Get Adobe Flash player

ถูกผีแม้ว..หลอกในฝัน.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

เมื่อสัปดาห์สองสัปดาห์ที่ผ่านมา คยเขียนเรื่อง “ใครเล่นแง่...ถอดยศทักษิณ”  หลังจากนั้นต่อมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  

มีคำสั่งในนามของหัวหน้าคณะ คสช.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่าการถอดยศเป็นเรื่องด่วน  “ถูกติดสปริงตีกลับ” จะมีใคร”หน้าแตก” หรือ “หน้าแหก” บ้าง...ไม่รุ้ซี..  ขอบอกว่า ไม่รู้จริงๆ  อย่าบอกใครเชียว...

 เรื่อง ทักษิณ ชินวัตร  หนี “คดีอาญา” เก่าไปแล้วละต๋อย ไม่ต้องพูดกันอีก รู้กันแล้วว่า เป็นนักโทษหนีคุก  “หนักใจ” แทน คสช. ด้วยเล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับคนระดับเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว  ย่อมจะต้องรู้ “แก่ใจ” ว่า “ยากสส์”ที่ฝ่าฟันพลังเงินไปได้

ทักษิณ ชินวัตร ย่อมจะปวดใจ..โอย..โอ้ย..ปวดใจ สิ้นสภาพ ที่เคยมียศมีเกียรตินำหน้าชื่ออีกต่อไป ว่า(เคยเป็นตำรวจยศ)  พันตำรวจโท (มีคนเกลียดชังกันมากอยู่ทุกวันนี้) เพื่อไม่ให้เป็นราคีกับผู้ที่มียศทางตำรวจ ทหาร ตัวเอง(ทักษิณ) ยืนยัน..(ตะบันราด)ว่าตัวเอง (หนีคุก) หมายความว่า “ผู้พิพากษาตัดสินให้ติดคุก นั่นแหละเป็นฝ่ายผิด เมื่อเป็นเช่นนั้น คนออกคำสั่งให้ ผบ. ตร. เร่งดำเนินเรื่อง “ถอดยศ ทักษิณ”  ก็เป็นคนผิด?..(ไปด้วย)  

ขอทำความเข้าใจตรงนี้กันสักหน่อย ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องเกี่ยวพันเป็นลูกโซ่กรณี นายกฯ (สดๆ ซิ่งๆ)หัวหน้าคณะ คสช.พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา   มีคำสั่งให้ สำนักงานตำรวจฯ ดำเนินเรื่อง “ถอดยศทักษิณ ” ตามขบวนการตามขั้นตอนของคดี..  ผู้ที่ความรับผิดชอบคดีนี้ จะต้องจัดการให้โดยด่วน (อย่าให้กลับกลายเป็น แด็กสส์ ด่วน ทีเดียวเชียว) “ศาลสถิตย์ยุติธรรม” ตัดสินคดี ถือว่า “สิ้นสุด”ไปตามนั้น ( แต่ยังให้อุทธรณ์ หรือ ฎีกา ได้ )

การหนีคำสั่งศาลฯ มีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า ประชาชนชาวไทย ถูกติดคุกคือสิทธิเท่าเทียมกัน (ไม่ว่าเศรษฐี ยากดีมีจน) มีสิทธิเท่าเทียมกัน (จะได้รับ“บริการ” เท่าเทียมกัน อยู่แล้วทุกคนประชาชนคนธรรมดา (อย่างผู้เขียน) เห็นว่า การตัดสินคดีต่างๆ ของ นักการเมืองเรื่องทุจริตผิดกฏหมายไม่ควรจะเปิดโอกาสให้ อุทธรณ์ ฎีกา(ด้วยซ้ำไป)   การตัดสินคดีใดๆ ก็ตาม..เมื่อผู้พิพากษาตัดสินแล้วไม่ควรจะมีการอุทธรณ์ ฎีกา (เผื่อไว้ ให้วิ่งเต้นฟาดฟันกันอีกยกด้วย เงินงัดปาก ไม่ละอายใจกันบ้างหรือไรพูดๆ กันว่า “มีแต่หมากับคนจนเท่านั้น ที่ติดคุก”  )

ตามที่กล่าวมาคำพิพากษาเบื้องต้น ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถูก “ลงโทษ” (ตามตัวบทกฏหมาย)ไม่ระบุว่า จะมียศฐาบรรดาศักดิ์ อย่างไร หรือยศสูงยศใหญ่ทางราชการ เป็นนายทหาร นายตำรวจ อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ กฏหมาย ที่ใช้อยู่ภายการปกครองของประเทศไทย มีกฏเกณฑ์เดียวกัน สิทธิเหมือนกัน  แต่ไม่เท่าเทียมกัน

แต่ถ้าหากเห็นว่า  “ถูกศาลพิพากษาลงโทษโดยไม่มีไม่ผิด ”ต้องการความยุคิธรรม (เข้าข้างตัวเองต่อไป) มีพยานหลักฐานต่างๆแสดงว่า เป็น“นักโทษ” (จากการถูกตัดสินจำคุก เบื้องต้นไปแล้ว ) หาได้ทำผิดแต่ประการใดไม่  (หรือทุจริตจริง) ก็ควรดำเนินเรื่องตามขั้นตอนทั้งอุทธรณ์ และฎีกา  มิใช่จะใช้วิธี  “หนีศาล”

 ตำแหน่งการปกครองสูงสุด  คือ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (เคยดำรงตำแหน่งนั้นมาก่อน) ปฎิเสธ “คำพิพากษา” โต้ตอบจะหักล้างคำตัดสินที่ศาลสั่ง  “หนีคุก” อย่างน่าเกลียด ณ วันนี้ หลังจากถูกรัฐบาลน้องสาวทักษิณถูกปฎิวัติ แต่ยังได้รับความปราณีเรียกว่า “ปรองดอง” อีกต่างหากเป็นการกระทำหักหาญท้าทายกฏหมาย  (ไม่อาจจะเลี่ยงได้ว่า ฮั้ว หรือซี้แหงกัน คำว่า ”ปรองดอง”ของ คสช.ทุบโต๊ะเปรี้ยงใช้อำนาจ แทนกฏหมาย)

 เวลาเปลี่ยนไป ใจคนก็เปลี่ยนแปร  เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ตัดเยื่อไม่เหลือใยว่า “ไม่เอาด้วยกับเรื่องปรองดอง”  ใครจะเอายังไง..ก็เอากันไป..(ไม่ต้องเกรงใจ หรือไว้หน้า สาม ป. กันแล้ว)  ทักษิณ ชินวัตร คงคิดว่า  วันหน้ายังมีเวลา..ตามล้างตามเช็ดได้อีก ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า คงมีวัน “ชำระแค้น” (วันนี้แน่นหน้าอกไปก่อน..นะแม้ว)

สำนักงานตำรวจ (หรือกรมตำรวจแห่งชาติ ขณะนั้น) ขึ้นอยู่กับผู้ที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยตรง..(ตรงนี้ผิดมากผิดชนิดที่อ้างไม่ได้เลยว่า เป็นประชาธิปไตย) โดยการกระทำของ ทักษิณ ชินวัตร ทั้งกุมทั้งกำ กำลังตำรวจไว้ไม่ยอมปล่อย (ให้อยู่อย่างทาสแต่อิ่มหนำสำราญกันดีแด็กส์กันพลุงปลิ้น)   ตัวเขามั่นใจว่าตัวเอง จะ ยิ่งใหญ่ไปอีกตลอดชีวิต เพราะมีกำลังตำรวจ จงรักภักดีกับเขาอยู่  ความคิดเกเรเกตุงยังไม่สิ้น จะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้ ยังใช้บริการของใครเอ่ย ดึงเรื่องไว้ ไม่สนใจกับการติดตาม “จับคนหนีคุก” เพียงแต่ทำเรื่องถึงผู้นำประเทศไปอาศัยอยู่เท่านั้นก็ตามจับได้..ไม่ทำ..ทำไมถึงไม่ทำหรือผู้นำเกรงว่า ข้ามหน้าข้ามตา เกียรติตำรวจของไทย แข็งแรงขนาด..ไม่รู้ล้ม..

ข่าวการกลับมาใหม่อยู่ยาวและใหญ่โตมโหฬาร ของ ทักษิณ ชินวัตร  (ทำท่าว่าจะไปได้สวย) เหล่ตามองดูที่สำนักงานตำรวจ”  เห็นว่าวันนี้ ตำรวจแห่งชาติ  (?) แทง เต็มๆตรงๆ ไม่หันซ้ายแลขวา  ไม่แทงกั๊กกันแล้ว  “ลุ้นคนหนีคุกสุดลิ่ม ทิ่มประตู” ตัดสินแทนศาลไทย แล้วว่า พันตำรวจโท ของพวกเขาไม่น่าจะถูกถอดยศ  จึงดึงเรื่องเอาไว้ช้คำว่า “ปรองดอง” แทน  รู้สำนึกกันหรือยังว่า “ไผเป็นไผ”  (รู้แล้วอยากจะลองของหรือยังไง..ก็ว่ามา) 

มาจะกล่าวบทไป ถึง ผู้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (แห่งชาติเชียวนะ) อย่าทำเป็นล้อเล่นไป “พรวดพราดโพล่งพูด” ขึ้นมาอย่างน่ากลัว ท่านพูดประทับใจได้ใจความว่า   ก็ว่าไปตามขั้นตอนตามกฏหมาย จะเสร็จ (หรือไม่เสร็จ) เมื่อไหร่..บอก (วันเวลา) ไม่ได้  ( รอไว้ชาติหน้าตอนบ่าย ค่อยมาถกกันใหม่ (หรืออยากจะแตกหักกันตอนนี้ ..)

ขอกระซิบเสียง ดังแหบๆ เหมือนฆ้องแตกว่า เตือนกันไว้ว่า                              

“ ถ้า..รักความสงบ.. จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ..” เหมือนกับว่าจะเกิดศึกสงคราม

ถามว่าจะให้ไปรบกับใคร ตอบไม่ยากส์“จะมีใครที่ไหน” ก็กับกำลังพลคนที่ตรียมต้อนรับมือ กับ คสช.ชื่อคุ้นๆ กันว่า “ไอ้หน้าคางคก”  คำตามหลังจะเรียกว่านามสกุล ก็ได้ว่า“จกเปรต”เรียกกันว่า “คางคก จกเปรต”..ยังไง

หัวขบวนเป็นคนหน้าเหลี่ยมอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เจ้ามูลเมือง”มานานแล้วได้ทีขี่ “คางคก” ไล่  “คสช.”

ขอเตือนด้วยความหวังดี และประสงค์ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง (ท่านผู้มีเกือกบู๊ท)  ตั้งแต่ นายพลตรี ถึงพลเอก.ทุกเหล่าทัพ ทุกคนที่อยู่ในขบวนการ “ล้มล้างรัฐบาลของน้องสาวเจ้ามูลเมือง (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ที่ตัวเขาเองปั้นมากับมือ” (ต่างกับปั้นน้ำเป็นตัว)  “พวกนายพล” นอนฝันกันดีกันต่อไปให้ตลอด.. ก็แล้วกัลลล์ แล้วจะรู้ว่า “น้ำตาลขม”เป็นอย่างไร ส่วนสามใบเถา สาม ป. ก็คงจะเหลือแต่ “ตอ” เท่านั้นเอง... ทั้ง ป.๑ ป.๒ และ ป.๓

ประเทศสารขันต์ ในวันนี้ ..จะเป็นสาธารณรัฐ หรือ  “รัฐ”  เกิดใหม่จะไปสังกัดประเทศไหนยังไม่รู้  (พนันกันสักสองสลึงมะริกันยังได้ว่า) สาม ป. ก็ยังไม่รู้..ยัง อยู่สบายๆ ผู้คนในเมืองสารขันต์นอนหลับทับสิทธิ์ กันต่อไป

ฝันหวานไว้อย่างเพิ่งตื่นเดี๋ยวจะตกใจ..จงขวัญดี..แต่ดีฝ่อ..ต่อความฝันไม่ติด. คิดกันไปตามที่ฝันๆ กันไว้

รู้กันไว้ในวันนี้ว่า  ประเทศ(มหาอำนาจ)มีอยู่สามสี่ประเทศ ประเทศไหนก็ตาม ประมูล  “สารขันต์ได้ก็จะไปสังกัดอยู่กับประเทศนั้น “เอาแผ่นดินไป แถมยังมีผู้คน..ให้ปล่าว ๆ อีกหลายสิบล้าน เลือกเอาผู้ชายอายุสิบห้า ถึงห้าสิบไป ไปเป็นทหารหน่วย “ต้องตาย” ไปรบกับประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นกับประเทศมหาอำนาจ

ข่าวใหม่ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ออกข่าวใหญ่ให้ประชาชนใจหายใจคว่ำเดินเด้งหน้าเด้งหลัง (จังหวะรุมบ้า หรือ รัมบ้า ติดสปริงกันทั่วหน้า เป็นข่าวเด้งรับสัปดาห์นี้เอง (สัปดาห์ไหน ดูวันเวลาได้ตามหน้าข่าว เสรีชัย)

เป็นข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ “แถลง” ออกมาเมื่อวันจันทร์ (ที่ผ่านมาวันที่ ๑๔ หรือ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.นี้ ) จากผู้บัญชาการตำรวจ (กำลังพล หรือกำลังรบ เท่ากับกองทัพ บก เรือ ทหารอากาศ) 

คือ..ผบ.ตำรวจทำท่าอยู่ในทีว่า  “ไม่สน” คำสั่งของ หัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรี  ในฐานะทั้งนายกฯ และผู้บังคับบัญชา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (เลือกเอาตำแหน่งไหนน่าเกรงขามกว่า ก็ใช้คำนั้นไปเถอะ)

พูดง่าย ๆ เข้าใจยากส์ว่า คดีถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สำนักงานตำรวจฯ รับทราบ  ดำเนินเรื่องไปแล้ว แต่จะแล้วเสร็จเมื่อไร..ไม่มีคำตอบ  (แปลว่า ไม่รู้..ว้อยส์..ว่าเมื่อไหร่) ไม่สามารถกำหนดวัน เวลาได้..เข้าใจ๋....

กระผมลองถอดความหมายดูหยั่งใจแล้วรู้ว่า “รอไว้ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็..แล้วกัลล์..” สวัสดี..