Get Adobe Flash player

ถอดถอน”ยิ่งลักษณ์”? โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                กรณี การถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” เป็นข่าวใหญ่ติดต่อกันมาเป็นเดือนๆ มีที่มาและที่ไป ใครเป็นโจทย์ตั้งข้อกล่าวหา กรณีที่จะต้องถอดถอน (จากเรื่องอะไร)ในขณะที่ปฎิบัติหน้าที่ “ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” อยู่ หรือพ้นจากหน้าที่ไปแล้ว ก็ตามแตกต่างกันอย่างไร หรือ “เหมือนกัน” ถ้าหากถูกจะฟ้องด้วยเรื่องอะไร เป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา  กฎหมายกำหนดอายุความคดีไว้หรือไม่ อย่างไร? เพราะฉะนั้นกรณี “ถอดถอนยิ่งลักษณ์” จึงควรจะรู้เรื่องกฏหมายที่ยังไม่รู้และควรรู้กันให้ชัดเจนมากขึ้น

                ข้อเขียน..สัปดาห์นี้น่าจะเรียกว่าเป็นสัปดาห์แห่งความยุ่งเหยิงของตัวบทกฎหมาย .. กับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” หรือ “ข้าราชการการเมือง”ยังจับต้นชนปลายกันอยู่ (มือเป็นระวิงเป็นลิงแก้เชือก)  เพราะเหตุที่ไม่รู้จริง(..เกาไม่ถูกที่คัน)  ว่าตามกันไปอย่างไม่แน่ใจกับ “การฟ้องร้องครั้งนี้” มีนัยสำคัญอย่างยิ่งยวดไม่ควรจะยืดยาด  กับเรื่อง “ข้าราชการการเมือง” จนถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี”  ทำต้มทำยำกับตำแหน่งหน้าที่ “โกงอย่างจงใจ” โกงอย่างละอียดละออโกงข้าวทุกเม็ดจาก หยาดเหงื่อแรงงานของชาวนา  มาศึกษาหาความจริงจากกรณี ฟ้อง “ถอดถอนยิ่งลักษณ์” (ทั้งคันทั้งเจ็บทั้งแสบ)  ดูเป็นตัวอย่างการหลีกเลี่ยงกฏหมายของ “นักการเมือง” ตัวเขื่องๆ ที่อาจจะทำให้ประเทศ “ล้มละลายอิ๊บอ๋ายบรรลัยจักร” ลงไปได้กับกรณี  การโกงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล  “ก่อหนี้” ต่อยอดกันมาถึงประชาชนพลเมืองมีส่วนร่วมกับทั่วถ้วน “ เป็นหนี้” ติดตัวกัน ทั่วหน้า เนื่องจากรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ก่อไว้ ในโครงการ(โกง)จำนำข้าว “ชาวนาทุกเม็ด” เป็นที่มาของการถอดถอนครั้งนี้

                ความรู้..อาจเรียนทันกันหมด มาศึกษาหาความรู้เรื่อง “ถอดถอนยิ่งลักษณ์” กันก่อน จากรายงานข่าว มี่ที่มาจากหลาย “สื่อฯ” หลายๆ แหล่งที่ “หยิบ” มา ขอขอบคุณ เจ้าของแหล่งข่าวทั้งหลาย จะได้ทำความกระจ่างให้กับ “คนไทยในต่างประเทศ” (รวมทั้งกะเหรี่ยง คือตัวเกล้ากระผมเองนั้น) ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวรู้รายละเอียดมากนักมาเข้าใจกันให้มากขึ้นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

                สนช.มีมติ 167 ต่อ 16 ไม่ออกเสียง 17 เสียง เลื่อนวาระถอดถอน “ปู”เป็น 28 พ.ย. เปิดโอกาสให้ศึกษาสำนวนฟ้องก่อน
                ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นัดพิเศษ  มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม โดยเชิญ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายสมหมาย กู้ทรัพย์ และนายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายผู้ได้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว  มาชี้แจงถึงเหตุผลการขอให้ที่ประชุมสนช.เลื่อนการพิจารณาถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ คดีโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 12 พ.ย.
                นายพรเพชรได้ขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกเพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดีหรือไม่ โดยที่ประชุมมีมติด้วยเสียง 167 ต่อ16 งดออกเสียง 7 เสียง ให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกออกไป และที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช.ได้เสนอว่า ให้เลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย. ตามมติวิปสนช.ทั้งนี้นายพรเพชรแจ้งว่า ได้เลื่อนการพิจารณาออกไปแล้ว

                ทหารพรึ่บ สนช. เป็นร้อย

                จากข่าวย้อนหลังที่หามาได้ เป็นบางส่วนว่า  ทหารทุกเหล่าทัพพรึ่บตบเท้าเป็น "สนช." อื้อเกือบ 100 ราย ทั้งระดับแม่ทัพภาค-ผบ.กองพล ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อสัปดาห์หน้า พร้อมเดินหน้าเสนอ "ประยุทธ์" นั่งนายกรัฐมนตรี

                    เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อที่คาดว่าจะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็น สนช.นั้น ปรากฏว่ามีทั้งบุคคลที่เป็นนักวิชาการ, กลุ่มเอ็นจีโอ, นักธุรกิจจากหลากหลายอาชีพ, อดีตสมาชิกวุฒิสภา และทหาร ซึ่ง ในจำนวนนี้ชัดเจนว่าจะมีบรรดานายทหารในราชการเข้ามาเป็น สนช.จำนวนไม่ต่ำกว่า 100  นาย (นอกราชการอีกต่างหาก) พล.อ.ประยุทธ์ นั่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

                “คำนูญ” (สิทธิสมาน) ชี้ รธน. ไร้บทบัญญัติให้อำนาจ สนช.ถอดนักการเมืองถูกชี้มูลโกง
                 นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต ส.ว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คำถามที่น่าสนใจและท้าทายในอนาคตอันใกล้นี้คือ  สนช.ที่จะแต่งตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 จะมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกระบวนการถอดถอนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ ป.ป.ช.ชี้มูลส่งมาให้วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2550 ได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีสำคัญที่ชี้มูลส่งมาก่อนรัฐประหาร คือ คดีอดีตประธานวุฒิสภา  อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร คดีอดีตนายกรัฐมนตรี และคดีอดีตส.ส./ส.ว.จำนวนหนึ่ง อันน่าจะเป็นวาระเร่งด่วนสามารถดำเนินการได้ทันทีที่มี สนช. และที่จะส่งมาต่อไป
                เพราะแม้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 6 วรรคสองจะเขียนให้ สนช.ทำหน้าที่วุฒิสภาไว้ด้วยแล้ว แต่บทบัญญัติว่าด้วยการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นขณะนี้ไม่มีอยู่แล้ว และรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ไม่ได้เขียนรับรองไว้โดยตรง แม้จะยังคงมีกฎหมาย ป.ป.ช. บทว่าด้วยการถอดถอนอยู่ก็ตาม แต่กฎหมาย ป.ป.ช.ก็เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่เลิกไปแล้ว
                "ควรเข้าใจว่า ถึงจะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองแล้ว แต่วุฒิสภาชุดที่แล้วก็ได้วางหลักสำคัญที่สุดไว้ว่า ต้องดำเนินกระบวนการถอดถอนต่อไปให้จบ เพราะยังมีโทษห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปีรออยู่ด้วย
                ทั้งนี้ หากอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15-18/2556  และที่ 1/2557 ให้ดีแล้วสรุปด้วยภาษาชาวบ้านง่ายๆ ก็คือ ความพยายามชำเรารัฐธรรมนูญเพื่อปล้นอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่มีเหลืออยู่น้อยนิดไปเป็นของพรรคการเมือง สร้างระบอบเผด็จการรัฐสภาโคตรเบ็ดเสร็จขึ้นมา   นอกจากนั้น การกันพวกเขา (นักการเมือง) ออกนอกระบบการเมืองหากโดนมติถอดถอนอาจไม่ใช่แค่ 5 ปีตามรัฐธรรมนูญ 2550 เท่านั้น แต่อาจตลอดชีวิตด้วยซ้ำ เพราะพวกเขายังจะต้องไปเจอรัฐธรรมนูญฉบับถาวร  2558 ที่มีกรอบตามมาตรา 35 (4) ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 อีก
                  "กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบ มิให้ผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด  แต่ถ้า สนช.ดำเนินกระบวนการถอดถอนต่อไปไม่ได้ ก็น่าสงสัยว่าทำไมจึงไม่ได้ เพราะโอกาสที่วุฒิสภาในสถานการณ์ปรกติจะมีเอกภาพจนสามารถมีมติด้วยเสียง 3 ใน 5 ยากมาก"
                    เขายังระบุว่า เรื่องนี้มีความเห็นทางกฎหมายต่างกันเป็น 2 ทาง และเนื่องจากเป็นเรื่องในวงงานนิติบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 5 วรรคสอง อำนาจในการวินิจฉัยอยู่ที่ สนช.เอง ซึ่งน่าเสียดายที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว  2557 ที่เขียนปิดจุดอ่อนของการทำรัฐประหารในอดีตได้หมด  ไม่เขียนรองรับอำนาจดำเนินการถอดถอนต่อไปของ สนช.ให้ชัดเจนเสียเลย
                (ผู้เขียนคอลัมน์นี้ ) ขอให้มองไปที่ มติของ สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ที่ได้รับคัดเลือกมาจาก คสช. ทั้งหมด น่าสลดใจว่า มีผู้ที่เห็นด้วยกับการเลื่อนคดี ถอดถอนยิ่งลักษณ์ ออกไป มากเกินคาดเห็นด้วย  167 เสียง ไม่เห็นด้วย  16 เสียง ไม่ออกเสียง . 17 คน  เสียงส่วนใหญ่ 167 เสียง จะทำให้ คสช. จะชี้นกเป็นไม้ จะชี้ไม้ เป็นนก ชี้จิ้งจก ให้เป็นตุ๊กแก. ก็ย่อมได้...

                เปิดสำนวนปปช.ถอดถอน"ยิ่งลักษณ์" ระบุละเลยไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าว ทำประเทศเจ๊ง 3แสนล้าน

                คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำเอกสารสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย กรณีละเลยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวของรัฐบาล มาให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งสนช.จะพิจารณาในวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา   ถูกเลื่อนต่อไป เป็นวันที่ 22 พ.ย. แทนโดยมีสาระสำคัญดังนี้

                ที่ประชุม (ป.ป.ช.) พิจารณาแล้วมีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 7 เสียงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินร่วมกับรัฐมนตรีอื่นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา และต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายโดยทั่วไปของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการบริหารราชการแผ่นดินมีพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 เป็นกฎหมายหลัก โดยในมาตรา 11 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน มีอำนาจสั่งให้ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และส่วนราชการซึ่งมีหน้าที่ควบคุมราชการส่วนท้องถิ่นชี้แจงแสดงความคิดเห็น

                โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค.2554 ผู้ถูกกล่าวหา (น.ส.ยิ่งลักษณ์) ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาว่าในระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรกข้อ 1.3 ว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง สร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มต้นจากการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกิน 15% ที่เกวียนละ 15,000 บาท และ 20,000 บาทตามลำดับ

                สำนักงานป.ป.ช.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาเพื่อให้พิจารณาถึงสองครั้ง คือ ครั้งแรก ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช.ด่วนมากที่ ปช 0003/0118 ลงวันที่ 7 ต.ค. 2554 ยืนยันข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป.ป.ช.ในการแก้ไข ปัญหาการทุจริตจากการแทรกแซงตลาดข้าวของรัฐบาลด้วยวิธีการรับจำนำ และครั้งที่สอง ตามหนังสือสำนักงานป.ป.ช.ที่ ปช 0003/0198 ลงวันที่ 30 เม.ย.2555 ส่งข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตกรณีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก

                สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ถึงผู้ถูกกล่าวหาสรุปได้ว่าการดำเนินโครงการมีจุดอ่อนหรือความเสี่ยงในทุกขั้นตอนตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรจนถึงการระบายข้าว ซึ่งเป็นช่องทางนำไปสู่การสวมสิทธิการจำนำและการทุจริตในโครงการ รวมทั้งการดำเนินโครงการเกิดผลกระทบสร้างความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดินและการทุจริตในโครงการ แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับยืนยันที่จะดำเนินโครงการรับจำนำข้าวจากชาวนาต่อไป ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการมากขึ้นไปเรื่อยๆ พฤติการณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่กล่าวข้างต้น จึงมีมูลความผิดฐานส่อว่าจงใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้  ป.ป.ช. และ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ชี้ชัดเจนไว้ก่อนว่า “ผิดกฎหมาย”

                เป็นสาเหตุ? ต้องทำ“ปฎิวัติ” ฉีกรธน.ทิ้ง แต่จะทำให้ “ยิ่งลักษณ์” รอดหรือจะติดคุก..ก็ย่อมได้..ใช่อ๊ะปล่าว..  

จะยกเรื่องการ “ปรองดอง” มาอ้างขอนิรโทษกรรม ให้”สองคนพี่น้อง”คราวเดียวกันได้เลย..ช่ายหรือไม่ช่าย.ไม่รุ๊ไม่เกี่ยวกัน.. มั้ง