Get Adobe Flash player

ปรองดอง..ปิดทองใต้ฐานพระ โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

               การปฎิวัติของคณะ คสช. นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สำเร็จลงได้ มีอยู่ประการหนึ่ง คือ เป็นการปฎิวัติอย่างได้ใจประชาชนส่วนใหญ่ ที่ไม่สามารถจะทนกับความ “อหังการ์” ของ “นปช.”เหล่ากำลังนอกกฎหมายของขี้ข้าถ่อยสถุน ของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นกำลังหนุน “นอกฏฎหมาย” ในการทำใต้ดินระรานล้างผลาญฝ่ายต่อต้านหรือฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร      

                นปช. แนวร่วมกองกำลังเถื่อนนอกระบบ ของ รัฐบาล (หมวยปู) ใช้ทั้งกำลังข่มขู่ นักการเมือง พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล  ถึงกับทำร้าย พวกที่ไม่เห็นด้วยถูกหมายหัวไว้หมด  นอกเหนือจากจะใช้กฏหมาย “ยัดความผิดผิดให้” โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ยังมีจัดตั้งกองกำลังเถื่อนดังกล่าว ใช้ชื่อว่า “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ” (นปช.) ซึ่งหลังสุดมี นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นประธาน  การจัดตั้งกองกำลังเถื่อน (นปช.) ที่ใช้จำนวนคนเป็น “ฝูงใหญ่” ไม่ใช่มีแต่เพียงในตัวเมืองหลวงเท่านั้น ยังจัดตั้ง  “กองกำลังเถื่อน” ในต่างจังหวัดอีกด้วย (จะต้องทุ่มเงินมากเท่าไร ใครเป็นคนทุ่ม?) เป็นกำลังพิเศษเหนือกฏหมายอย่างโจ่งแจ้งอีกต่างหาก ไม่เกรงอำนาจใดๆ แม้จะเป็น “กองทัพไทย” ประกอบด้วย บก เรือ อากาศ กองทัพไทยในความเป็นจริงคือ เป็นกองกำลังสู้รบกับศัตรูของประเทศในขณะเดียวกัน “รัฐบาลหมวยปู” ยังใช้อำนาจสั่ง “กองทัพหน่วยต่างๆ ออกมา ต่อต้านการเดินขนวนหรือการรวมกลุ่ม“ต่อต้านรัฐบาล” เป็นยังงั้นไป

               การรวมตัวของกลุ่ม “ชาวมหาประชาชน ของ (พระภิกษุ) สุเทพ เทือกสุวรรณ  มีมากกว่าล้านคนและยังมีมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมากขึ้นเป็นหลักหลายล้านคน ใช้เวลาประท้วงยาวนานติดต่อกันประมาณ 7  เดือน เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ทำให้ ผู้นำกองทัพบก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องนำกำลังออกมาปฎิวัติ  “ยึดอำนาจ” รัฐบาลหมวยปู ..

               เหตุที่ กองกำลังเถื่อน นปช. ลอบทำร้ายประชาชนที่มาร่วมชุมนุมอยู่ตลอดมา ก่อนมีปฎิวัติมีแนวโน้มว่า นปช. จะใช้กำลัง “ลุย”ผู้ชุมนุมด้วยอาวุธ ซึ่งถ้าหากลงมือก่อนที่ “ทหาร” จะเข้ามายึดอำนาจรัฐบาล แน่นอนว่า ฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร อาจจะมีอำนาจเต็มๆ (ทหารฝ่ายทักษิณ ก็มีอยู่ไม่น้อย)  เปลี่ยนแปลง ประเทศไทยตามแบบที่เขาต้องการ คือ “อำนาจสูงสุด” ขึ้นอยู่กับ ทักษิณ ชินวัตร ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ประเทศไทยก็จะถูกเปลี่ยนการปกครอง โดยใช้ระบอบ “ทักษิโณมิกส์” ตามที่เขาต้องการ ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย (ไม่เต็มใบ) หรือ “คอมมิวนิสต์” (ผสมพันธุ์) มีแนวโน้มว่าอยู่ในระหว่างครึ่งต่อครึ่งระบอบ“ทักษิโณมิก”กับ “สังคมนิยม

               จะคิดกันหรือไม่ก็ตามว่า นปช. กองกำลังเถื่อนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางภาคอีสาน หัวหน้าหน่วยทั้งมีทั้ง บู๊ ถึง บุ๋น เป็นอดีตคอมมิวนิสต์เป็นส่วนใหญ่ ล้วนแต่มีสมองหาวิธีคิด “ยึดประเทศไทย” ให้ไปใช้ระบอบคอมมิวนิสต์ ส่วนหนึ่งคือ อดีตนักศึกษาหัวรุนแรงคนเดือนตุลาฯ “คลั่งไคล้” ระบอบคอมมิวนิสต์จีน เป็นนักศึกษาสมองดี ส่วนใหญ่น่าจะเรียกชื่อรวมๆ กันในสมัยหนึ่งใช้ศัพท์คำว่า “กุมารจีน”เป็นหัวเรือใหญ่ เข้าป่าไปต่อสู้กับรัฐบาลไทย จนถึงมีการยกโทษให้นักศึกษาที่หนีเข้าป่า กลับมาเรียนต่อ ในสมัยรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ โดยความคิดของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ  

               แล้วผลที่ได้รับเป็นอย่างไรในทุกวันนี้ ความคิดความอ่านฝังหัวอยู่ในสิ่งที่ตนเชื่อ หรือเรียกว่า “อุดมคติ”ของอดีตคนเดือนตุลาฯ (จากในป่า)  เชื่อมั่นใจสิ่งที่ตนเองคิด อ่านตำราการปกครองของประเทศต่างๆ มากๆ เข้า  จนเห็นว่าการปกครองของประเทศไทย “ล้าหลัง” สมัยนั้น ลัทธิคอมมูน กำลังคืบคลานเข้ามาครองโลก โดยมี รัสเซีย และ จีน เป็นผู้นำลัทธิมหาภัย

               อดีตนักศึกษา “หัวลุย” เห็นว่าประเทศไทยล้าหลังชาวโลก  “ควรจะใช้ระบอบเลือกตั้งประธานาธิบดี” (เป็นประมุข) โดยไม่ยอมมองดูประวัติศาสตร์ไทย  ขนบธรรมเนียมประเพณี และรากฐานของบรรพบุรุษไทย  คนหัวรุนแรงรุ่นใหม่ เป็น นักศึกษาระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) คนเดือนตุลาฯ ต้องการความเปลี่ยนแปลง ความคิดความอ่านให้ทันชาวโลกที่รู้ (แต่ไม่ได้เห็น) หรือ ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด ว่าจะต้องเปลี่ยนประเทศไทย ไปตามระบอบต่างๆ ที่ใช้กันอยู่ในต่างประเทศ (ยกเว้นระบอบประชาธิปไตย) โดยไม่คำนึงวัฒนธรรมประเพณีความเป็นไทย  นักศึกษาหัวก้าวหน้า (จะเรียกว่าก้าวหน้าหรือถอยหลังน่าจะรู้บ้างแล้วในวันนี้ ) ต้องการความเปลี่ยนแปลง เชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตามาจนกระทั่งทุกวันนี้ว่า การเมืองและการปกครองของประเทศไม่พัฒนาเท่าเทียมชาวโลก อยากให้ใช้ระบอบแบบอย่าง “จีนแผ่นดินใหญ่” ซึ่งผิดกับสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การดำรงชีวิตของชาวไทย วัฒนธรรมไทย  ต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นของเล่นใหม่ทันทีทันใดอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน

               นักศึกษาวันนั้น น่าจะเป็นผู้ใหญ่กันแล้วในวันนี้   “ตั้งข้อหา” (กังขา) ว่า เพราะมีกลุ่มบุคคลระดับสูงที่เรียกว่าพวก “ขุนน้ำขุนนาง” (พูดกับเลยเถิดจึงกับกล่าวหา คณะองคมนตรี ส่วนใหญ่คณะองคมนตรีมาจากสายทหาร)  ว่าเป็นพวกกำกับ(การเมือง) เส้นทางเดินของประเทศอยู่ตลอดเวลา  หรือ เรียกพวกเหล่านั้นว่า  Old Soldiers never die” (ไม่แน่ใจว่าจะเรียกกันเอง หรือถูกเรียกเช่นนั้น) “ทหารแก่ไม่เคยตาย” หรือทหารเก่าไม่เคยตายก็ว่ากันไป.(ทั้งแก่และเก่าก็อีหรอบเดียวกัน)

               จนมาถึงสมัย ทักษิณ ชินวัตร ครองเมือง ส่งไม้ต่อให้ (นอมินี่) ตัวแทน จนถึง น้องหมวยปู เห็นว่าควรจะเก็บตัว อดีตนักศึกษาหัวรุนแรง “คนเดือนตุลาฯ” (หลายๆ คน) มาใช้งานด้วย (ล้างสมองอีกต่างหาก) เพราะเขาเหล่านั้นต้องการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทย แต่ “จุดหมายปลายทางแตกต่างกัน” ทักษิณ ชินวัตร  ไม่ต้องการลัทธิคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะเป็นแบบเต็มๆ หรือกลายๆ แต่จะใช้ สิ่งที่เรียกว่า “มีแต่ตัวเขา ความคิดของเขา แต่ผู้เดียว เท่านั้น” (เผด็จการ + ทักษิโณมิกส์) คือเป็นผู้มี “อำนาจเต็มแต่ผู้เดียวในประเทศไทย” แผ่นดินไทยจะอยู่กับการออกแบบการปกครองของเขา  ตระกูลของเขา และพวกพ้องของเขาเท่านั้น

                ทักษิณ ชินวัตร จึง “เก็บกวาด” อดีตนักศึกษาหัวรุนแรง ที่เคยหนีเข้าป่าเข้ามาทำงานกับเขา เพื่อเป็นกำลังหนุนให้เขาเดินต่อไปข้างหน้าได้สำเร็จ ใครเป็นใครบ้าง เรียงตัวออกมาแต่ละคนเห็นชัดเจนอยู่แล้ว  แยกไปอยู่ระดับแกนนำ นปช. ก็มาก

               ความคิดของ ทักษิณ ชินวัตร  จะฉลาดจนคาดไม่ถึง หรือ “โง่เกินคาด” เดาเอาว่าความคิดความอ่านของนักศึกษาหัวรุนแรงในอดีต (ต่ำกว่าเขา แต่ที่จริงส่วนใหญ่ฉลาดกว่า)  มาทำงานเพื่อช่วยให้เขากรุยทางไปถึงจุดหมายหมายปลายทาง แต่ในทางกลับกัน “ไม่น่าจะโง่”ถึงกับคิดไม่ได้ว่า  พวกอดีตนักศึกษาหัวรุนแรงเหล่านั้น “มองเขา” เป็นแค่เพียงบันไดให้ข้ามผ่านไปถึง “อุดมการณ์” ที่ไม่เคยเปลี่ยนของพวกอตีดนักศึกษาหัวรุนแรงพวกเขา  ทักษิณ ชินวัตร คนเห็นเงินเป็นพระเจ้า เห็นชีวิตคนไทยเป็นเพียงขี้ข้าของเขา ไม่มีอุดมการณ์ ไม่เข้าใจเรื่องอุดมการณ์ เมื่อในสมองคิดทุกเรื่องมีแต่โกง กับ เงิน เงิน เงิน

               หลังจากที่เขาหนีคุกออกไปอยู่นอกประเทศแล้ว จึงเห็นว่า มีแต่อดีตนักศึกษาเข้ามาช่วยเป็นพวก “บุ๋น” แต่ยังขาดพวก “บู๊”ยอมตายแทนเขาได้  เป็นพวกตามความคิดของเขาไม่ทัน คือพวกที่เอาเงิน “ฟาดหน้า” เข้าหน่อย (ที่จริงทีละมากๆ) ก็ตาลายทำตามคำสั่งของเขาง่ายๆ นอกจากจะ”ล่อ” ด้วยเงินแล้วยังหลอกว่าจะให้เป็นใหญ่เป็นโตทางการเมืองอีกด้วย สำหรับตัวหัวหน้า (กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน)  และนั่นคือที่มาของ นปช.แก๊งค์โจร (กำลังเถื่อนหนุนทักษิณ) ณ วันนี้มีข่าวคล้ายๆ ว่า ทักษิณ สั่งแก๊งค์ นปช.ของเขาลุย เพราะไหวตัวแล้วว่า”คสช” คงจะไม่ลงจากอำนาจ ที่จะโยกย้ายถ่ายคืนให้กับกลุ่ม “ชินวัตร” ง่ายๆ เสียแล้ว ถ้าปล่อยให้นานเข้า  คณะ คสช. จะลงรากฝังลึกมากไปกว่านี้ เพราะได้วาง กำลังกองทัพของพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา

               ทั้งทักษิณ ชินวัตร กับ น้องสาวคู่ซี้ของเขา  (ถูกอ่อยเหยื่อ) มาแล้วว่า จะให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้พวกพรรคเพื่อไทย (ทักษิณ) กลับมาเป็นรัฐบาลใหม่ ข่าวที่มีเนื้อหาตีพิมพ์ในประเทศไทย  บอกถึงสัญญาณอันตรายจาก ทักษิณ ชินวัตร ผ่านประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐบาลปัจจุบัน  ใจความว่า

               เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 57 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ค ถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่า  รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเป็นฉบับล็อคสเปค ซึ่งมีการตรามาตรา 35 ไว้โดยมี 10 วงเล็บ โดยหากจะทำการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ต้องนำกรอบสิบกรอบนี้ไปปฏิบัติ และจะร่างกี่ครั้งก็ต้องออกมาแบบเดิมเพราะถูกล็อคไว้ด้วย 10 ข้อนี้ แต่ไฮไลค์อยู่ที่วงเล็บ 4 ที่กล่าวว่า ผู้ใดที่ต้องคดีเกี่ยวกับทุจริตเลือกตั้งและถูกตัดสิทธิทางการเมือง จากการยุบพรรคหรือต้องคำพิพากษาคดีทุจริต ไม่สามารถมาลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ซึ่งจากข้อนี้ ต่อให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง พ้นโทษมานานแล้วต้องหมดสิทธิลงเลือกตั้งไปตลอดชีวิต

               นายจตุพรระบุต่อว่า ผู้ที่มีชื่ออยู่ในบ้านเลขที่ 111, 109 และที่กำลังดำเนินการกับ 308 ซึ่งหมายถึง ส.ส.และส.ว.ที่กำลังดำเนินการถอดถอนจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ให้มีการเลือกตั้ง 100% ก็น่าจะไม่เหลือเหมือนกัน โดย ปปช.กำลังดำเนินการส่งเรื่องให้ สนช.จัดการ ทั้งนี้การล้างรุ่นนักการเมืองเป็นที่ชัดเจนว่า เป็นการล้างฝ่ายเดียว คือ ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสามรุ่น แต่ผม (นายจตุพร)รู้ว่า หากใช้กติกานี้จนเดินไปสุดทาง สุดท้ายแล้วประชาชนจะรู้เองว่าจะต้องจัดการกันอย่างไร

               ส่วนข้อเสนอของ อ.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ที่เสนอให้ทำการเลือกตั้งและแต่งตั้งกันอย่างละครึ่งนั้น นายจตุพร ระบุว่า เป็นการถอยหลังกลับปี 2475 ความคิดนี้เป็นความคิดตั้งแต่ 82 ปีที่แล้ว ซึ่งในความเห็นผม ถ้าในการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร ไม่สามารถมีการเลือกตั้งได้ 100% ก็ไม่ควรที่จะคืนอำนาจให้กับเรา (ฝ่ายทักษิณ)

               น่าจะเป็นการโยนหินถามทางอีกครั้ง..

               ความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ายังไม่เข้าใจ โทร.ถาม ประธาน นปช. ดูเถิด (ถึงเรื่องที่เขาสงสัยกัน)

               รู้แล้ว อาจใบ้รับประทาน.ก็ย่อมได้

               สมควรแก่เวลาแล้วหรือยัง ที่จะเลิกพูดถึงเรื่องปรองดองกันได้แล้ว..เขาเอาใจออกห่างกันแล้วละ..ลุง...