Get Adobe Flash player

นักกฎหมาย? (หัวหมอ) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

                ข่าวใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วประเทศไทย คือข่าว “รับจำนำข้าวของรัฐบาล” ชนิดเรียกได้ว่า “แหกคอก” ออกจากปฎิบัติการของรัฐบาลไทยยุคก่อนหน้า “โคตร ชิน”

                เรื่องใหญ่ในปีนี้ พ.ศ. 2557 ก่อน เป็นปีที่  “ชาวนา” ของไทยทุกข์ระทมขมขื่นใจมากกว่าปีไหนๆ ชาวนาไทยถูก “นโยบายรับจำนำข้าว”  บดบี้ขยี้จากรับจำนำข้าว เป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” กับการขายข้าวแบบขายตรงให้กับพ่อค้าข้าวหรือโรงสีข้าวโดยตรง ซึ่ง “รัฐบาล น.ส. ปู” เป็น “นางยก”  นำ “นโยบายจำนำข้าว” แบบพิลึกพิลั่นพิกล คือเอาข้าวมาให้รัฐบาลเป็นผู้รับซื้อ “ข้าวทุกเม็ด” ในราคาที่รัฐบาลตั้งให้สวยหรู ชาวนาเห็นตัวเลขการรับซื้อแล้วหายเหนื่อย  หาใช่เป็นแบบอย่างที่เคยชินกันมาก่อนแล้วแต่อย่างไรไม่  จากการเคยเอาของมีค่าไป “จำนำ” กับโรงรับจำนำเคยถูกกดราคาเสียจะพูดไปออก ต้องยอมๆ  ให้อาเฮีย เสี่ยหน้าเลือดโรงจำนำกดราคา แต่ว่าจำจะต้องยอมๆ กันไป เพราะเดือดร้อนกับค่าใช้จ่าย รวมทั้งหนี้สินที่เป็นอยู่ต้องผ่อนถ่ายส่งดอกเอาเงินที่จำนำไปใช้หนี้บ้าง (บางส่วน) ที่เหลืออยู่บ้าง เก็บออมถนอมไว้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เป็นค่าอาหาร จนกว่าจะขายข้าวได้ แล้วค่อยรอชำระล้างหนี้ก้อนใหญ่ไปก่อน รอปีหน้าฟ้าใหม่ ค่อยว่ากันใหม่ รอลูกชายลูกสาวทส่งเข้าไปเรียนหนังสือขั้นมหาลัย  หวังว่าถ้าปริญญาจบมาแล้วค่อยมาช่วยพ่อแม่พยุงฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่เรียนจบรับราชการมีหน้ามีตา ได้ดีกันไปแล้ว “หลงกรุง” กลับบ้านไม่ถูก ตั้งแต่วันรับปริญญาบัตรแล้ว ขอร้องให้พ่อเฒ่าแม่เฒ่าอยู่กับเหย้ากับเรือน ไม่ต้องไปร่วมงานรับปริญญาของลูกหลาน ก็ได้ (อายเขา)  เป็นกงกำกงเกวียนของชาวนา จนเรียกได้ว่า “เคยชิน” กันเสียแล้ว

                มา พ.ศ. นี้ มีข่าวดีกระดี้กระด้ากันได้บ้าง อาจจะลืมหูลืมตา “อ้าปาก”ได้ กับโครงการของรัฐบาล “เรื่องรับจำนำข้าว” ในราคาสูงกว่าจะขายให้ “พ่อค้าข้าว” โดยตรง หรือขายให้กับ “โรงสีข้าว”  ข้าวทุกเม็ดรับประกัน “ขายรัฐบาลได้หมด” รัฐบาลรับซื้อ ไม่มีใครจะดีเกินไปกว่า “สมเด็จทักษิณ” ของชาวนาชาวรากหญ้า  จนมาถึงสมัย “สมเด็จพระน้องนางปู” ชาวรากหญ้าจะได้อยู่ดีมีความสุขกันทั่วหน้า  “ทักษิณคิด..รัฐบาลทำ”

                ข้าวที่เกี่ยวได้ไม่ต้องอาศัยยุ้งอาศัยฉางเก็บเอาไว้ จนกว่าจะขายได้ด้วยราคาต่ำ แต่ก็ยังต้องง้อพ่อค้าข้าว เจ้าของโรงสีอยู่เหมือนเดิม  มาถึงรัฐบาล “พระน้องนางปู” รับซื้อข้าวทุกเม็ดในราคาดี เป็นอย่างนี้ ชาวนาชาวรากหญ้าจะไม่ “บูชา” เสด็จพี่ ทักษิณ” คิด ให้ ”พระนางปู” ทำ.. (ครั้งนี้ พี่ไม่ต้อง..น้องทำเอง) ช่วยชาวนา“กระดูกสันหลังของประเทศ” พลิกตำราช่วยชาวนา “ตัวเป็นเกลียวกันทีเดียวเชียวละ

                จนมั่นใจได้ว่า ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคการเมืองของพี่ชายกับน้องสาวคู่นี้.. จะต้องได้เป็นรัฐบาล .. ตลอดปี ตลอดชาติ ไปถึงชาติหน้ากันเลยทีเดียว..

                ข้าวชาวนาไทย รัฐบาลจะริบเอาไปขาย ไปเก็บเอาไว้ หรือไปดอง (จนเน่า) อยู่ที่ไหนบ้าง ชาวนาไม่รู้ แต่ที่รอๆ กันอยู่ว่า เมื่อไร “เงินค่าขายข้าวให้รัฐบาล”จะตกมาถึงมือชาวนาเสียที ไม่มีท่าทีไม่มีวี่แวว..ไม่รู้ว่าจะต้องรอกันไปจนถึงหน้า “ปลูกข้าว” ครั้งใหม่หรือไม่.. จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อปุ๋ย จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา จะไปหยิบยืมเงินมาใหม่ ใครเขาจะให้เมื่อของเก่าที่ยืมไปยังไม่มีจะใช้คืน  จนถึงวันนี้ .. ชาวนาฆ่าตัวตายกว่าสิบรายแล้ว เพราะไม่หน้าด้าน “เหมือนรัฐบาลปู” โกงข้าวชาวนาไปหน้าตาเฉย หรือเพื่อจะได้ถูกบันทึกไว้อย่างสง่างามระดับโลกว่า รัฐบาลไทยสมัย “หมวยปู” เป็นนางกรัฐมนตรี  โกงข้าวชาวนา จนถึงกับต้องฆ่าตัวตายกันไม่ไปน้อย  (ยังต้องรอนับตัวเลขที่จะฆ่าตัวตายเพราะรัฐบาลโกงเงิน อีกกี่คนหรือ) ลงบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยให้  ลูกหลานชาวนาไทยที่มีอยู่ทั่วๆ ไปทั้งประเทศ จะได้รับรู้จดจำเอาว่า “ปู่ ทวด ย่า ยาย พี่ ป้า น้า อา”ของลูกหลานชาวนา “ฆ่าตายเพราะถูกรัฐบาลก๊กชินวัตร โดยสองพี่น้องร่วมด้วยช่วยกันคิดช่วยกันโกงชาวนา โกงประเทศชาติบ้านเมือง ประมาณเป็นตัวเลขออกมาบางส่วนแล้วว่า มีจำนวนไม่น้อยกว่า  ห้าแสนล้านบาท เงินบางส่วนในจำนวนนั้น เป็นของ คนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยในสหรัฐอเมริกาส่งเงินไปช่วย พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติโกโหติกา  กลับกลายเป็นว่า “เข้ากระเป๋าของพวกโกงประเทศชาติไปหน้าตาเฉย” เงินของคนไทยในอเมริกาส่งกลับไปให้ทางบ้านที่เมืองไทย ทุกดอลล่าร์ทุกเซ็นต์ มาจากรายได้ที่ลูกหลานต้องก้มหน้าก้มตากัน “แบกถาด”  เป็นคำพูดจำกัดใจความว่า ต้องทำงานหนัก ชนิดไม่มีเวลาให้กับการพักผ่อนหลังจากการเรียน ต้องไปทำงานต่อเพื่อหาเงินช่วยทางบ้าน เป็นวิถีชีวิตของ “นักเรียนไทยในอเมริกาส่วนหนึ่ง” ต้องปากกัดตีนถีบ ตัวลีบผอมเกร็ง เรียนไปแบกถาดไป เช็ดน้ำตาไป บางคนเรียนจบ ยังไม่ถึงวันรับปริญญา ก็รีบเผ่นกลับเมืองไทยทันที ปริญญาที่เรียนจบมาได้  ณ ประเทศนี้ มีความหมายมาก เพราะแต่ละวันมีเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น เวลามีไม่พอกับการจะต้องเรียนและแบกจ๊อบไปด้วยในเวลาเดียวกัน และยิ่งในพ.ศ. นี้ ค่าครองชีพสูง (ลิบลิ่ว ค่าแรงการทำงานตามไม่ทัน)  ฐานะ “การเงิน” ทางบ้านในเมืองไทยก็ลีบลง เพราะการบริหารของประเทศไทย (โดยนางยกฯ บริหอย)  ส่วนหนึ่ง ยัดประทานทุกอย่างที่ขวางหน้า เชื่อว่า “มรดกบาป” จะตกไปถึง ลูกๆ หลานๆ ของพวกเขาเหล่านั้นด้วย ที่จริงไม่ต้องการให้ตกไปถึง “ผู้สืบสันดาน” ของแต่ละคนที่พ่อแม่ประทับรอยบาปไว้ให้  กรรมใครทำก็น่าจะรับกรรมไปเอง ผู้กำหนดเรื่องบาปเรื่องกรรม ตามให้ทันขอให้เห็นๆ กันในชาตินี้จะ..จะ..ซะเลย จะดีกว่า

                ตั้งใจเขียนเรื่อง “นักฎหมาย?” (หัวหมอ) ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับ คดีรับจำนำข้าวของรัฐบาล (โกงข้าว)

                เจาะจงลงไปที่อัยการ (หัวหมอ)  คำว่า “หัวหมอ” เข้าใจกันอยู่ทั่วๆ ไป ว่า “เป็นนักกฎหมายที่พลิกแพลงใช้เล่ห์เหลี่ยม” บิดเบี้ยว ออกนอกหลักการ ไม่คำนึงถึงความประสงค์ของผู้เขียนกฎหมาย ตัวบทกฎหมายตีความออกไปเป็น คนละเรื่องเดียวกัน กับความต้องการของผู้เขียนกฏหมาย สมมุติว่า การใช้คำว่า “ขาวควรจะเป็นขาว ตามตัวหนังสือ แต่ นักกฎหมาย (หัวหมอ) ยกแม่น้ำทั้งห้ามาสาธยาย “คำว่าขาว” ให้เห็นเป็นดำ หรืออย่างน้อยก็ให้เห็นเป็นสีเทา ๆ ขาวก็ไม่ใช่ ดำก็ไม่เชิง  กึ่งๆ กลาง ๆใช่หรือไม่ใช่ ดีหรือเลว เป็นฉันท์ใด  เห็นไม่ชัด เพราะคำพูดร้อยลิ้นกะลาวนของคนหัวหมอ ทำให้เกิดความลังเลไม่แน่ใจ ผู้ตัดสินความ (ผู้พิพากษา) จึงต้องยกประโยชน์ให้จำเลย คนโกงจึงได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ  เป็นเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นกับการ “รับจำนำข้าวของรัฐบาล” “หมวยปู” มองๆ แล้วดูย่ามอกย่ามใจว่าตัวเองนั้น มีพวกพ้องเป็น “หัวหมอ” (ลูกน้องของพี่ชาย “หัวหมา” มีอยู่ยุบยับ ระยับระยำ” ในหมู่บุคคลที่เรียกว่า “หัวหมอ” ทั้งคนภาครัฐ และประชาชนพลเมือง

                การลงมติยังไม่รับสำนวนฟ้องร้องของ ป.ป.ช. จาก “อัยการทนายแผ่นดิน” คืนสำนวนส่งฟ้องของ ป.ป.ช.เรื่อง “การรับจำนำข้าว (โกงข้าว) ในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไป เพื่อให้ ป.ป.ช. ลงรายละเอียด (ถี่ยิบ) โดยไม่บอกล่วงหน้า ซึ่ง ป.ป.ช. ยินดีจะส่งให้ไม่เกี่ยงงอน น่าคิดว่า เป็นเรื่อง “ความหวังดี..แต่ประสงค์ร้ายหรือไม่”

                คิดๆ กันไปในทิศทางที่ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่า  “ความหวังดี..มีน้อย” หรือว่าเป็นการ “ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้จำเลย ปรับตัวซื้อเวลาหาทางหนีทีไล่ให้รอบคอบ  กับการจะย้ายหนีคดี มีเวลาทยอยส่งสมบัติก่อนไปอยู่ “ถาวร” ในต่างประเทศ

                ลือกันว่า ขนทรัพย์สมบัติไปไว้ที่อังกฤษบ้างแล้ว .. มีข่าวย้ำหัวตะปูลงไปอีกว่า ให้ลูกชายย้ายโรงเรียนจากประเทศไทย ไปอยู่อังกฤษเรียบร้อยแล้ว (ไหมล่ะ) ไม่ขลุกขลักแต่อย่างไร เพราะบ้านที่อยู่อาศัยในประเทศอังกฤษของพี่ชายมีอยู่แล้วยินดียกให้น้องสาว (รักเหมือนบุตร)อยู่อย่างมีความสุขสบาย ให้พำนักอยู่สักพัก แล้วค่อยเลือกซื้อ “คฤหาสน์สีแดง” (แบบบ้านทรายทอง) เลือกเอา ที่ถูกใจราคาไม่เกี่ยงเป็นที่อยู่ถาวรต่อไป เอาที่อยู่ใกล้ๆ กับ เจ้าฟ้าชายเจ้าฟ้าหญิงของ อังกฤษ ก็ยังได้ รวยซะอย่าง รวยมุมมิบรวยไม่กระโตกกระตาก ไม่ต้องการขึ้นชื่อว่าเป็นเศรษฐีระดับโลก เดี๋ยวจะถูกนินทาว่า (รวยเพราะโกง) ก็น่าจะได้  (ณ ปัจจุบัน ไม่เชื่อว่า ตระกูล “ชินวัตร รวยน้อยกว่า ตระกูลของเจ้าสัว เซ็นทรัล ที่รวยติดอันดับต้นๆ ของคนรวยระดับโลก)

                ความเชื่อว่า “หวังดี..แต่ประสงค์ร้าย “เลือกใช้เส้นทางนั้นเดินหมาก “กินสองต่อ” เข้าฮ๊อตไปเลย  กินต่อแรก .. คือยืดเวลาต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า จะหมดเวลาการดำเนินคดีความ ประการถัดไปเปลี่ยนชื่อประเทศ เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ เอาใจนักการเมืองโกงกินที่ยังติดคุกอยู่ ด้วยการ “นิรโทษกรรม” ให้ทั้งหมด พวกนั้นจะต้องรู้บุญคุณต้องตอบแทน..และแค้นของ  “โคตรชิน” จะต้องถูกชำระ แบบจับตัวโยนทับกันบนรถกะบะ ก่อนทรมารให้ขาดอากาศหายใจตาย เหมือนกับที่เคยทำไว้ทางภาคใต้.. ส่วนที่ “คางเหลือง” อยู่แล้วยังไม่ตาย ก็ปล่อยตัวไป..โยนลงกลางทะเล

                หรือ “ยิงทิ้ง” กลางถนนหนทางให้เกลื่อนประเทศเสียก่อน แบบ “เชือดไก่ให้ลิงดู” คือจับตัวเชลยเดินเป็นหมู่กลางถนน แล้วยิงให้เรียบ   ณ เวลานี้ สงสาร ป.ป.ช. ถูก หักหน้าขนาดจมูกบี้จากอัยการไปแล้วว่า “ หลักฐานอ่อนส่งให้ไม่ครบ มีรูรอดทางกฏหมาย..บานเบอะ” ท่านวิชา มหาคุณ รู้ทันความคิด “หัวหมอ” ของอัยการประกาศเลยว่า ก่อนที่คดีจะหมดอายุความ  ป.ป. ช. จะฟ้องเอง... ท่านครับ ..อายุความเรื่องนี้ ข่าวมั่วหรือข่าวตอแหลออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันว่า “กว่าจะหมดอายุความ ต้องรอไปอีก 20 ปี” โน่นแน่ะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ   สำนวนการฟ้องของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาเปิดถ่างช่องโหว่ไว้..ให้นางสาวปู รอดรูไปได้ ..จริงๆ เหรอ..ครับ ผมละเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เชื่อพวก “หัวหมอ”

                แต่ยังไม่สำคัญเท่ากับ “บิ๊กตู่” เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะต้องเอา “คนโกง” ติดคุก..(เข้าใจว่าน่าจะรวมคดีนี้ด้วย)

                  จะเสียหน้าไปกับท่าน “วิชา มหาคุณ” ด้วย  ผมละเสียดายคนดีๆ อย่าง”บิ๊กตู่” จะตกม้าตายไปเสียก่อน

                กฏหมายเปิดโอกาสให้ “ป.ป.ช.” ฟ้องดำเนินคดีเองได้..ไม่ใช่เหรอครับ ..ท่าน วิชา มหาคุณ

                รีรออะไรอยู่ ..ครับท่าน..ท่านครับ..รออะไรอยู่....