Get Adobe Flash player

ขออภัย..เข้าใจผิด โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

                ตั้งแต่มีการปฎิวัติรัฐบาล “หมวยปู”  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557  โดยคณะ คสช.  อ่านคำย่อ คสช. ทีไร ให้นึกถึงคำย่อ รสพ.  ติดสมองขึ้นมาทันทีทันใด คำว่า รสพ. จากคำเต็มๆ ว่า  “รับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ เป็นผู้นำ รสพ. เอ้ย ไม่ใช่ เป็นผู้นำ คสช.

                เริ่มประเดิมเรื่องตั้งแต่บรรทัดแรก จนถึงบรรทัดสุดท้าย(ตอนจบ)ต่อจากนี้เป็นต้นไปต้อง ขออภัย..เข้าใจผิด..ทั้งสิ้น...  

                มาเข้าใจให้ถูกต้องกันก่อน ขอย้ำคำว่า รสพ. ย่อมาจากชื่อเต็มๆ ว่า  รับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ สมัยนั้น เป็นองค์กรกึ่งรัฐบาล รับจัดการขนส่งสินค้าและพัสดุต่างๆ จัดการรับส่งสินค้า มาเห็นสมัยนี้ที่แอลเอ. คือบริษัท UPS  มีรถขนาดใหญ่น้องๆ รถบัสขนส่งผู้โดยสารบริการรับส่งสินค้า และพัสดุภัณฑ์ จากบริษัทต่างๆส่งให้ถึงปลายทาง ทางรถยนต์ส่วนใหญ่ วันเดียวถึง

                ปรากฎว่า การประกอบกิจการกึ่งองค์กรเอกชนร่วมกับรัฐบาล มีชื่อว่า รสพ. ขาดทุนป่นปี้ไม่มีท่าถึงขนาดต้องโบกมืออำลา ด้วยความอาลัย ทั้งๆ ที่ไม่มีคู่แข่งขัน งานต่างๆ ที่เห็นๆ กันว่าไปได้สวยไปด้วยดีมีร้านรวงประกอบธุรกิจการค้า สนับสนุน แต่ยังต้องปิดกิจการเพราะเรื่องโกงกัน “บานตะไท” นับว่าเป็นนิสัยถาวรของพ่อค้า และข้าราชการไทยส่วนใหญ่ไปแล้ว

                 เมื่อชื่อ คสช. มาสะกิดใจให้คิดถึง รสพ. เลยหวั่นใจว่าการจัดระเบียบประเทศ ของ คสช. เท่าที่ผ่านมาเงี่ยหูฟัง  เบิ่งตามองดูข้างหน้าเหลียวมาดูข้างหลัง หันไปหันมาซ้ายทีขวาที  เห็นว่า .. น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อ “ถูกแหกตา” (ให้มองไม่เห็นสิ่งที่ปิดบังซ่อนเร้นไว้)  ไม่ต่างกับองค์กรชื่อ รสพ. คือ ผู้ที่เข้ามาบริหาร ไม่รู้เท่าทันของลูกค้า ที่มีสายตายาวทางธุรกิจมากกว่า ผู้ที่เข้ามาตีซี้.. เพื่อหวังใช้บริการของ คสช.อยู่ในวันนี้น่าจะชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ถ้าเป็นเรื่องการ “จีบสาว” ทักษิณ ชินวัตร  ก็ตามจีบ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทนุถนอมโอบอุ้มมานานแล้ว  เริ่มจากผลักดันให้ พล.อ. ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  บิ๊กป้อม  ป. เบอร์ ๑  เป็น ผบ.ทบ. แล้วส่งต่อไปให้ พล.อ. สุจินดา คราประยูร บิ๊กป..ป๊อก .เบอร์ ๒ เมื่อทั้งสองเกษียณอายุจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. แล้วจึงส่งต่อมาถึงน้องนุชสุดท้อง ผอ.ทบ. คนปัจจุบัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา   (บิ๊กปอ. ประยุทธ์.เบอร์ ๓ รวมเป็นกลุ่ม ๓ ป.)

                สองบิ๊ก ป.  คือ บิ๊กป้อม  บิ๊กป็อก บิ๊กประยุทธ์  มีความสนิทสนมกับ ทักษิณ ชินวัตร อย่างแน่นแฟ้น

                 แต่ว่า บิ๊ก ป. คนที่ ๓  จะมีความสนิทแนบแน่นกับ ทักษิณ ชินวัตร อยู่อีกหรือไม่ หรือขาดจากการติดต่อตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร หนีคุกไปแล้วก็ไม่รู้ แต่ว่า ทั้งสาม ปอ. สนิทสนมนับถือกันและกันตามลำดับอาวุโส ..แน่นเหนียวเป็นเกลียวเชือก ทีเดียวเชียวละ..

                 ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดไว้ ตั้งแต่ยังไม่มีการปฎิวัติจาก ป.ที่สาม ยังจำได้พูดไว้ว่า “ไว้ใจไอ้ตู่..มันมาก”

                ใคร..คือ “ไอ้ตู่” ในประโยคนั้นเป็นใครกันแน่ ถ้าเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ..ผบ.ทบ. ก่อนที่จะก้าวขึ้นมา นายกรัฐมนตรีด้วยการปฎิวัติในทุกวันนี้  ก็ควรจะเรียกว่า “คุณตู่”  หรือ ผบ.ตู่ มากกว่า แต่เมื่อถึงกับจิ๊กกบาลเรียกชื่อ มีคำนำหน้าว่าไอ้.. ก็น่าจะเข้าใจว่า เป็น “ไอ้ตู่” เสื้อแดง “ขี้ข้าทักษิณ” พูดถึง “ไอ้ตู่” ของ ทักษิณ ชินวัตร คนหลังนี่  ความชั่วก็มี ความดีไม่ปรากฎ  มีความจงรักภักดี (กับเงิน) ของเจ้านายว่า “รักจริงเลี้ยงจริง” จนมีตำแหน่งหัวหมู่ทะลวงฟันกลุ่ม (โจร) เสื้อแดงครั้งหลังรายงาน(แหกตา) ทักษิณ ชินวัตร ว่ามีคนเข้าร่วมชุมนุมที่ “ถนนอักษะ” ฝั่งธนฯ ก่อนที่จะถูกทหารล้อม ทำให้ม๊อบม้วนเสื่อหายไปเกือบเกลี้ยง “ไอ้ตู่” คำนวนเบิกตังค์ผู้มาชุมนุม อ้างว่า มีมากถึงสามแสนคน  แต่มี คนปากบอน จาก บางบอน พูดจาเลอะเทอะ รายงานไปว่ามีคนที่จ้างมาชุมนุมอยู่   7.9 หมื่นคนเท่านั้น หักหน้าด้านๆ ของ “ไอ้ตู่” ลงไปได้อย่างปวดใจ  เหมือนถูกปล้นเงินค่าหัวของผู้ที่มาชุมนุม ไปสองแสนกว่าคน ถ้าคูณด้วยคนละสองพัน เป็นเงินเท่าไร ..  ไอ้ตู่ ขอให้คิดดูว่า หักค่านายหน้า คนละ สองพันบาท คูณด้วย สามแสนคน ทำให้รายได้ขาดหายไปมากโข ถ้า “ถังเงิน”ให้มาตามจำนวนที่ คนปากบอน รายงานไป (มีไม่ถึงแสนคน) “ทุนหายกำไรหด ไปเท่าไร” คิดดูเถิดพี่น้อง “หลอกแด็กส์” เจ้านาย มาด้วยกัน มาอิจฉาตาร้อน กัดกันเอง  ก็มิใช่เรื่อง “ม็อบ” เสื้อแดงนี่หรือ ที่ “ไอ้ตู่” ไม่อยากจะรับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงไหนก็ตาม ปล่อยให้ “ไอ้หัวล้าน ตาเหลือก” มันเห่ออำนาจไปเป็นรัฐมนตรีช่วย  โดนเตะออกทั้งคณะ ณ วันนี้แล้ว

                .. ออกนอกเรื่องไปเสียยาว กลับมาใหม่ ต่อเรื่อง คสช. กับ รสพ. ที่ยังค้างๆ คาๆ อยู่ต่อ แม้ว่า รสพ. จะเป็นงานเอกชนกึ่งรัฐบาล แต่การทำธุรกิจ ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์  ต้องพึ่งพาอาศัย พ่อค้ารายใหญ่ๆ  มาใช้บริการเพื่อต่อทุนให้ยืนอยู่ได้ รสพ.. ก็เช่นเดียวกันกับ  คสช. หาได้มีความชำนาญเรื่องการบริหารแต่อย่างไรไม่   คสช.หยิบนักการเมืองหน้าเก่ามาใช้ คล้ายๆ กับ “จุดไต้ตำตอ” คนที่หนีบเอามาช่วย ล้วนแต่เป็น “ข้าเก่าเต่าเลี้ยง” ของ ทักษิณ ชินวัตร เสียเป็นส่วนมาก   

                รสพ. กับ คสช. ไม่แตกต่างกันนักใน เมื่อ คสช. ถนัดงาน “ถือปืนไปโบกตึก” (ต่างกับถือปูนไปโบกตึก)เรื่องเศรษฐกิจการค้า กับเรื่องการเมือง จะใช้คนแบกปืน ให้แบกปูนไปโบกตึก (จะสู้พ่อค้าหน้าเลือดได้หรือ) จะตามทันพวกกะล่อนทางการเมืองได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกขี้ข้า ทักษิณ ชินวัตร ที่ “หนีบ” เข้าเมาป็นตัวยืนในเรื่องออกกฎกหมาย เป็นสัญญาณว่า คสช. น่าจะตายน้ำตื้น.. มากกว่า   

                เท่าที่พูดๆ มา ทั้งหมดนั้น สรุปรวมอยากจะพูดว่า “ ขออภัย..(ที่) เข้าใจผิดๆ ” กับเรื่องการ “ปฎิวัติ” รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อันที่จริง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกถอดถอนให้ลงจากเก้าอี้ นายิกรัฐมนตรี ขณะที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ปฎิวัติ นายนิวัฒน์ดำรง บุญทรงไพศาล รักษาการณ์ นายกรัฐมนตรี อยู่มีนัยว่า ถึงอย่างไร รัฐบาล”หมวยปู” ก็เดี้ยงแน่นอน คสช. เข้ามา “ขัดตาทัพ” เอาไว้ก่อนหยิบยกเอาเรื่อง “ สามัคคีปรองดองสมานฉันท์” ไม่ให้ถึงกับแพแตก เมินที่พูดถึง จะจัดการกับ ทักษิณ ชินวัตร อย่างไร..ทั้งรัฐบาล “หมวยปู” โกงให้เห็นๆ ในเรื่อง “รับจำนำข้าว” เบื้องต้นเสียหายไปแล้ว “เจ็ดแสนล้านบาท” น่าจะรีบทวงถามยึดทรัพย์จากขบวนการโกงมโหฬารครั้งนี้ แต่ไม่ทำกลบเกลี่ยลืมๆกันไป..ใช่ไหมครับท่าน    

                ความเหลืออดเหลือทนของประชาชนชาวไทย กับการปกครองของ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้อำนาจ เกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “รัฐบาลรับจำนำข้าว”  โกงเช็ดเม็ดเป็นรากเง่า หรืองี่เง่า อย่างสุดๆ  กับการต้องอดทนของประชาชน พูดให้เห็นง่ายๆ ใช้อำนาจ “โกงหน้าตาย ทุกขั้นตอน” ที่คิดไม่ถึง คือ ขโมยข้าวจากโกดัง เป็นแสนๆ กระสอบ อย่างไม่เกรงใจใครหน้าไหน กฎหมายคุกตะรางนั้นหรือ  มีไว้ใช้กับคนจนกับหมาข้างถนนเท่านั้น ประชาชนคนธรรมดาถึงกับเหลืออดเหลือทนทำให้ เกิดม๊อบขับไล่ ไม่ไปไม่เลิก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโกงกันชัดเจน เรื่อง “รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเม็ด” แล้ชักดาบชาวนา ถึงกับฆ่าตัวตายนับเป็นสิบราย  เงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของชาวนา ภาษีของประชาชน ถูกโกงไปทั้งสิ้นต้องย้ำกันอีกครั้งว่าไม่ต่ำกว่า   เจ็ดแสนล้านบาท   

                ข้อกล่าวหา ที่มีมูลความจริงดังกล่าวเป็นปัญหาหลัก   ประชาชนไม่พอใจรัฐบาลมาจากทั่วสารทิศ ทั่วประเทศไทยนำโดยกลุ่มของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ (พระสุเทพ) ออกมาเป็น “หัวขบวน” ม๊อบ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข)

                กปปส.ชุมนุนกันยาวนานกว่า 6 เดือน ถูกก่อกวนจาก ฝ่ายรัฐบาล “หมวยปู” ใช้อำนาจเถื่อนทั้งที่ลับและที่แจ้ง  จน ทหาร(ส่วนหนึ่ง) เห็นเขา “ฆ่าหมูทนดูไม่ได้”  ออกมาช่วยป้องกันชีวิตของชาว”ม็อบ” ที่ถูกระเบิดลงประปราย แต่มีกระสุนลงเป็นรายวันแม่นยำว่าจะลงที่ไหนบ้าง จากปากโป้งของ คนบางบอน (บางคน)   ทำให้เกิด“ชายชุดดำ” ออกมาปกป้องประชาชนได้บ้างไม่ได้บ้าง การลอบทำร้ายมาจากฝ่าย “รัฐบาล” รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนมี “ชุดป๊อบคอร์น” อีกชุดออกมาสกัดกั้น “พวกอันธพาล” ที่มีการจัดตั้งขึ้น(เป็นคนของใคร ) ออกมาทำร้ายประชาชน (ยิงกันกลางวันแสกๆ ราวกับหนังคาวบอย..ก็ไม่ปาน)

                เหตุการณ์บานปลายน่ากลัวว่า จะเกิด “ฆ่าหมู่”  เมื่อกองทัพตำรวจ ถูกเกณฑ์เข้าไปอยู่ฝ่าย “พวกอันธพาล” ปล่อยให้มีการเล่นกันหนักๆ  ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ทนดูไม่ได้อีกต่อไป อาจถึงขั้น จลาจล..กองทัพไทย จึงต้องออกมายึดอำนาจ

                เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้เห็นว่า แผ่นดินไทยจะนองเลือด..

                ก็ต้องขอพูดในวันนี้ว่า ต้องขอโทษ (ไหม).ที่มีความเข้าใจผิด กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า แตกต่างกับความเป็นจริง
                ขออภัย...ถ้าเข้าใจผิด..เข้าใจว่า  หลังจากเกิดปฎิวัติจะต้องมีการสะสางความผิดของ “หมวยปู” และตามตัว ทักษิณ ชินวัตร มารับโทษที่ก่อไว้ “เป็นนักโทษเต็มขั้น” เมื่อศาลตัดสินจำคุก ๒ ปี”กฏหมายมีไว้ให้ทำตาม..มิใช่มีไว้เพื่อให้ “ฉีก” หรือ “แหก”เข้าใจไหม..

                 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจรัฐบาล “หมวยปู”  ผู้ทำการปฎิวัติ ยืดหยุ่นให้ทุกฝ่ายด้วยการขอให้หันหน้าเข้าหากัน (ที่ตายก็ตายไป..ที่อยู่ก็เอากันไป..ฝังเสีย)  ด้วยหัวข้อปรองดองสมานฉันท์ หมือนกล่อม นักเรียนชั้นประถมที่ขัดใจกันยื่นนิ้วก้อยให้กัน ดีกันนะมารักกันใหม่) หลังจากนั้นก็ให้ ผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้สนับสนุนเข้าไปรายงานตัว รวมทั้ง หัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล (บางคน) รวมทั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าไปรับข้อเสนอ “การปรองดองสมานฉันท์ ” ตามคำขอของ หัวหน้าคณะปฎิวัติ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนที่ไม่เคยปริปากพูดสักคำให้ชื่นใจว่า จะจัดการกับ ทักษิณ ชินวัตร และกับบุคคลในรัฐบาล “หมวยปู” เรื่องโกงข้าวชาวนา แต่อย่างไรไม่..

                การปรองดอง ของครูใหญ่หน.คณะปฎิวัติ คือ ขอให้ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่าย กปปส. “จูบปากกัน” ขอให้กลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นทางออกดี..ที่สุด  (ทักษิณ ชินวัตรได้ประโยชน์ ตามคำกล่าวของ เฉลิม อยู่บำรุง) ใครจะเห็นด้วยหรือคัดค้านการปรานีประนอมยอมความให้ ทักษิณ หรือไม่ อย่างไรอย่าไปสนใจ   คสช.เชิญชวนประชาชนที่คิดต่าง ผู้ที่มีบทบาทเป็นผู้นำ (นัก นสพ.)  รวมทั้งนักการเมืองที่คิดต่าง มาอบรมฟังความเห็นของ คสช. ขอให้ห็นด้วยกับการปรองสมานฉันท์ ที่คณะปฎิวัติ ยื่นข้อเสนอให้  มาพักผ่อนอยู่ในสถานที่กองทัพจัดให้คิดดูกันให้ดีกันก่อนคนละไม่กี่วัน ถ้าเข้าใจแล้วปล่อยตัวไป

                ความคิดเช่นนั้น กลับมีผู้เห็นต่าง (หรือจะเรียกว่า ผู้รู้ทัน) ชั่ง วัด ตวง เหตุและผล ดูแล้ว ลงความเห็นว่า “ทักษิณ ชินวัตร กับยี่เกคณะ เพื่อไทย จะได้กลับมาครองประเทศอีกครั้ง คราวนี้ละ..จะเห็นการปฎิรูป(ล้างบาง) กันจะแจ้งแดงแจ๋..

                เข้าใจ(ผิด?)ว่า ..จุดหมายปลายทาง การปรองดองสมานฉันท์ มาจากมันสมองของลิ่วล้อ ทักษิณ ชินวัตร ทั้งสิ้น

                  ต่อไปจะอยู่กันได้อย่างไร.. เมื่อคนในประเทศมีอยู่สองขั้วสุดโต่ง คือมี “กลุ่มนักการเมืองตลอดกาล” กุมประเทศ

                ส่วนที่เหลือคือ (ประชาชนทั้งประเทศ)  “ขี้ข้าของ ทักษิณ ชินวัตร” กับโคตรเง่าของเขาเท่านั้น..

                “ขอโทษ. (ถ้า) .เข้าใจผิด” ในเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยในปัจจุบัน (พ.ศ.2557)

                ถ้าไม่มีการต่อสู้ของมวลชนอย่างแท้จริง.. อนาคตจะเหลืออยู่แต่”ข้าทาสบริวาร”.กับนักการเมืองผู้มีอำนาจ..เท่านั้น.