Get Adobe Flash player

บ้านแตกเพราะแป๊ะกับเด็กเลี้ยงแกะ? โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

               นิยายปรัมปราของไทย ถ่ายทอดเล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณกาล มีทั้งเรื่องสนุกสนาน บางเรื่องก็แทรกคติเอาไว้ให้คิด  บางเรื่องบางราว รับฟังหรืออ่านจากตำรับตำราแต่เรื่องเดียว ก็รู้ว่า เจตนาหรือเนื้อหาของเรื่องต้องการ แนะนำ สั่งสอนเรื่องราว ที่เกี่ยวพันกัน ให้รู้เท่าทันคน (เหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน)

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง “ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ” ถ้าอ่านแ ต่เรื่องเดียว ..ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แป๊ะเจ้าของเรือยิ่งใหญ่ “คับเรือ” ลูกเรือหรือผู้ร่วม “ลงเรือลำเดียวกัน” จะต้องเอาใจแป๊ะ มิฉะนั้นจะถูกบังคับให้ลงจากเรือไปในระหว่างทาง โยนลงจากเรือ หรือถีบลงทะเล ก็ย่อมได้ ลูกเรือหรือผู้โดยสารลงเรือลำเดียวกันกับแป๊ะเจ้าของเรือจึงต้องตามใจ “แป๊ะเจ้าอารมณ์” ถ้าขัดใจแป๊ะในระหว่างเดินทางอยู่กลางทะเล ถ้าแป๊ะหมั่นไส้ เหม็นขี้หน้าขึ้นมา หรือรู้เท่าทันเล่ห์แป๊ะผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ในเรือ ว่าเป็นคน “เจ้าอารมณ์” หมายถึงอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน อย่าเอาแน่นอนนักกับคนเจ้าอารมณ์  คล้ายๆกับคนสูงอายุทั่วๆ ไป ที่อารมณ์เสียง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำอะไรขัดใจไม่ได้ จะกระฟัดกระเฟียดเช่นกับผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเองไร้เหตุผล  ถ้ามีคนขัดใจ ไม่ยอมยกย่องก้นให้หางกระดก เช่นเดียวกับไม่ยอม “ยก” แป๊ะผู้ยิ่งใหญ่คับเรือ สำหรับคนที่ได้ชื่อว่า “ลงเรือลำดียว” กันแล้ว มีคำเตือนใจไว้ว่า “ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต” ต้องตามใจแป๊ะทุกเรื่องไป จะต้องอดทนไว้ ค่อยขัดใจกันตอนที่เรือจะถึงฝั่งเสียก่อน ยิ่งเรือเอี้ยมจุ้นของแป๊ะ ไม่ธรรมดาใหญ่มากบรรจุผู้โดยสารเต็มเรือได้ 60-65 ล้านคน รูปร่างเรือแม้จะคล้ายเรือเอี้อมจุ้นธรรมดา แต่ความกว้างขวางใหญ่โตที่เรียกได้ว่าเป็นไม่น้อยไปกว่าเรือ “รัฎฐาธิปัตย์”  แป๊ะยึดมาได้ ไล่เจ้าของเดิมชื่อ “นางสาวสูสีไทกอ” ตกน้ำป๋อมแป๋มไปแล้วพร้อมกับเรือลำเก่ามีชื่อว่าเรือ “ดอกท้อ”  ต่อเมื่อแป๊ะยึดมาได้ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นเรือ “รัฎฐาธิปัตย์”

               แป๊ะเจ้าอารมณ์ โชคดี ยังได้กัปตันเรือ ชื่อ ตี๋ณุ  เครือ(กล้วย)งาม  มีความช่ำชองในเรื่อง “การเดินเรือทะเล”เคย เป็นบ๋อย บริกรคอย “เลีย” ให้กำลังใจ ปลอบขวัญแต่งนิทานโกหกได้เก่งนัก เป็นเจ้านิทานโกหกอย่างเป็นธรรมชาติ คือโกหกเสียจนคิดว่า นิทานที่ตัวเอง “ปั้นเรื่องขึ้นมา” เป็นเรื่องจริง จนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หมายความว่าโกหกได้แม้กระทั่งตัวเอง ประมาณนั้น โดยเฉพาะเรื่อง เรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ”  จนแป๊ะหลงคารม  “แป๊ะ” ได้ยินเรื่องราวความช่ำชองการเล่า “นิทานโกหก” แต่งเรื่องได้เนียนสมจริง มามากต่อมากแล้ว เมื่อถูก ตี่ณุ  เครือ(กล้วย)งาม “เต้า(เล่าเรื่องโกหก)เรื่องต่างๆ” ขึ้นมา โดยเฉพาะมีความชำนาญเรื่องรีดไถผู้โดยสารที่ลงเรือลำเดียวกัน นอกจากจะเก่งทางโกหกมดเท็จ (ไปจนถึงมดลูก)แล้ว ยังเก่งเรื่อง “แหกตา” มีตัวอย่างเช่นว่า จะทำอย่างไร ให้กระต่ายตื่นตูมได้  ถูกใจแป๊ะยิ่งนัก  เมื่อมีการประชุมผู้โดยสารและลูกเรือที่รับมาใหม่ใหัเข้าใจกฏข้อบังคับของเรือ “รัฎฐาธิปัตย์”โดยให้ถือกฏเกณฑ์ว่า “ลงเรือเป๊ะ..ต้องตามใจแป๊ะ” ถ้าไม่เช่นนั้น ก็จะถูกไล่ลงจากเรือ ไม่เลือกว่า จะอยู่ตรงไหน ไม่ว่ากลางทะเลหรือริมทะเลก็ตาม แป๊ะเป็นคนใจบุญหน้าไหว้หลังหลอก  ถือว่า เป็นการให้อาหาร “เนื้อสด” กับปลาวาฬ  จากคนที่หมดคุณค่ากับแป๊ะแล้ว

                นิทานโกหก โบร่ำโบราณ เรื่อง “เป๊ะกับตี๋” จึงถูก “ลอกเรื่องราว” ความงี่เง่าของแป๊ะกับเรื่องกะล่อนของตี๋ มาอย่างยืนยงคงความเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน   เรื่องเล่า (นิทานโกหก) “แป๊ะกับตี๋” เรื่องนั้น น่าจะรักษารากเง่าไว้ให้เหมือนเดิม โดยทาง “หอสมุดแห่งชาติ” ควรขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ เสียด้วย ก็ยังทัน

               เรื่องโกหกมดเท็จ แต่เป็นนิทานโกหก ระดับประเทศนั้น อยากจะให้เป็นหนังสืออ่านประกอบการเรียน เพื่อให้เด็กไทยรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้ว่า จะต้องทำตัวอย่างไรเมื่อเติบโตขึ้น ยิ่งรับราชการก็ยิ่งเหมาะที่จะนำความเฉียบขาดไปใช้บริการสังคมด้วย

               ทำดีย่อมได้ดี.. เผอิญได้อ่านข่าว (เรื่องจริง) เรื่องราวของผู้นำประเทศน่าชื่นชม มาผสมกันพอได้ เรื่องมีอยู่ว่า

               เมื่อวันที่  29 ธันวาคม ที่ผ่านมา “นายกฯ ลุงตู่" พาคณะเข้าอวยพรปีใหม่ "ป๋าเปรม" ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่น (ขออนุญาตลอกข่าว จาก นสพ.แนวหน้า มาทั้งดุ้น..)
               พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาในชุดเสื้อพระราชทานสีเหลือง วัย 94 ปีของท่านยังมีท่วงท่าที่สง่างาม ย้อนกลับไปช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชนตั้งฉายาให้ท่านไว้เยอะครับ ที่ติดหูก็มี "เตมีย์ใบ้" และ "นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา"   สะท้อนถึงบุคลิกสุขุมนุ่มลึก (ผมผู้เขียนคอลัมน์นี้.. ยังไม่เห็นด้วยมากนักกับฉายา “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” )
               (คนเขียนข่าวใช้คำว่า “ผม” เขียนต่อไปว่า) ผมคงไม่นำ "นายกฯ ลุงตู่" ไปเปรียบเทียบครับ เพราะมันคนละสไตล์
    "ป๋าเปรม" อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนานถึง 8 ปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบุคลิกเงียบขรึมของท่านครับ ถึงกระนั้นท่านไม่ใช่คนเงียบกริบ แต่เป็นประเภทพูดน้อยต่อยหนัก
               คำอวยพรปีใหม่ของ "ป๋าเปรม" ปีนี้มีความหมายครับ เพราะท่านย้อนไปวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า เป็นเหตุการณ์ที่ คนในชาติน่าจะภูมิใจ ที่ "นายกฯ ลุงตู่" ยึดอำนาจการปกครองมาจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

               (ผู้เขียน”คอลัมน์ คนละเรื่องเดียวกัน จะมีความเห็นอยู่ในวงเล็บ)
               ภูมิใจที่ทหารมาจบความขัดแย้ง!!!

                (เป็นการสยบข่าวเรื่องปฎิวัติซ้อน..ทะยอยมาเป็นระลอกๆ อยู่ตลอดเวลา)
               "ป๋าเปรม" ยังพูดให้คิดว่า "ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คงจะเห็นด้วย พอใจ และภูมิใจในการกระทำของนายกฯ ลุงตู่ แต่มีคนคนหนึ่งซึ่งเป็นคนไทยคนเดียวเท่านั้นใน 60 ล้านคน ที่เขาพูดว่าทหารทำอะไรไม่เป็นได้แต่ยิงปืน แต่ตู่ก็แสดงให้เห็นว่าเมื่อถึงเวลาที่เราต้องทำ เราก็ทำได้ ทำเป็น ทำดี ได้ด้วย"
               คนไทยคนนั้นเป็นใคร คงไม่ต้องเฉลยนะครับ รู้แต่ว่า ถึง "ป๋าเปรม" ท่านจะพูดน้อย แต่ก็ชัดเจน!!!
               เรื่องรัฐประหาร 22 พฤษภาคม ชอบ หรือไม่ชอบ เถียงกันมาเยอะ หาที่จบไม่ได้ เพราะมีเหตุการณ์แทรกซ้อนเกินกว่าที่ตำราฝรั่งจะอธิบายได้ แต่คนไทยต่างรู้ดี

                (ผู้เขียนคอลัมน์นี้ นั่งเขียนออกความเห็นนี้ อยู่ต่างประเทศ ฟังข่าวปฎิวัติ อย่างหายใจหายคอไม่ทั่วท้องเห็นด้วยกับการจะต้องปรับเปลี่ยนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ยังไม่เห็นด้วยว่า นับแต่วันนั้นจนถึงกระทั่งวันนี้ “บิ๊กตู่” ก็ยังคงเงื้อง่าราคาแพงอยู่ การปฎิวัติไม่ใช่การโชว์ร่ายรำสวย แบบรำมวยหรือรำวงรอบละบาท  นะขอรับท่าน  ) 
               ฝ่ายหนึ่งยอมรับรัฐประหาร เพราะหมดหนทางจะจัดการกับรัฐบาลโคตรโกง

               (ปฎิวัติก็จบกันเท่านั้นเองหรือ กระผมเองยังไม่ถูกเรียกไป “ปรับทัศนคติ” เลยยังไม่เข้าใจคำว่า  “ปรองดองสมานฉันท์”  ของคณะ คสช. นั้นเป็นฉันท์ใด)
               อีกฝ่ายต่อต้าน เพราะชื่นชอบรัฐบาลพี่มีแต่ให้

                (ผมก็ยังไม่เห็นด้วยว่า รัฐบาลที่ท่านว่า มีแต่ให้ .. ให้อะไรเหรอครับ)
               "ป๋าเปรม" ท่านอยู่ฝ่ายแรกครับ

                (สำหรับผมเอง ถ้าให้เลือกข้าง ก็เลือกฝ่ายแรก ครับผม ป๋าเปรม ท่านอยู่กับความดี ก็ต้องเลือกในสิ่งดีเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่เห็นว่าไม่ดี .. เพียงขอให้ลงจากเก้าอี้ (นายกฯ) แล้วก็แล้วกันไป?ไม่ต้องรับความผิดชอบ ที่ทำความเสียหายกับประเทศชาติและประชาชนเหรอครับ ความเสียหายเรื่อง “คอร์รัปชั่น” เช่นเรื่องโกงการรับจำนำข้าว..เป็นแค่ “ปั้นเรื่องขึ้นมาเป็นข้ออ้างของประชาชน (ชาวนา) เท่านั้นเองเหรอขอรับ..กระผมหรือตัวเองนั้น ดันเสือกไม่รู้อะไรเลย โง่ขนาดที่ไม่รู้ว่า “ปรองดองสมานฉันท์ของ คสช.เป็นฉันใด.” เรื่องเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น จะรู้ได้ยังงาย..เพราะตัวเองมีสมอง ก็มีอยู่แค่สมองหมา..มีปัญญา..ก็ไม่ต่างกับปัญญาควาย ..เท่านั้นเอง)
               ส่วน "นายกฯ ลุงตู่" แม้จะเป็นคนทำรัฐประหาร แต่กลับถูกสังคมบางส่วนสงสัยว่า อยู่ฝ่ายไหนกันแน่ เพราะไหว้ครูผ่านมา 3 เดือนแล้ว ออกแต่หมัดแย็บ ไม่ออกหมัดตรงซักที รู้ว่า ท่ารำท่านตู่..สวย.แต่ขอให้รำสักทีเถอะน่าสัญญากันว่าจะรำ..ว่าไปมีคนเชียร์ท่านเยอะครับ ขนาด "ป๋าเปรม" ยังบอกเลย "นายกฯ ไม่มีเกษียณ"

                (ก็นั่นซิครับ นายกฯ ไม่มีเกษียณ.. ปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน แปลว่า ถ้าไม่มีเกษียณก็เลยหมดความกระสัน ไปเลยรึเนี่ย..)
                 ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี หรือ 8 ปี จะกี่ปีคนที่ทำให้เป็นไปได้มีอยู่คนเดียวครับ คือตัว "นายกฯ ลุงตู่" เอง 

               ( เชื่อแล้วขอรับท่าน ท่านว่า หรือ(อีก) 8 ปี คนที่จะทำให้เป็นไปได้มีอยู่คนเดียวครับคือ ตัวนายกฯ ลุงตู่ เอง มีอยู่คนเดียวคือ “ลุงตู่”เท่านั้น ครับจะไม่เชื่อก็ไม่ได้ จะได้รู้ไว้ว่าใครเป็นใคร ขอให้ (ผู้พูดอย่างนั้น) ยืนยันมาอีกที จะได้เชื่อ ทันทีเลยหรือ..จะให้เชื่อเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย ..ก็ย่อมได้.. จะได้ “ทำใจ” ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง..ขอรับท่าน..ว่า ใครหรือเป็นผู้ที่ทำสัญญา ลงนามยกประเทศไทยให้กับ “ลุงตู่” ไปแล้ว จะยกให้ครอบครองหรือ จะขายให้ใคร ก็ย่อมได้ ..กระนั้นเหรอครับ.. ขอให้ดับฝันกระผมลงไปเสียที ที่เคยคิดอยู่เสมอว่า จะขอไปตายรัง (ในประเทศไทย) แผ่นดินไทย..ยังเป็นของประชาชนชาวไทย ..เป็นความภูมิใจของประชาชนชาวไทย  แม้ว่าตัวกระผมเอง เกิดเมืองไทย อย่างคนเสียชาติเกิด ไม่เคยได้เป็นเป็นเจ้าของแผ่นดินไทย แม้แต่วาเดียวคืบเดียว แต่ยังภูมิใจว่า แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินของบรรพบุรุษผม แต่ถ้าแผ่นดินถูกขายให้เป็นของเอกชน (คนต่างด้าว) หรือคนต่างชาติ จนสิ้นแผ่นดินไทยแล้ว กระผมก็จะต้องเป็น “คนพเนจร..เร่ร่อนไปตลอดทั้งชีวิต” จะได้คิดใหม่ว่า ขอซุกหัวตายในแผ่นดินนี้..(อเมริกา) เพราะไม่มีที่ซุกหัวนอนตาย ในแผ่นดินบรรพบุรุษของกระผมแล้ว เป็นความจริงแล้ว..กระนั้นหรือ ? )..

               (จากเนื้อข่าวช่วงจบ สรุปลง..อย่างงงงวยและไม่เข้า..ตามตัวหนังสือว่า........ )  

               ..” เชื้อคอร์รัปชันของรัฐบาลเก่าท่านยังตั้งไข่อยู่เลย แล้วไหนคนในแวดวงท่านที่แอบไปงุบงิบส่อว่าจะปล่อยเชื้อโกงร่วมกับเครือข่ายของระบอบทักษิณ ท่านจะจัดการอย่างไร?..”

               ( แปลไทยเป็นไทยว่าอะไรหรือครับท่าน... กระผมหมดปัญญาจะคิดเองแล้วว่า .. ประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอนของกระผม (พูดไทยแปลเป็นไทย ไม่รู้เรื่องกันแล้วหรือ เป็นอะไรไปแล้วหรือนี่.. ทั้งกระผม..พี่น้องชาวไทยในต่างประเทศ .ของกระผม.กลายเป็น คนบ้านแตกสาแหรกขาดหลุดรุ่ย ไปจริงๆ แล้วหรือ? ยังไม่ชัดเจน.. คิดไม่ออก..บอกไม่ถูก กับข่าวที่ตีไม่แตกสองบรรทัดสุดท้าย พูดจริงๆ ครับผม ไม่ได้พูดเล่น ให้เห็นเป็นเรื่องน่าอาย น่าขัน จริงนะจันทร์เจ้าขา..)

               (คิดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่กรอกหน้า.. ไม่มีปัญญาตีปัญหาให้แตกแล้ว.ขอรับ..ครับ..กระผม )

               ( ..สมอง (ของผม) มันเป็นสมองหมา.ปัญญาควาย..จนปัญญาคิดไม่ออกแล้ว ใช่เลยครับผม)....