Get Adobe Flash player

พลังเงิน..คือพลังอำนาจ โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 “พลังเงิน คือ พลังอำนาจ,,,” พลังเงิน สามารถชักพาเจ้าของเงิน (อาจจะลงขันกันหลายราย) คนมีเงิน ระดับพันล้านหมื่นหรือแสนล้าน ก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้กุมบังเหียนประเทศไทย” มีให้เห็นเป็นตัวอย่างเช่น ทักษิณ ชินวัตร คำพูดย่อๆ พอให้ได้ใจความว่า พลังเงินคือใบเบิกทาง เป็นสุดยอดยุทธศาสตร์ในการครอบครองประเทศด้วย “เงินต่อเงิน”    

                กรณีของวัดธรรมกาย เข้าข่ายเงินต่อเงินอย่างแน่นอน “ธรรมกายจะเป็นหัวขบวนหรือ ?..ไม่ง่ายนัก ” “หัวเดียวกลุ่มเดียว ตัวเดียวอันดัว (ธัมมชโย”) คงจะเดินหน้าเพื่อกุมบังเหียนประเทศได้ยากส์ ถ้าไม่มีแนวร่วมเป็นคนที่มีเหลี่ยม ไม่เพียงแต่แค่เหลี่ยมสองเหลี่ยม แต่เป็นสี่เหลี่ยม หมายถึงคนที่มีเล่ห์เหลี่ยม คม จัด ชัดเจน  (บ้ากามอีกด้วย) คนเข้าข่ายลักษณะนั้น เป็นผู้ “วางเงินลงขันส่วนหนึ่ง” เป็นเงินของผู้เลื่อมใสในศาสนาเลียนแบบ “พุทธศาสนา” (ต่างกันกับลัทธิธรรมกาย) ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  “นับถือศาสนาพุทธ” เป็นศาสนาประจำชาติ  ประเคนให้ด้วยความลุ่มหลง ทุ่มเงินทำเงิน (กับลัทธิธรรมกลาย)   หวังผลที่จะได้ “ขึ้นสวรรค์” หลังจากอิ๊บอ๋ายตายอ่ะ...จากโลกนี้ไปแล้ว 

                การทำบุญทุ่มทุนแบบทุ่มเท แก้ว แหวน เงินทอง  มาจาก“สาวก” ที่จะเหลือแต่ตัวเปล่าๆ  (สาวแก่-แม่ม่าย) สำหรับผู้นับถือ “นิกายประหลาด”  (โล้นแล้วหล่อ)  ”ทำปากหวาน” ไว้ว่า “ประตูสวรรค์ขั้นบรมวิมาน” ให้ มีอยู่ทางเดียวที่จะไปถึงนิพพานได้ คือ “ทำบุญ” ถวายที่ดินเงินทอง แหวนเพชรเม็ดใหญ่  สมบัติพัสถาน ทรัพย์สินเงินทอง  จะได้นั่ง ”แถวหน้า” ใกล้กับ “โล้นแล้วรวย”  แถมเผลอไผลเล่นลิ้นว่า “ ศิษยานุศิษย์ที่ถวายเงินทองเป็นกอบเป็นกำ  “โล้นแล้วหล่อ”  (ล่อแต่พุงปลามันเป็นอาหารหลัก) จะได้พาขึ้นสวรรค์ ได้พบพระพุทธเจ้า ลามปามถึงขนาดนั้น “บุญ” ที่สาวกศิษยานุศิษย์นำไปประเคนให้ “โล้นแล้วหล่อ” กับ “พวก “ขอโล้นแล้วรวย” เพื่อจะขอส่วนบุญ เพราะเชื่ออย่างฝังหัว เชื่อจนงมงายว่า  ตายไปแล้วได้เกิดใหม่ ชนิดที่เรียกว่า “ว่องไว”  ไม่ต้องแย่งกับอดีตสัตว์สี่เท้ามาเกิด  พวก“โล้นขอรวย”  ( จากเนื้อเพลงเ พลงหนึ่งว่า “หมาจะเกิด ชิงหมาเกิด”จะได้เกิดใหม่อย่างคล่องแคล่วไร้คู่แข่งขัน คือ เกิดเป็น “เปรต” สิ่งของของที่หลอกเอามาจากชาวบ้านหลอกจากชาวบ้าน หลอกชาวประชาว่า เป็นการทำบุญ ต่อบุญสะสมความร่ำรวยไปอีกไม่รู้ว่ากี่ชาติต่อกี่ชาติ

                พวกเปรตโล้นแล้วรวย  ตายไปก็จะเห็นเป็นสัจจธรรมว่า “ซวยแล้วกู” สิ่งของที่พวก “หล่าโล้น” หลอกมา  ได้แต่เพียงได้เห็น กินเองไม่ได้ เพราะ เปรตที่มาเกิดจาก “พวกโล้นแล้วรวย” แต่ละตน จะมีปากเท่ารูเข็ม จะยัดข้าวปลาอาหาร ที่ลอยมากินอย่างมูมมามไม่ได้ อ้าปากไม่ขึ้น อาหารที่มีคนใส่บาตรมาให้ ยัดลงปากเล็กเท่ารูเข็ม ได้”ก็เพียงมื้อละเท่าขี้เล็บเท่านั้น

                 ณ .ที่แห่งแห่งนั้น (พวกคนบาปไปสิ่งสู่กัน  หาใช่สถานที่เรียกว่า “สวรรค์วิมานแต่อย่างไรไม่” แต่ละที่เรียกว่า “นรก” ทั้งสิ้น อยู่ตามซอกเขากระดิกกระเดี้ยตัวยากสส์  ส่วนที่อยู่ใต้ดิน กว้างยาวเท่าขนาดเอาแค่เอาตัวรอด ลง  “รู” ได้เท่านั้น รวมๆ ทั้ง “โล้นแล้วรวย” กับสาวก ถึงจะทุกข์จะร้อนหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม “หาได้ถ่ายทุกข์” แบบที่เคยเป็นมนุษย์มนาได้เหมือนเดิมแต่อย่างไรไม่ “ยืนถ่าย” (อย่างเก่งก็โก้งโค้งถ่าย)สำหรับพวกเปรตบาปหนา ดูหมิ่น “ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ตามคำสาปแช่งของผู้ที่ไม่ได้หลงผิด คิดชั่วไปกับ “โล้นแล้วหล่อ” หรือสาวก “โล้นแล้วรวย” แต่อย่างไรไม่

                ขอรับ..พระคุณท่าน พูดถึง “โล้นแล้วหล่อ”  บางตน “โลนแล้วรวย”  กำลังจะ “ซวยกะลุ๊กม้อ”  เพราะสายสิญจน์แห่งกรรม  กำลัง “มัดตราสังข์” พวกเหล่านั้น อย่างเข้มข้นแล้ว ณ นาทีนี้ โดย คณะ  ดี.เอส.ไอ. ผู้ถนัดตามจับ ตามไล่ตามล่า พวกโล้นแล้วหล่อ โล้นแล้วรวย ทั้งสองโล้น บาปไล่ “เช็คบิลล์” รวด เร็วราวกับจรวดแล้ว  ขอรับท่าน

                ขณะนี้เสียงดังหวั่งเหว่งวังเวงว่า   “กำลังซัดกันนัว”  จากการเสนอข่าวของ  TNEWS” ขอนำ “ข้อคิด”  จากการเสนอข่าวของทีนิวส์ (บางส่วน)ให้ทัศนา เพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตาเรื่องมโหฬารพันลึก (ที่กำลังนำมาเสนอต่อจากนี้) ให้กับผู้อ่าน นสพ เสรีชัย  บางส่วน ให้เห็นว่า  “ไผเป็นไผ..ใครเป็นเปรต” กันบ้าง"ธรรมกาย-ระบอบทักษิณ" แนวร่วม !!! ยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายทางการเมือง ระบอบทักษิณ วัดพระธรรมกาย การเมือง พุทธศาสนา 

                (เนื้อหาจากคอลัมน์ :” เจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก” (ของ TNEWS เป็นบางส่วน)

3

 

 

(ภาพที่เห็นยู่นี้ เป็นภาพยืนยันได้ว่า  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรพร้อมกับคตรอบครัว ชินวัตร  เลื่อมใสศรัทธาต่อวัดธรรมกาย ถูกวิพาษวิจารณ์ว่า  ตระกูล ชินวัตร และแกนนำพรรคเพื่อไทย ไปร่วมกิจกรรมกับวัดพระธรรมกายเป็นการส่งผลประโยชน์กันทั้งการเมืองและชื่อเสียงเกียรติยศ) ...............................................................................................................................................

                ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย จนกระทั่งเดินมาสู่การแบ่งออกมาเป็น2นิกาย มหานิกายและธรรมยุตินิกาย.....................................

                หลังจากนั้นก็พบว่าพระสงฆ์และวัดสายมหานิกายได้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่วัดพระธรรมกายได้ก่อตั้งขึ้น และได้มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ โดยการรวบรวมเอาพระสงฆ์จากสายมหานิกายมาร่วมทำกิจกรรม จนในวันนี้สามารถพูดได้ว่าวัดพระธรรมกายถือเป็นวันศูนย์กลางแห่งหนึ่ง……………………………………….

                นอกจากนั้นการแผ่ขยายอิทธิพลของวัดพระธรรมกายได้ไปผูกโยงกับกลุ่มบุคคลภายนอก และที่ถูกพูดถึงมากที่สุดความเชื่อมโยงกับคนในตระกูลชินวัตรที่มีลักษณะความสัมพันธ์เกื้อหนุนจุนเจือกันมาตลอด

                หรือที่ชัดเจนก็คือเมื่อวันที่ 18มี.ค. 2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแต่งกายในชุดสีขาว ในการเป็นประธานพิธีตักบาตรพระ 22,600 รูป ฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่บริเวณประตูน้ำ ถนนราชปรารภ โดยมีพระธรรมกิตติวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชโอรส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งในการตักบาตรในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยสำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และ 40 องค์กรภาคี โดยมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด รวมถึงตัวแทนภาครัฐและเอกชน พุทศาสนิกชนจำนวนมาก หลั่งไหลเข้าร่วมงานจำนวนมาก

                (ข่าวทั้งหมดข้างต้น น่าจะบอกถึงความสัมพันธ์ล้ำลึก ที่มีต่อกันและกันขนาดไหน..ถึงไหนๆๆๆ.......( ผู้เขียนคอลัมน์คนละเรื่องเดียวกัน)  ขอต่อความยาวสาวความยืด ยืน (ตาหยี) ยันว่า  วัดธรรมกาย เสื้อแดง และทักษิณ เป็นหน่อเนื้อเดียวกัน

                ล่าสุดในวันนี้ (หมายถึงวันนั้น ผ่านมาหลายวันแล้ว) ได้เห็น นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ได้ออกมาโพสท์ข้อความผ่านทางเฟชบุคโดยยืนยันว่าวัดพระธรรมกายเป็นฝ่ายเดียวกับ คนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

                นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่าการรุกโจมตี "วัดธรรมกาย" อย่างดุเดือดเมามัน ด้วยข้อกล่าวหาที่ ฉกาจฉกรรจ์ว่า "เป็นปาราชิก อวดอุตริมนุสธรรม" ทั้งที่ผู้กระทำนั่นแหละคือ "พวกปาราชิก พวกอุตริมนุสธรรม"  “เหิมเกริม ถึงขั้นนำเอาสากกะเบือ ดอกไม้จันทน์ กางเกงในหญิงที่เปื้อนอาจม รองเท้าแตะ ไปเป็นสังฆทานให้กับพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่  (ถามว่าใครทำ) เป็นการพุ่งปลายหอกเพื่อทำลายล้างกลุ่มพระสงฆ์ ที่ถือว่าเป็นฐานกำลังสำคัญของฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายคนเสื้อแดง ฝ่าย นปช.ฝ่ายอดีตนายกฯ ทักษิณ อย่างชัดแจ้งนี่คือการ "รุกโจมตีทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของพวกอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม ด้วยการรัฐประหารครั้งนี้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ทำให้เสียของ" ผลึกรวบยอดที่กำลังจะคลอดตามมาคือ "รัฐธรรมนูญฉบับฟื้นคืนประเทศไทย ไปสู่รัฐข้าราชการ อนุรักษ์นิยม ระบอบอภิชนาธิปไตย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จะเป็นเพียงผู้คอยก้มหน้าก้มตารับใช้ผู้มีอำนาจทางการเมืองอย่างเซื่องๆ เท่านั้น (ข้อความที่ “หมอแหวง” โพสท์มีใจความว่าอย่างนั้น)

                ความสัมพันธ์ของระบอบทักษิณ กับวัดพระธรรมกาย ไม่ได้ปรากฏเฉพาะการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้นแต่ยังพบประเด็นข้อสงสัยว่าที่ผ่านมาได้มีการช่วยเหลือ ทั้งในทางคดีและการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยใช่หรือไม่ ยกตัวอย่างคดีอือฉาวของพระธัมมชโย ที่อัยการได้ถอนฟ้องเมื่อปี2549 นั้นก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะความช่วยเหลือของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในยุคนั้นใช่หรือไม่

                ต้นตอของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 มีการกล่าวหาพระธัมมชโยว่า ยักยอกเงินและที่ดินที่บรรดาญาติโยมบริจาคให้วัด และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ชิดสีกา บิดเบือนคำสอน และอวดอุตริมนุสธรรม กรมที่ดินตรวจพบการครอบครองที่ดินของธัมมชโยจริง  กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม กล่าวโทษในคดีอาญา ม.137, 147 และ 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยร่วมกันยักยอกทรัพย์และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกาย จำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์ (จำเลยที่ 2) และนำเงินอีกเกือบ 30 ล้าน ไปซื้อที่ดินกว่า 900 ไร่ ใน ต.หนองพระ (จ.พิจิตร) และที่ ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยโอนกรรมสิทธิ์ให้นายถาวรอีกเช่นเคย

                นอกจากนี้ ยังมีอดีตทนายความวัดพระธรรมกาย และ ประชาชน ที่เคยเลื่อมใสศรัทธา ในวัดพระธรรมกาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีพระธัมมชโย ฐานฉ้อโกงเงิน 35 ล้าน โดยแยกเป็นคดีความทั้งหมด 5 คดี ในที่สุด สำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ฟ้อง เรื่องจึงเข้าสู่กระบวนการของศาล มีการสอบพยานและการดำเนินพิจารณาคดี ตั้งแต่ปี 2542-2547 เหลือสืบพยานจำเลยอีก 2 นัด ในวันที่ 23 กับ 24 สิงหาคม 2549 เท่านั้น

                แต่แล้วอัยการสูงสุด นายพชร ยุติธรรมดำรง ก็มีคำสั่งให้อัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ถอนฟ้องในวันที่ 21 สิงหาคม พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ซึ่งเป็นโจทก์ โดย เรืออากาศโทวิญญู วิญญกุล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 ก็ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาล อ้างเหตุในการถอนฟ้องว่า บัดนี้ ธัมมชโย หรือนายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของสงฆ์แล้ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ

                นอกจากนี้ ยังได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกิจการของศาสนา ทั้งของคณะสงฆ์ ภาครัฐ และเอกชนจำนวนมาก อีกทั้งธัมมชโยกับพวกก็ได้มอบทรัพย์สิน ทั้งที่ดินและเงินกว่า 959 ล้านบาท คืนแก่วัดพระธรรมกายแล้ว จึงเป็นการปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ครบถ้วนทุกประการ ประกอบกับขณะนี้บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติทุกหมู่เหล่า เห็นว่าหากดำเนินคดีธัมมชโยกับพวกต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยก นอกจากนี้การดำเนินคดีต่อไปยังไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงมีคำสั่งให้ถอนฟ้องในคดีนี้ (พูดไปสองไพเบี้ย..นิ่งเสียก็ ...เปลี้ย..ด้วยกัน)

                จะเป็นความบังเอิญหรือเกี่ยวข้องกันอย่างไรก็ไม่ทราบ ก่อนหน้าที่อัยการจะถอนฟ้องเพียงเดือนเศษ ในวันที่ 18 กรกฎาคม2549 พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ได้ใช้สถานที่วัดพระธรรมกาย จัดงาน “รวมใจทุกศาสนา พัฒนาท้องถิ่นไทย ถวายองค์ราชา ครองราชย์ 60 ปี” โดยระดมเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ 80,000 คน มาร่วมงาน ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาด้วย

                แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนปช.เมื่อปี2555ที่ผ่านมา กำลังถูกตรวจสอบว่า อดีตอธิบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าไปฝึกอบรบอยู่ในวัดพระธรรมกาย เข้าไปสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่

                จากกรณีอนุมัติค่าใช้จ่ายโครงการฝึกอบรบจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน 2,500 คน เมื่อวันที่ 7-16 มิถุนายน 2555 ที่วัดธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และมีการศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการสัตว์ป่า ที่สวนสัตว์ดุสิต โดยเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ซึ่งพบว่า มีการนำเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าร่วมในการชุมนุมของ นปช.ด้วย            

                 มีรายงานข่าวจาก DSI ว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดี “ดีเอสไอ” และหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี ยักยอกทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมูลค่าความเสียหายกว่า 16,000 ล้านบาท โดยมีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหาร สหกรณ์ฯ คลองจั่นกับพวก 8 คน เป็นผู้ต้องหา เปิดเผยว่า พนักงานอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นรายละเอียดของการสั่งจ่ายเช็คเป็นรายฉบับรวม 878 ฉบับ ซึ่งดีเอสไอตรวจพบเส้นทางการเงินมีการโอนเช็คกว่า 800 ล้านบาท บริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย  ทั้งนี้ในส่วนของการบริจาคนั้นพบว่ามีเช็คบางส่วนมีชื่อพระธัมมชโยเป็นผู้รับเช็คเอง ดังนั้น DSI จะต้อง          เรียก พระธัมมชโยมาให้ปากคำด้วยตนเอง ไม่สามารถให้ตัวแทนมาให้ปากคำได้เนื่องจากมิใช่ทางวัดธรรมกายเป็นผู้รับเช็ค ทั้งนี้ได้พบว่ามีเช็คบางฉบับมีการสลักหลังและโอนเงินที่มีจำนวนหลักร้อยล้านบาทกลับไปยังบัญชีบุคคลอื่นแทน

                เรื่องเหี่ยวๆ เน่าๆ พันกันอิรุงตุงนัง.. จะเล่นแง่เล่นงานธรรมกาย ฝ่ายเดียว ไม่เกี่ยวกับ ทักษิณ ชินวัตร ..เลยหรือขอรับ..

                ..ครับ..ท่าน(พระเอก ) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา “มีดาบอยู่ในฝัก (กฏอัยการศึก)..ใย..ไม่ควักออกมาปราบโจร..”