี ไม่จำเป็นต้องเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน แต่ส่งออกไปขายให้คนไทยในต่างประเทศ  ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางโค้ง รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้มั่ง กลายเป็น “แฟชั่น” ไปแล้ว

               ไปไกลถึงขนาดว่า จะแบ่งแยกประเทศออกไป เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะไปเป็น “รัฐไทยใหม่” รวมหลายจังหวัดทางภาคอีสาน กับบางจังหวัดทางภาคเหนือ  ถึงขนาดที่ว่า มีการสวนสนาม แสดงพลังกันแล้ว รัฐบาลกลางในกรุงเทพฯ ก็ยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ (รัฐบาลคสช.สานต่อจากยิ่งลักษณ์)  จะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกหรือไม่  การยึดอำนาจของ คสช. มีคณะทหารร่วมมือร่วมใจเป็นตัวเดียวอันหนึ่งอันเดียวกัน (ไม่ว่าจะมาจากพวกมากลากไปหรือไม่ก็ตาม) กำลังจะได้รัฐบาลคสช. เชื่อว่า จะได้ตัวแสบๆ เข้ามา เป็นกาวใจ เพื่อถนอมน้ำใจยิ่งลักษณ์ไว้ก่อน คล้ายเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ พี่ใหญ่ของยิ่งลักษณ์  ยังเวียนๆ วนๆ อยู่แถวใกล้ๆประเทศไทย รอ “สัญญาใจ” คล้ายเปรตรอส่วนบุญอยู่

               ยิ่งถ้า รัฐบาล คสช.โดยนายกรัฐมนตรีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ชู นโยบาย“ปรองดองสมานฉันท์ ”รวมกันสองขั้ว

 ระหว่างน้ำกับน้ำมัน หวังจะได้เห็นแนบสนิทติดกันเป็นเนื้อเดียวในตุ่มเดียวกัน มันเข้ากันไม่ได้หรอก..ขอบอก พวกจ้องล้มเจ้า ..ต้องการล้มความเป็นไทย.. อย่าหวังว่าดินแดนขวานทองจะต้องแยกได้ หัวขวานกับตัวขวาน แยกกันไปคนละทาง ....รอให้คนไทยชาติเชื้อไทย(ส่วนใหญ่) ไม่ขายชาติ.. ตายกันหมดแผ่นดินไทยเสียก่อน..รอได้ไหม.

               ไอ้พวกสัตว์ประหลาด.หัวมงกุฎ.ท้ายมังกร ..... น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้ว..ยังเหลือมากๆ อยู่ในเมืองไทย..อีกหรือ..