Get Adobe Flash player

กฎอัยการศึก คืออะไร (๒)

Font Size:



การตรวจค้น (มาตรา 9)
                การตรวจค้นนั้น ให้มีอำนาจที่จะตรวจค้น ดังต่อไปนี้
1. ที่จะตรวจ ค้น บรรดาสิ่งซึ่งจะเกณฑ์ หรือต้องห้าม หรือต้องยึด หรือจะต้อง เข้าอาศัย หรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีอำนาจที่จะตรวจค้นได้ไม่ว่าที่ตัวบุคคล ในยานพาหนะ เคหสถาน สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ใด ๆ และไม่ว่าเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น
2. ที่จะตรวจข่าวสาร จดหมาย โทรเลข หีบ ห่อ หรือสิ่งอื่นใดที่ส่งหรือมีไปมาถึงกัน ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก
 3. ที่จะตรวจหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ภาพโฆษณา บทหรือคำประพันธ์
   

 การเกณฑ์ (มาตรา 10)

การเกณฑ์นั้นให้มีอำนาจที่จะเกณฑ์ได้ดังนี้
  1. ที่จะเกณฑ์พลเมืองให้ช่วยกำลังทหารในกิจการ ซึ่งเนื่องในการป้องกันพระราชอาณาจักร หรือช่วยเหลือเกื้อหนุนราชทหารทุกอย่างทุกประการ
2. ที่จะเกณฑ์ยวดยาน, สัตว์พาหนะ, เสบียงอาหาร, เครื่องศาตราวุธ, และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ จากบุคคลหรือบริษัทใด ๆ ซึ่งราชการทหารจะต้องใช้เป็นกำลังในเวลานั้นทุกอย่าง
     
การห้าม (มาตรา 11)

 การห้ามนั้น ให้มีอำนาจที่จะห้ามได้ดังนี้
1. ที่จะห้ามมั่วสุมประชุมกัน

 2. ที่จะห้ามออก จำหน่าย จ่ายหรือแจก ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ภาพบทหรือคำประพันธ์

 3. ที่จะห้ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส่งซึ่งวิทยุ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์

 4. ที่จะห้ามใช้ทางสาธารณะเพื่อการจราจรไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ รวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถเดินด้วย
 5. ที่จะห้ามมีหรือใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ และเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือทรัพย์สิน หรือที่อาจนำไปใช้ทำเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้
 6. ที่จะห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด
  7. ที่จะห้ามบุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตท้องที่ใดซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยและเมื่อได้ประกาศห้ามเมื่อใดแล้ว ให้ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตนั้นออกไปจากเขตนั้นภายในกำหนดเวลาที่ได้ประกาศกำหนด
 8. ที่จะห้ามบุคคลกระทำหรือมีซึ่งกิจการหรือสิ่งอื่นใดได้ ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำหนดไว้ว่าควรต้องห้ามในเวลาที่ได้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก
     
การยึด (มาตรา 12)
                บรรดาสิ่งซึ่งกล่าวไว้ ในมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 11 นั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นเป็นการจำเป็น จะยึดไชั่วคราวเพื่อมิให้เป็นประโยชน์แก่ราชศัตรู หรือเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราชการทหาร ก็มีอำนาจยึดได้
    
 
การเข้าอาศัย (มาตรา 13)

            อำนาจการเข้าพักอาศัยนั้น คือ ที่อาศัยใด ๆ ซึ่งราชการทหารเห็นจำเป็นจะใช้เป็นประโยชน์ในราชการทหารแล้ว มีอำนาจอาศัยได้ทุกแห่ง

การทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ (มาตรา 14)

การทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่นั้น ให้มีอำนาจกระทำได้ดังนี้
  1. ถ้าแม้การสงครามหรือรบสู้เป็นรองราชศัตรู มีอำนาจที่จะเผาบ้าน และสิ่งซึ่งเห็นว่าจะเป็นกำลังแก่ราชศัตรู เมื่อกรมกองทหารถอยไปแล้ว หรือถ้าแม้ว่าสิ่งใด ๆ อยู่ในที่ซึ่งกีดกับการสู้รบก็ทำลายได้ทั้งสิ้น
  2. มีอำนาจที่จะสร้างที่มั่น หรือดัดแปลงภูมิประเทศหรือหมู่บ้าน เมือง สำหรับการต่อสู้ราชศัตรู หรือเตรียมการป้องกันรักษา ตามความเห็นชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ทุกอย่าง
     
การขับไล่ (มาตรา 15)

            ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอาศัยเป็นหลักฐาน หรือเป็นผู้มาอาศัยในตำบลนั้นชั่วคราว เมื่อมีความสงสัยอย่างหนึ่งอย่างใดหรือจำเป็นแล้ว มีอำนาจที่จะขับไล่ผู้นั้นให้ออกไปจากเมืองหรือตำบลนั้นได้
                มาตรา 15 ทวิ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดจะเป็นราชศัตรูหรือได้ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ หรือต่อคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจกักตัวบุคคลนั้นไว้เพื่อการสอบถามหรือตามความจำเป็นของทางราชการทหารได้ แต่ต้องกักไว้ไม่เกินกว่า 7 วัน 
     
ร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้ (มาตรา 16)

            ความเสียหายซึ่งอาจบังเกิดขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด ในเรื่องอำนาจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในมาตรา 8 และมาตรา 15 บุคคลหรือบริษัทใด ๆ จะร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้เลย เพราะอำนาจทั้งปวงที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ปฏิบัติและดำเนินการตามกฎอัยการศึกนี้ เป็นการสำหรับป้องกันพระมหากษัตริย์ ชาติ ศาสนา ด้วยกำลังทหารให้ดำรงคงอยู่ในความเจริญรุ่งเรืองเป็นอิสรภาพ และสงบเรียบร้อยปราศจากราชศัตรูภายนอกและภายใน

..................................................................................................................................

                ต่อท้ายเรื่อง “กฏอัยการศึก” (ผู้เขียน “คอลัมน์คนละเรื่องเดียวกัน”) มีความเห็นว่า

                  เมื่อ คสช.โดยหัวหน้าคณะ คือ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา  ประกาศ “กฏอัยการศึก”  จะใช้ข้อไหนไปบ้างแล้วไม่ทราบ เท่าที่รู้ที่เห็นผ่านตา คือ เรื่องเรียกตัวบุคคลที่อาจจะเป็นภัยกับประเทศในขณะนั้น หรือต่อจากนั้น “ไปปรับความเข้าใจ”รวมทั้ง เรื่องรับจำนำข้าว “มีหลักฐานว่าไม่โปร่งใส” (จากคณะตรวจสอบ) ประเทศไทยเสียหาย ขาดทุนเข้าเนื้อไปถึง หกถึงเจ็ดแสนล้านบาท ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบ คือ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะประธานโครงการ รู้..แต่ไม่ระงับโครงการ ปล่อยให้ถูกงับเงินคงคลังของประเทศหายวับไปกับตา (เข้ากระเป๋า ..หรือ กระปี๋..ใคร)  ควรหรือไม่ที่จะต้องใช้ กฏอัยการศึก ห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์สมบัติรวมทั้งเงินสดที่มีอยู่ ตลอดถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นทั้งหมด เพื่อยึด ทรัพย์คึน (เงินสดหกถึงเจ็ดแสนล้าน)  คณะรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ อายัดไว้แล้วหรือไร  กระผมและประชาชนส่วนใหญ่ยังมิทราบ จากหัวหน้า คสช. แต่ประการใด ถ้ายังมิได้แถลงแต่อายัดไว้แล้ว ขอขอบคุณ  ที่ทำงานรวดเร็ว ราวกับกามนิตหนุ่ม  สมควรจะได้ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อยู่ ณ วันนี้

                อีกเรื่องหนึ่ง คือ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ นายกรัฐมนตรี หรือ หัวหน้าคณะ คสช. จะใช้กฏหมายธรรมดา หรือกฏอัยการศึก ไม่อนุญาตให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศ  สมควรแก่เหตุและผล ในนามของพลเมืองหัวเดียวกระเทียม (ยัง) ลีบ ขอขอบคุณ  ที่ท่านหยุดยั้งการเดินทางออกนอกประเทศ ของหล่อนได้ฉับไว..

                กระผมเข้าใจดีว่า ท่านมีความปรารถนาดี เรื่อง”ปรองดอง” เมื่อครั้งยังไม่มีตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ยังพออ้อมแอ้มกล้อมแกล้มไปได้  วันนั้นท่านเป็น  “หัวหน้า คสช.” จะปรับเปลี่ยนกฏอัยการศึก ข้อไหนมาใช้ ก็ย่อมได้เช่นกัน แต่วันนี้ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องใช้กฎหมาย ที่ควรใช้กับประชาชนเช่นเดียวกันทุกคน  กระผมยังเปิดหา “ตัวบทกฏหมาย” ข้อไหนไม่เจอ   ส่วน กฏอัยการศึก (กระผมยังเซ่อซ่าหาไม่พบอีกด้วย..) เพื่อควาามถูกต้องเรื่องกฏหมายของประเทศไทย (เสียก่อน) วันนี้ นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ ขันทร์โอชา  ผู้นำประเทศไทย ถ้าท่านมีความต้องการ “ปรองดอง” อย่างแท้จริง..แล้วละก้อ..

                ทางที่ดีที่สุด..กระผมเห็นอยู่ คือ ปฎิวัติรัฐบาล ที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ปราศจากผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง ..

                .“ปฎิวัติ”ใหม่อีกสักทีเหอะ..คราวนี้ จะดอง ..ดองเปรี้ยว..ดองหวาน ..ดองเค็ม. ดองกันให้เต็มพิกัด..

                ปรองดองเรื่อง“จำนำข้าว” เข้าไปด้วย “ปล่อยหมวย” ตัวเป็นๆ น่า จะได้บุญ ยิ่งกว่าปล่อนกปล่อยปลา..เสียอีกนะท่าน

                วันนี้ ..เรื่องยังไม่ถึงโรงถึงศาล.. ยิ่งลักษณ์ .กำลังเป็นโรคไอ  ตะบี้ตะบันไอเสียงแหบเสียงแห้งดัง.. คุก ..คุก..คุก..

                ที่ท่านหัวหน้าคณะ คสช. ทำปฎิวัติ.. จะทำให้คนสวย “หมวยปู” ติดคุก บาปกรรมนะ.ท่าน..ขอบอก..

                มีทางเดียวที่จะแก้ปัญหา ปะ..ฉะ..ดะ..อยู่ข้างหน้า “ปฎิวัติตัวเอง”นับหนึ่งกันใหม่ ..น่าจะไปได้สวย