Get Adobe Flash player

คิดต่าง..คนละเรื่องเดียวกัน (ตอนจบ) วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

(ความเดิมฉบับที่แล้ว)

                บุชผู้พ่อ กับทักษิณ มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เคยไปมาหาสู่กันที่เมืองไทย และบุช นอกจากเป็นที่ปรึกษาคาร์ลไลน์สกรุป ซึ่งเป็นกลุ่มทุนธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม แบงก์ และพลังงาน แล้ว..... บุช คือสมาชิกสมาคม Skull and Bones และ CFR  ระดับหัวหน้าผู้มีอำนาจปฏิบัติการขณะนี้!

                 (ขอบคุณที่บอก แต่ต้องขออภัย ขอบอกต่อๆ ไป ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นหลักฐานใดๆ  ขอ คิดต่างครับผม)
                และขณะนี้...... สหรัฐฯ บริหารด้วยอำนาจประธานาธิบดีโอบามา หรือด้วย "อำนาจเหนือ" คือ อำนาจ CFR โดยมี CIA เป็นมือปฏิบัติการ เป็น "ความเคลื่อนไหว" ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง?

                 (เรื่องนี้ เลื่อนลอยมากนะครับ จับเอามาเป็นข่าวได้อย่างไร บอกหน่อยได้ไหม )
                นั่นคือ "ลีลามหามิตร" ที่เปลี่ยนไปกับไทยเราเวลานี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ ไม่ได้มาจาก "ประธานาธิบดีโอบามา"
                แต่มาจาก "อำนาจเหนืออำนาจ" ใช้คนและนโยบาย  CIA ในคอนโทรลบุชผู้พ่อเข้ามาในคราบ "ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ” และในคราบเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในไทย

                 (ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ มีอำนาจมากก็จริง แต่เรื่อง “รัฐบาลโลก” ขอคิดว่าเป็นการ “ลวงโลก” ไว้ก่อนได้ไหม
  ถ้า เจ้าหน้าที่(บางคน) ในสถานทูตสหรัฐฯ ในไทย คือคนของ ซีไอเอ จะถูกสงสัยว่า เป็นสายลับเชื่อว่า เป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ สายลับทำงานให้บุช ถ้าเป็นสายลับทำงานให้รัฐบาลอเมริกา  ประเทศสหรัฐอเมริกา ..เชื่อครับผม)
                ระดับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนายโอบามา ต้องไม่ใช่ "การทูตป่าเถื่อน" อย่างที่นายแดเนียล รัสเซล ทำ

                (ขึ้นอยู่ที่ว่า คนทำปฎิวัติ ในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย จะมีทีท่าอย่างไรกับสหรัฐฯ มากกว่า เก่าไปใหม่มา ถ้าไม่มีปัญหากับสหรัฐฯ หรือแสดงให้เห็นว่า “นิยม คอมมิวนิสต์”หรือเผด็จการเห็นๆ เด่นชัดก็จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับสหรัฐในทันที )
                ยิ่งแทรกแซงกิจการภายใน ส่งเจตนาจงใจ ยุยง ปลุกปั่นให้เกิด "เรด สปริง" คือแดงทั้งแผ่นดิน....

(แดงทั้งแผ่นดิน ของทักษิณ ไม่ใช่ “แดงนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์” แต่เป็นแดงนิยม เผด็จการนิยม “สู้แล้วรวย” มากกว่า ไม่ใช่ “ตัวปัญหา” จริงๆ ของสหรัฐ?  )

                การส่งเจ้าหน้าที่สถานทูต ออกเดินสายไปพบปะขบวนการเสื้อแดง ระบอบทักษิณ ทั้งในอีสาน ในกรุงเทพฯ  ชนิดซึ่งๆ หน้าท้าทายกฎอัยการศึก

                ( มีหรือว่า สหรัฐฯ จะไม่รู้ว่า ทักษิณ ยังไม่ปล่อยมือ จากความต้องการเข้ามายึดครองอำนาจในประเทศไทย ณ วันนี้ สหรัฐฯ ทำตัวเป็นกลาง ระหว่างตระกูลชินวัตร กับฝ่าย ทหารไทย   อเมริกาอยู่ในฐานะ “นั่งภู..ดูหมากัดกัน”  แดงขี้ข้า ทักษิณ ไม่ใช่แดงอุดมการณ์ แต่เป็น แดงสู้แล้วรวย  หลอกแด๊กส์ ทักษิณอีกทอดหนึ่ง ตั้งขึ้นมาใช้“ต่อต้านเสื้อเหลือง” ไม่เฉพาะกับพันธมิตรฯ เท่านั้น ต่อต้านทุกรัฐบาล ที่ไม่ได้มาจากการจัดตั้งของ ทักษิณ สหรัฐฯ คงจะเห็นแล้วว่า  “แดงรากหญ้า” ต้องการ ตระกูลชินวัตร กลับมา “รากหญ้า” คือมวลชนจัดตั้งขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย)
                ระดับรัฐบาล โดยนายโอบามา........ยิ่งไม่ทำ

                 เพราะที่ทำนี่ คือ........สหรัฐฯ "ตัวการ" ชักใยระบอบทักษิณ "ล้มสถาบัน-เปลี่ยนแผ่นดิน" ชัดๆ!

                 (การพูด “ผลักมิตร” ให้กลายเป็นศัตรู ..เข้าทาง เตะหมูเข้าปากหมา เสียเปรียบฝ่ายทักษิณ ทันทีทันใด กองกำลัง นปช. ของทักษิณอ้างว่าอยู่กับฝ่ายประชาชน เรียบร้อยโรงเรียน “แม้ว” ไปแล้ว กองกำลังโจรเสื้อแดงของทักษิณ ต้องการ ปล้นประเทศชาติ “ยุให้รำตำให้รั่ว”” ให้สหรัฐฯ เห็นว่า ไทยไม่แคร์ว่าสหรัฐฯเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ ไม่เข้าใจจริงๆว่า “รัฐบาลทหาร” จะปล่อยไว้เป็นเสี้ยมหนาม “ตำตีน” ประเทศไทยต่อไปทำไมไม่มีเหตุผล หรือว่า ต้องการ”งบประมาณ” ซื้ออาวุธเพิ่ม ก็ทำ “งบประมาณทหารเพิ่ม”ในนามของรัฐบาลประยุทธ์ซี  เล่นไม่ยาก ทุกวันนี้ ประชาชนมีปาก..เหมือนมีตูด พูดไม่ออกอยู่แล้ว)
                จะสังเกตว่า โอบามาไม่พูดอะไรเลยกับ "เหตุที่เกิด"  

                (เขาถูกผูกพันทางใจจากการทอดสัมพันธ์ไมตรีให้..คิดมากไปหรือไม่  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะให้อะไรหรือ คราเมื่อไปเยือนประเทศไทย จนอ่อนระทวยไปแล้ว คนทั่วโลกเห็นกันชัดๆ จากสายตาของ(อดีต)นายกฯ หญิงของไทยส่งเสน่หาหยาดเยิ้มทางสายตาเอาไว้ก่อนหรือจะเรียกว่า ส่งไมตรีจิต ชนิดทำให้คิดลึกให้เกิดอารมณ์ “รักคนไทย” ขึ้นมาจนตัวสั่น ก็ยังได้)

                มีแต่ "เจน ซากี" โฆษกกระทรวงต่างประเทศ พูดอยู่คนเดียว? ขณะนี้ ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องแปลความใดๆ ว่า สหรัฐฯ  โดย CIA กับการเมืองระบอบทักษิณ ร่วมผลประโยชน์ในไทยกันมาตลอด ใช่หรือไม่?

                 (รู้ช้า..ดีกว่าไม่รู้อะไรเอาเสียเลย)
                ดังนั้น เมื่อผลประโยชน์ในไทย ในภูมิภาคนี้ ผ่านการใช้ไทยเป็นศูนย์ปฏิบัติการ กำลังจะเสียไปพร้อมอำนาจระบอบทักษิณ CIA จึงออกตัวแรง!

                (พูดตรงๆ ตรงเผงอย่างนี้อย่างนี้ดูดีกว่า ฟันฉับไม่ซับซ้อน )
                และฟันธงได้เลย ตั้งแต่สมัยนางคริสตี เคนนีย์ เป็นเอกอัครราชทูต ไม่เพียงตัวนางเคนนีย์ สาย CIA เท่านั้น ที่ปรากฏเป็นข่าว มีเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ เดินทางไปพบปะ คลุกคลี เรียกว่าสนับสนุนขบวนการเสื้อแดงในอีสานชนิดเปิดเผย ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า นั้น                

                (พูดต่อ..ให้เข้าเนื้อเข้าไปอีก..)
                ไม่ใช่สั่งการจาก "ทำเนียบขาว" 

                (เข้าไปรับรู้หรือสั่งการกับเขาด้วยหรือขอรับ..”หน้าต่างมีหู ประตูมีตา”ถึงได้รู้ขนาดนั้น ความลับสุดยอด ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น มีใครหรือจะเข้าไปล้วงคองูเห่า )
                แต่เป็นสั่งการจากขบวนการ CFR ที่มี CIA เป็นมือปฏิบัติการ!

                 (ถ้าไม่มีหลักฐานดิ้นไม่หลุด ฉุดไม่อยู่ ประกอบคำพูด นอกจากคะแนนที่เหลือเกือบศูนย์ จะกลายเป็นติดลบเข้าไปอีก ในสนามรบนอกจากอาวุธสงครามที่เหนือกว่าสัตรูแล้ว ยังจะต้องใช้สมอง คำว่า เสนาธิการฯ  มีความหมายความสำคัญอย่างไร)
                เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในไทย มีกี่ร้อย-กี่พัน ผมไม่ทราบ

                 (เรื่องแค่นี้ น่าจะรู้ ถ้าไม่รู้เรา รู้เขาแล้วจะไปรู้เรื่องในทำเนียบขาวได้อย่างไร คำเตือนจากคนโบราณยังใช้ได้จนถึงปัจจุบันนี้ คือ ปลาหมอตายเพราะปาก รู้ไว้บ้าง ว่า พูดแล้วคำพูดเป็นนายคนพูดอาจจถูกเรียกว่า เป็นบ่าวด้วย อ่ะ..ปล่าว..)
                แต่บอกได้ว่า...ที่ใช้คำว่า เจ้าหน้าที่สถานทูต นำคณะเจ้าหน้าที่นั้น-นี้ จากสหรัฐฯ ลงพื้นที่ พบปะขบวนการแดงทั้งแผ่นดิน ระบอบทักษิณนั้นเป็นพวก CIA ในคราบ เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ!

                (รู้มากยิ่งกว่านั้น ..รู้เข้าไปนั่น..ผมละ..ถึงกับใบ้รับประทาน อึ้งกิมกี่ “อาตี๋” เป็นงงส์ “ตั้วอาเฮีย”  เรียนรู้เรื่องการนั่งเทียน แบบหลับตาเห็นมาจากสำนักไหนครับ ตัวเกล้ากระผมเอง ยิ่งกว่าลืมตามอง  เบิ่งตาหรือแหกตามอง ยังมองไม่เห็น )
                สถานทูตสหรัฐฯ และบ้านพักเจ้าหน้าที่ จะอยู่ถนนวิทยุ  แต่อยากจะถาม...ถามใครก็ได้ ทั้งระดับรัฐบาลไทย และกลุ่มทุนอีลิตไทยว่า...รู้ใช่มั้ย.... CIA เช่าโรงแรมระดับ ๔-๕ ดาว ย่านราชดำริ เป็น "กองบัญชาการลับ" ชนิดยกฟลอร์ อยู่กันชนิด "นอกและเหนือกฎหมายไทย" มานานนับเป็นปีๆ แล้ว หรือเป็น.....สิบๆ ปีแล้วด้วยซ้ำ!?ไม่ต้องตกใจกันไป เพราะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย สำหรับ CIA กับกลไกเหนือการเมืองและประเทศไทย

                (ปิดข่าวไว้ทำไม ตั้งนมนาน “ ยาน..จนเหี่ยว ไปหมดแล้ว” สายลับทั่วโลก เขาก็ทำกันอย่างนั้นมา ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว เข้าไปสาวไส้สาวพุง ประเทศที่เขาต้องการรู้ให้ถึงกึ๋น ก็จะใช้สายลับ(ไม่ว่าจะชื่อว่าอะไรก็ตาม) ไปในนามของตัวแทนประเทศ  ( ดูหนังฮอลลีวูดกันมั่ง ปะไร ดูหนังไทยกันมั่งก็ยังดี นี่สายลับพี่ไทยเล่นแต่ดูยี่เก กับ ปาหี่จีน  ย่ำเท้าอยู่กับที่อยู่นั่นแหละ)
                ไม่ต้องย้อนไปถึง พ.ศ.๒๔๘๘ หรอก เอาแค่ พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็พอ "เอกสารบันทึก" ที่เปิดเผยได้หลัง ๕๐ ปีผ่านไป มีไว้ตอนหนึ่ง ดังนี้
    -USA ให้ความช่วยเหลือไทยมาก แลกกับการตั้งหน่วยงานในไทย และสามารถเข้าถึงหน่วยงานไทยได้ทั้งหมด
    -เป็นยุค CIA ครองไทย 
                (อุ้ย!!! เอาเรื่องจริงมาพูดเล่น เรียกว่า อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แล้ว มีอะไรใหม่ๆ ไหม..เพ่)

                ..เท่านี้ก็คงเห็นภาพในความเป็นไปขณะนี้ สหรัฐฯ  โดย CIA ทำกับไทย บนคำที่เขาอ้างว่า "ไม่เข้าข้างฝ่ายใด" ฉะนั้น เราต้องมีสติ ต้องแยกแยะในการรับมือ และการตอบโต้ ระหว่างความเป็นสหรัฐฯ กับความเป็นสหรัฐฯ ของคนกลุ่มหนึ่งในคราบ CIA)

                (พูดเข้าท่าน่ารับฟัง... มีสติแต่ไม่มีสตังค์ มันก็จะไม่มีสมาธิตามมาด้วย นะขอรับ ครับกระผม )
                เพราะบนความเป็นสหรัฐฯ กับไทย ตัดกันไม่ขาด เป็นศัตรูกันไม่ได้ เท่ากับไว้เนื้อเชื่อใจกันก็ไม่ได้ เช่นกัน

                 (ด่ากันชนิด”เช็ดเม็ด..” ขนาดนี้ ทำให้คิดว่า ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย  ช่างไม่รู้กันบ้างหรือ “รู้เขารู้เรา”น่ะ )
                เหมือนประเทศไทย บนความเป็นเหลือง แดง ขาว ดำ  กปปส.หรือ นปช.และไม่ว่าระบอบไหน เอ๊..ยังไม่ทั้งบ้า ทั้งเมา ตัดความเป็นคนไทย "ร่วมประเทศไทย" กันไม่ได้เช่นกัน!

                (ไม่ว่า จะบ้า หรือเมา..อย่างไรก็ตามมีคำพูดที่ว่า “ว่าอะไรก็ว่าตามกัน” บ้าก็บ้ากันด้วย เมาก็เมาด้วยกัน ไม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเห็นต่างหรือเห็นตามกันอย่างไรก็ตามที  ควรใช้เหตุผลส่วนใหญ่ อย่าใช้อารมณ์วู่วามมันยิ่งกว่าทั้งบ้าทั้งเมา..)
                  ที่ต้องทำความเข้าใจกันให้ตรง....การเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง!

                (ขอรับครับกระผม...  เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญริงๆ ถ้ามีคนเก่ง..แต่โกง..โดยเฉพาะมี “คนเจ้าอารมณ์” ครองอำนาจ ประเทศชาติก็บรรลัย..จับตาดูเกาหลีเหนือ ไว้ให้ดีในวันนี้ จะได้เห็นเป็นตัวอย่างว่าจะเป็นอย่างไรในวันหน้า )
                แต่การทัพ คือกองทัพไทย กับกองทัพสหรัฐฯ รวมทั้งประชาชนสหรัฐฯ ไม่มีอะไรแตกแยก ไม่มีใครมองใครเป็นศัตรู
  ทุกอย่างคบหาและเป็นไปเหมือนเดิม โดยเฉพาะกิจการระหว่าง "ทหารต่อทหาร"
                ฉะนั้น คอบรา โกลด์ เราอย่าเอาการเมืองไปสรุปทหารอเมริกัน

 

                (ขอบคุณที่ดวงตาเห็นธรรม ควรทำความเข้าใจกันให้ดี  หวังไว้ล่วงหน้า ณ วันนี้ว่าประเทศไทยคงจะไม่เกิดวิบากกรรม รัฐบาลคงจะไม่โหมโรงบรรเลงกันเละเทะ ถึงกับบรรลัยลงไป แต่ยังใจหายใจคว่ำ..อยู่ทุกคืนทุกค่ำ..อยู่ในขณะานี้..) 

                ขอย้ำว่า เนื้อหาข้างบน (นอกวงเล็บ) นั้นรวมทั้งประโยคสรุป  “ท่านเปลว สีเงิน” เขียนขึ้นมาตามทัศนคติของท่าน

                “ฉะนั้น คอบบรา โกลลด์ เราอย่าเอาการเมืองไปสรุปทหารอเมริกัน”   ท่านเขียนเตือนไว้ลงตรงนั้น..ครับผม..

 

ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับไหลลุ่มหลง ถ้ายังไม่ตื่นลืมตาไม่ขึ้น ประเทศชาติก็อยู่ยาก การได้สหรัฐฯ เป็นเพื่อนช่วยประคองไว้ ไม่ให้ล้ม มีโอกาสแข็งแรงและเติบโตได้ในอนาคต  ฐานะพันธมิตรฯ ระหว่างไทยกับสหรัฐที่มีต่อกันมายาวนาน ดีกว่า นอนหลับทับสิทธิ์ ถึงขนาดที่ว่า  ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเป่าหูให้สหรัฐฯ ลังเล..(กือบหลงทาง)ยังไม่รู้ตัวกันอีก

                ประเทศไทย ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือการเมือง ณ ปัจจุบันอยู่ปลายแถวต่อท้ายประเทศข้างๆ บ้าน ชนิดพูดได้ว่า “ตามไม่ทันเขาแล้วละต๋อย!!!!”

                ยังจะผลักให้มิตร กลายเป็นสัตรูไปเสียอีก รู้ตัวกันบ้างไหม การบ้านการเมืองการปกครองประเทศไทย..ในวันนี้     

                 ..มีอยู่แต่พวก “พิษน้อย..หยิ่งโยโสแมลงป่อง.”กันหมดแล้วละหรือนี่..