Get Adobe Flash player

ใคร? คิดถล่มประเทศ” โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

               สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องน่าอนาจใจในความคิดของคนมีสติปัญญา  จากหัวหน้ากลุ่มผู้นำ “คนเดือนตุลาฯ” ศ. ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาลัย สภาชิกสภาปฎิรูปฯ เสนอเรื่อง การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีให้ประชาชนลงคะแนนเสียงโดยตรงว่าจะเลือกใคร เรื่องนั้นผลุบๆโผล่ๆ พูดผ่านลมพัดสบัดโชยเป็นระลอกๆ  น่าจะเป็นการโยนหินถามทางค่อนข้างเอาจริงเอาจังพอสมควรของบุคคลระดับแถวหน้า “คนเดือนตุลาฯ” 

               มีผู้กล้าเปิดโฉมหน้ามีตัวมีตนออกมาแล้วว่า  นอกจากจะเป็นสมาชิก สภาปฏิรูปฯ เป็นอธิการบดีมหาลัยมีชื่อเสียง ขอแนะนำให้รู้จักและจดจำชื่อ ศ.ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงค์  เคยเป็นผู้นำมีบทบาทอ่อนนอกแข็งในของเหล่า “คนเดือนตุลาฯ หัวรุนแรงคนหนึ่ง กล่าวถึงกันว่ามีเป้าหมายให้ปรับเปลี่ยนระบอบ “การปกครองของประเทศ” จากระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือจะเรียกว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบไปเป็นแนวทางเลือกอื่นๆ เท่าที่ผ่านมาหลายสมัย ตั้งแต่มีการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบ“สมบูรณาญาสิทธิราชย์” เมื่อ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมาเป็น “ระบอบประชาธิไตยแบบไทยๆ” หลากหลายชื่อ เท่าที่จะสรรหามาเรียกกัน แต่ระบอบการปกครองประเทศไทยยังคงมี “พระมหากษัตริย์” ทรงเป็นพระประมุข ของประเทศ เป็นที่รวมจิตใจประชาชน

               อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสภาผู้แทนราษฎร  มีการเลือก “นายกรัฐมนตรี” จากการลงมติส่วนใหญ่จากสภาฯ  ผ่านคะแนนเสียงจากผู้แทนราษฎร(ส.ส.) บุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ได้รับคะแนนเสียงมากกว่า ผู้เสนอชื่อแข่งขันจะเป็น  “นายกรัฐมนตรี” และนายกฯ จะเป็นผู้เลือก “รัฐมนตรี” ร่วมเป็น “คณะรัฐบาลบริหาร” เมื่อตั้งคณะรัฐบาลได้แล้ว คณะรัฐบาลจะทูลถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรี จึงเรียกได้ว่า เป็น“รัฐบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ”

               ขั้นตอนต่างๆ ในการ จัดตั้งรัฐบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะรัฐมนตรีมาจากการ “แต่งตั้ง” ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  รัฐบาลไทย คณะต่างๆ ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแต่งตั้งทั้งสิ้น

               ระบอบการปกครองที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” ของประเทศไทย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงแต่งตั้งตลอดมา จนกระทั่งถึง ยุค(ทอง)ของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็ตาม

               ถึงแม้จะมีความเห็นขัดแย้งกันถึงที่มาของรัฐบาล จากการเลือกตั้งหรือรัฐประหาร รัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัย (หลังจากมีการปฎิวัติ พ.ศ.2475) ไม่ว่าจะมี นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล มาจากทางไหนเลือกตั้งหรือไม่อย่างไรก็ตาม  รวมทั้งทหารที่ออกมา “ปฎิวัติ” รัฐบาลแต่ละช่วง คณะปฎิวัติส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดร้อยละเกือบร้อย อ้างว่า เพื่อเข้ามาแก้ไข ความเสื่อมสลายทางการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศชาติ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือจากการปฎิวัติ ก็ตามลองไล่เรียงเป็นลำดับจะเห็นว่า การปฎิวัติทุกครั้ง เป็นเวลาที่บ้านเมืองเข้าสู่ “ภาวะคับขัน” ไม่ว่าจะอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง หรือการ “คอร์รัปชั่นอย่างไม่ละอายใจในคณะรัฐบาล” “ประชาชนแตกแยก” หรือใช้การปกครองอย่างไม่เป็นธรรม เป็น “เผด็จการ” ทั้งสิ้น ผู้มีอำนาจการปกครองกดขี่ข่มเหงประชาชนทุกรูปทุกแบบ ยกตัวอย่างการขายสมบัติชาติ ขายดาวเทียมให้สิงค์โปร เงินเข้ากระเป๋า (ทักษิณ ตัวเลขประมาณ เจ็ดหมื่นล้าน)  ต่อมาสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คิดวิธี”คอร์รัปชั่น หนักหนาสาหัสยิ่งไปกว่าเก่า โกงรับจำนำข้าว โกงทั้งชาวนา ปล้นข้าวจากโกดัง เป็นแสนๆ ตัน สรุปแล้ว ตัวเลขในโครงการ(โกง) รับจำนำข้าวโกงกันไปมีตัวเลขอย่างหลอมๆ  ก็เจ็ดแสนแปดแสนล้าน   เห็นชัดเจนกันแล้วหรือยัง การที่ “โครตชิน” ตั้งแต่ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายิกฯ ยิ่งลักษณ์  เมื่อได้เป็น นายกฯ (นายิกฯ) รัฐมนตรี มีการกระทำ เหิมเกริม “ด้านได้อายอด”สกปรกโสมมน่าอิดสะเอียนยิ่งลักษณ์ เอ้ย! ไม่ใช่ (พูดผิดไป)  สะอิดสะเอียนยิ่งนัก โกงบ้านโกงเมืองเห็นชัดเจน (โกงหนักจนไม่น่าจะมีเวลาทำความสะอาด “ชิ้นส่วนสำคัญ” ของร่างกาย  แถมยัง “ปั้นรากเง่า”ส่งเข้าประกวด เป็นนายกฯโดยไม่คำนึงถึง “เงากะลาหัวตัวเอง”  หรือถือว่าประเทศไทยเป็นสมบัติของ “โคตรชิน” ไปแล้ว จะตามล้างตามผลาญกันไปถึงไหน แค้นใคร? แค้นอะไรหนักหนา แค้นติดต่อกันมาหลายชาติแล้วกระมัง

               หลายยุคหลายสมัย “ทหาร” ต้องเข้ามาปฎิวัติ  การปฎิวัติที่เพิ่งผ่านมา มีข้ออ้างอย่างน่านับถือว่า  ไม่ต้องการเห็น “การนองเลือด” ระหว่าง “กองโจรเสื้อแดง” กับ เหล่าประชาชนชาวบ้านชาวช่องธรรมดา (กปปส.) ประชาชนประท้วงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์   มีมากมายเป็นประวัติการณ์ ประชาชนออกมารวมตัวประท้วงกันนานถึงเจ็ดเดือน เริ่มตั้งหลักพัน หลักหมื่น หลักแสน จนถึงหลักล้าน หลังสุดเป็น “คลื่นมนุษย์”ไม่น้อยกว่า “สามล้านคน” เป็นประวัติศาสตร์ไทย หรือ เป็นประวัติศาสตร์โลกก็ว่า ได้ นับเป็นการชุมนุมประท้วง มีผู้คน(คับแค้นใจ)มากที่สุด ประท้วงอย่างทรหดอดทนยาวนานที่สุด

               ในห้วงเวลานั้นประชาชนดีใจที่ทหารนำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมา “ดับทุกข์” ให้  ดีใจจนน้ำตาไหล  ดีใจ อยู่ได้ไม่นาน เมื่อคิดทบทวนดูใหม่ถึงกับ น้ำตาไหล เพราะความสับสนไม่ต่างกับ “ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่..เหลาๆไปกลายเป็นบ้องกัญชา” เรียงลำดับจับใจความไม่ถูก คล้ายกับ “เมากัญชา” กันไปแล้วทั่วประเทศ

               มาทบทวนเหตุการณ์ “ปฎิวัติ” กันใหม่ “ไผเป็นไผ..อะไรเป็นอะไร” อย่างที่ชี้ให้เห็นแล้วว่า “ดีใจ” ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมา “หยุด” การฆ่าหมู่จากโจรเสื้อแดง ร่วมมือกับ “ตำรวจไทย”เหลวแหลก (ยุคนั้น)  เกือบทั้งประเทศพร้อมจะฆ่าทุก “ชีวิต” ในกลุ่มผู้ประท้วง และต่อมาถึงกับ “น้ำตาไหล” ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอกทั่วหน้ากัน ด้วยความผิดหวัง จากเรื่องที่ไม่เคยจะคิดกันมาก่อน (ถึงขนาดที่ว่า ซึมกระทือ ซังกะตาย..ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว)

                “ผิดหวัง” จากที่เคยหวังกันไว้ว่า จะได้เห็นความชัดเจนเรื่องจับคนทำผิด “การโกงรับจำนำข้าว” ตัวเป็นๆ มาลงโทษดำเนินคดี  ผู้ที่ต้องรับผิดชอบที่เห็นๆ กันอยู่คือ ยิ่งลักษณ์ (นายิกฯ ประธานโครงการขณะนั้นปล่อยเลยตามเลย ไม่มีการเอ่ยปากยับยั้ง (อะไรอุดปากอยู่หรือ จนพูดไม่ออก)   แถม คสช. ยังดีใจหายให้ไปพบกับพี่ชาย (นักโทษหนีคุกจากเมืองไทย) ที่ประเทศจีนอีกด้วย น่าจะเป็นคนละเรื่องกับเสียงกระซิบกระซาบว่า เป็นรางวัลที่ไม่สั่ง ลุยฆ่าผู้ประท้วง ..มีปากก็พูดกันไป.ต่างๆ นาๆ .

               แล้วก็ยังมีเรื่องดีๆ ตามมาเรื่อยๆ มาเรียงๆ เช่นเรื่อง “ลดอำนาจ กกต.” (คณะกรรมการเลือกตั้ง) หดลงไปเรื่อยๆ  เรื่องสำคัญ “หมดสิทธิ” ให้ ใบเหลือง – ใบแดง คนโกงซื้อเสียงเลือกตั้ง เรื่องการซื้อคะแนนเสียงเคยเป็นหน้าที่สำคัญของ กกต.ต่อไปในไม่ช้านี้.. สวัสดี..ประเทศไทย  เปิดทางให้ความชั่วช้าลอยนวลเอาเล่ห์กลงัดออกมาใช้ กับการเลือกตั้งต่อไป (แต่ยังไม่หนำใจ) เล่ห์ร้าย“สุดยอด”  คือ จะให้มี การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี โดยตรง ถึงวันนั้น กกต. ขี้หดหมดสิทธิหมดเสียงไปแล้ว..

               เปิดหน้าถล่มกันกันอย่างเปิดเผย ริดรอนสิทธิ “การแต่งตั้ง” นายกรัฐมนตรี ที่เคยนำรายชื่อ นายกฯ กับ คณะรัฐมนตรี  ทูลถวายพระประมุขแห่งชาติ ลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้งรัฐบาล เรียกกันว่า “รัฐบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” เล่นกันรุนแรงลามปามถึงขนาดนั้น ขอกล่าวคำว่า “สวัสดี..ประเทศไทย” คงจะถึงจุดจบกันแล้ว ..ไม่เอวัง..ก็วังเวง เหลือเกินแล้ว

               อันที่จริง การเลือกนายกรัฐมนตรี จากพรรคที่มี ส.ส. เข้ามามากที่สุด แน่อยู่แล้วว่า พรรคเพื่อไทย จะนอนมา ยังไม่ถูกอกถูกใจ พวกกบเลือกนาย อยู่อีกหรือ

               การเลือก “นายกรัฐมนตรี” โดยตรง (ลงคะแนนเลือกจากประชาชน) น่าจะ เป็นการประเมินคุณค่า ราคา“ธนบัตรไทยที่ใช้ได้ตามกฏหมาย” แบงค์ใบละร้อยใบละพัน จะทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องดูที่ตัวบุคคลก็ย่อมได้ ใคร “เงินหนา” หน้าด้านหว่านเงิน “ซื้อ” ประเทศไทยก็ย่อมได้  จะต้องได้นายกรัฐมนตรี ที่ “หน้าด้านทั้งโคตร” เข้ามา

               ถึงแม้ว่า จะไม่ต้องการใช้วิธีเปิดหน้า(ด้านๆ) เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ยุคกี่สมัย ถ้าเมืองไทยยังมีการเลือกตั้ง พรรคเงินหนาจะได้เป็นผู้ “ตั้งรัฐบาล” (ไม่รู้หุบ) แน่นอนว่า พรรค “โคตรๆ”  (หรือ นอมินี่) จะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรีได้ตลอดกาล ถ้าหาก “โคตรชิน” ไม่ล้มหายตายจาก หมดทั้งโครตไปเสียก่อน

               เพียงแต่ข่าวออกมาว่า จะมี การเลือกนายกรัฐมนตรี จากประชาชนโดยตรง มองดูคะแนนเสียง ที่มาจากทางภาคเหนือและภาคอีสาน (หมูไปไก่มา) เป็นฐานเสียงของ “โคตรชิน “ มีอยู่แล้วเท่าไร ไม่ต้องใช้เงินของ “พี่ใหญ่” ที่เก็บไว้สู้ไม่อั้นเมื่อคราวที่จะต้องต่อสู้กันในศาล คดีซื้อที่ดินรัชดา มีโอกาสอยู่อีกหรือไม่ (ยังไม่ได้ติดตามรายละเอียด) ถ้าหากนักการเมืองผู้ที่ถูกคดี “ฉ้อโกง” ถูกตัดสิทธิ ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง  ณ เวลานี้หรือต่อไปในวันหน้า ก่อนมีการสมัครรับเลือกตั้ง เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อม “หมดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง”แม้ว่า ยิ่งลักษณ์  จะอยู่ในระหว่าง “คาบลูกคาบดอก ลูกผีลูกคน” ว่า อาจจะถูก “เพิกถอนสิทธิ” การลงรับลือกตั้ง แม้จะเป็นแบบ บัญชีรายชื่อตาม

               “โคตรชิน” ก็มีตัวเลือกอยู่แล้ว คือ ลูกชายสุดสวาทขาดใจของ ทักษิณ  คือ นายพานทองแท้ (ขอยืนยันว่าเป็นชื่อคนจริงๆ มีชีวิตชีวา มีตัวตนจริงๆ  ไม่ใช่ชื่อตั้งขึ้นมาสำหรับเล่นยี่เก ชื่อจริง นามสกุลจริง คือ นายพานทองแท้ ชินวัตร   คนที่มีคาถาอาคม “แค่นั่งดูทางใน” หลับตาอ่านข้อสอบขั้นมหาลัย  ยังสอบผ่านได้สบายมาก แล้วเรื่องของการใช้ “อำนาจเงิน” ในการหว่านซื้อเสียง มีหรือจะ “รอดรูปู” ไปได้

               ศ.ดร.สมบัติ.. คิดไม่ออกจริงหรือ ต้องการให้เลือกนายกรัฐมนตรี จากประชาชนโดยตรง...กำลังคิดอะไรอยู่ ?