Get Adobe Flash player

เห็นช้างขี้..แล้วทำไมหรือ? โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:


                คนระดับ “ผู้ปกครอง” ของประเทศไทย ทุกวันนี้ออกอาการเพี้ยนกันมากขึ้นทุกที ผู้ที่มีความสำคัญรองลงมาจากคณะคสช. คือ “รัฐบาน” (จงใจที่จะเรียกว่า “รัฐบาน” แทน “รัฐบาล” ที่มีความหมายต่างกันมาก”ห่างกันราวกับฟ้ากับเหว”)

                เรื่องราวครั้งนี้ .. จั่วหัวข้อไว้ว่า “เห็นช้างขี้ ..แล้วทำไมหรือ? จะต่อเติมไม่พ้นคำว่า “เห็นช้างขี้..อยากจะขี้ตามช้าง”

                เรื่องในสัปดาห์นี้ ให้ชื่อตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ “ เห็นช้างขี้ ..แล้วทำไม ?”  เกี่ยวกับคนระดับหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งเรียกกันให้ตรงกับจุดเสื่อมของรัฐบาล  ขอให้ตอบให้ตรงคำถามว่า  ที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่า มีนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทย ชื่อพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ส่วนที่จะถามต่อไปเพราะใคร่รู้ว่า นายกรัฐมนตรี  รู้เห็นด้วยหรือไม่ว่า มีรัฐซ้อนรัฐเกิดขึ้นแล้ว ขอเรียนด้วยความ “ข้องใจ”เพื่อให้ เข้าใจตรงกันว่า รัฐซ้อนรัฐที่ว่านี้ คือ “รัฐตำรวจ” ยังขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทยอยู่อีกในวันนี้หรือไม่ .. มีคำถามต่อไปว่า ด้วยเหตุใด.. ทำไมหรือ.. จึงมี รัฐ (ตำรวจ) ซ้อนขึ้นมา (เป็นนัยๆ) เคียงบ่าเคียงไหล่กับ “รัฐบาลไทย”

                หรือ รัฐบาลไทย ที่มีนายกรัฐมนตรี รู้เรื่อง เกี่ยวกับ “ทหาร” มากกว่า จะรู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับการใช้กฏหมายกับประชาชน เหมือนตำรวจ  “ถ้ารับว่าใช่ ก็ขออภัย.. อยู่ต่างประทศเสียนาน”จนไม่คาดคิดว่า ประเทศไทย มีรัฐซ้อนรัฐเกิดขึ้น

                การปกครองท้องถิ่นมีส่วนสำคัญมาก.. ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนคือ “ตำรวจ” มีหัวขบวนเรียกว่า “ผู้บังคับบัญชาสูงสุด” ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ความสำคัญของตำรวจไทยถูก (ยกยอ) ยกย่องกันขึ้นมาให้เป็น “ตำรวจแห่งชาติ” ถึงขนาดนั้นนั่นทีเดียวเชียว   ตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีความสำคัญมาก ถ้าจะให้เปรียบเทียบ คงจะไม่ห่างจาก ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เท่าไรนัก   มีความสำคัญ “เหนือกว่า “บรรดาเหล่ารองนายกรัฐมนตรี” ทุกคน  ตำรวจมีอำนาจ บันดาลทุกข์สุขให้ประชาชนได้ ในสมัยหนึ่งเรียก“ตำรวจไทย” ว่า “เทวดา”

                เรื่องเกี่ยวกับบังคับใช้กฏหมายจะเที่ยงตรงหรือไม่ (ตีความหมายความเที่ยงตรง..คือเวลาเที่ยง ต่อจากนั้นจะเป็นเวลาบ่าย (คือบ่ายเบี่ยง))   บ้านเมืองจะเข้มแข็งหรือปวกเปียก อยู่ที่การใช้กฏหมายอย่างเข้มข้น หรือเหลวเป๋วกับคนทำผิดกฏหมาย จะอลุ่มอล่วยหรือไม่ อำนาจเบื้องต้นอยู่ที่ “ตำรวจ”

                ถ้าหัวส่าย หางก็กระดิก หากว่าผู้บัญชาการตำรวจ ไม่ใช้ “หัว” หรือ “ศีรษะ” หางก็จะกระดิกไปคนละทิศคนละทาง

                วันนี้..  เมื่อผู้บัญชาการสูงสุดของตำรวจ เอาหัวอื่นๆ ที่มีอยู่ในร่างกายมาใช้แทน”ศีรษะ”  จึงเพี้ยนไปแล้วอย่าง “กู่ไม่กลับ” สำคัญตัวเองว่าใหญ่โต โก้หร่านขนาดน้องๆ ช้าง  เลยเลียนแบบ “เห็นช้างขี้ จะขี้ตามช้าง” บ้าง  โชว์พลังให้เห็นความสำคัญว่า “แข็งกว่าเหล็กนั้นตำรวจไทย”  ด้วยการหักดิบ “ คืออยากจะให้เหล่านักเล่นการพนันผิดกฏหมาย ต่อไปจะเล่นเล่นการพนันอย่างเสรี ถูกต้องตามกฏหมาย ที่จริงแล้ว การชี้แนะ ( เปรียบเหมือนขี้ก้อนโตของช้างตัวนี้) เล็งไปถึง เจ้ามือการพนันจะได้รับความสะดวก เป็น “กันเอง” (ตัวอย่างคือไม่ต้องจับ “บ่อนเถื่อน” กันอีกต่อไปแล้ว  (เขา จะ “อุบ”เอาไว้) ไม่พูดกันถึง  “ค่าคุ้มครองหรือ ค่าบริการความสะดวก”  

                ถ้ารัฐ (ซ้อนรัฐ) หมายถึงรัฐตำรวจ แน่นอนว่า ตำรวจทุกคนจะขึ้นอยู่กับรัฐตำรวจ หาได้ขึ้นกับรัฐบาลไทยแต่อย่างไรไม่) ตำรวจคุมบ่อนการพนันได้ถูกต้องตามกฏหมายอย่าลืมว่า บ่อนการพนัน จะอยู่คู่กับ “ซ่องโสภณี” ชนิดคู่กันไป (มาเป็นของแถม) เปิด “บ่อนเสรี” ได้แล้วจะได้รีบ “เปิดซ่องโสเภณีถูกกฏหมาย” พร้อมๆ กันไปเพื่อให้ทันโลก ทันเหตุการณ์ ..อย่าได้รีรอ.. รัฐตำรวจ” ศึกษาหาความรู้เรื่องนั้นมานานแล้วมิใช่หรือ .. พร้อมที่จะจัดการเปิด “ซ่องโสเภณี”  ได้ทันอกทันใจ  อ้างกันว่า ทุกวันนี้ “ซ่องโสเภณี” มีอยู่แล้ว ทั้งยังจะช่วยให้คดี “ข่มขืนกระทำชำเรา” ลดน้อยลงไปด้วย

                เป็นไรไป ถ้า “รัฐบาล” (คสช.)  ณ. เวลาปัจจุบัน ยินยอมแล้วเป็นนัยๆ (ตามใจคนกลุ่มเดียว )

                รายงานข่าวจาก นสพ. ไทยโพสท์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สะกิดใจอย่างแรงว่า “สปช.รักชาติเดินหน้าลุยกาสิโน เตรียมสรุปรายงานส่งต่อรัฐบาลใน 30 วัน พร้อมปัด ประวิตร-เนวิน-คิงเพาเวอร์ มีเอี่ยว สมยศ กางแผนที่บ่อนพนันเพื่อนบ้านหนุนแนวคิด ย้ำไม่กลัวหลุดเก้าอี้ (รัฐตำรวจ?) (พูดถึงตอนนี้ ทำให้เห็นภาพให้ภาพ กำลังร้องเพลง “กราวกีฬา เสียงขรม ข่มเอาไว้) ว่า  “กูไม่เก่ง กูไม่กล้ามาราวี กูไม่ดีกูไม่กล้า มาชิงชัย”  (เออ ..เอ็งเก่ง..)

                ตามประสาคนรู้เรื่องข้อห้าม หรือ กฏหมายทะลุปรุโปร่ง ของ ผู้เสนอไอเดียร่ายยาวหวังให้ลิงหลับว่า   เพราะแค่เสนอไอเดีย ทำสิ่งผิดกฎหมายให้ถูกต้องเพื่อลดคำครหาตำรวจกินส่วยให้หมดไป (วุ้ย..รักตัวกลัวเสียชื่อ..มีชื่อให้เสียงอีกหรือ ตำรวจไทย)   ขอบอกว่า นอกจากสนามม้า และ สนามมวยและตามหน้าจอทีวี สาธารณะถ่ายทอดสด “มวย” ยังเล่น”การพนัน” กันอยู่ เป็นล่ำ เป็นสัน ตำรวจไทยเปิดตำรากฏหมายไม่ทันหรือเปิดเลยๆ ไป..(ไม่ยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง)  

          และ..แล้ว..ก็ต้องเร่งรีบกันหน่อย.. แนวคิดการเปิดกาสิโนที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ  (ปูดขึ้นมา) เป็นเรื่องแด็กสส์ด่วน) ระดับชาติ (เชียวละ..วุ้ย) ว่ากลุ่มรักชาติเสนอยังคงมีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดย พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย  แกนนำสปช .กลุ่มรักชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. กลุ่ม สปช.รักชาติได้เดินทางไปพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หลังผบ.ตร.ออกมาสนับสนุนแนวคิดและได้สอบถามข้อห่วงใย รวมถึงหารือถึงมาตรการป้องกันร่วมกัน  (ท่านก้อ . เขากำลังดันกัน“สุดซอย” ให้การพนันเป็นสิ่งถูกกฏหมายเสียก่อน มาถามหามาตรการป้องกันร่วมกัน (ผิดกาละเทศะ นะขอรับผม..) โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมที่เป็นห่วงกัน โดย ผบ.ตร.บอกว่าต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ (พูดเสียหน่อยได้ไหมว่า ควรจะต้องปิดบ่อนการพนัน ไม่ใช่ให้เปิดอย่างถูกต้องตามกฏหมาย หรือท่านไม่ค่อยถนัดนักเรื่อง ปิดๆ เปิดๆ  ก็ว่ามา) )

                ลาออกจากราชการเถอะครับ ผบ.ตร.  ลาออกมาเล่นการเมืองเถอะนะท่านหรือยังเสียดายรัฐตำรวจอยู่ ก็ว่ากันไป..

                พูดต่อไปว่า  หากเปิดแล้วจะไม่ให้คนไทยเข้าไปเล่นอย่างแน่นอน (ทุเรศสุด..สุด...พูดผิดพูดใหม่ได้นะแปลความได้ว่า  เหมือนกับห้ามคนไทยกับหมาเข้าเขตหวงห้าม (บ่อนการพนันรัฐให้เปิดได้อย่างเสรี..อย่างนั้นเอง)

                  ความคิดเห็นบรรเจิด ม๊าก..มาก  เจ้ามือการพนัน คนเล่นการพนัน จะได้เปลี่ยนสัญชาติกันไปตามๆ กัน.. เป็น ขอม เป็นเวียตกง เป็นโปโตริกัน เปรู ไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ขอยกย่อง (ในสติบ้าๆ ปัญญาดิบ ๆ ) ว่าช่างคิดเลอะเทอะเลิศเลอ อะไรถึงปานนั้น สมกับ มีตำแหน่ง ผบ.ตร. ยิ่งนัก  ไม่”อิ๋บอ๋าย” ในเร็วๆนี้ แล้วจะรอให้อิ๊บอ๋าย เมื่อไหร่กันอีกล่ะ.....

                แต่ตอนนี้มีการเชื่อมโยงไปถึงขนาดว่าที่ออกมาเคลื่อนไหว เพราะ พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม อยู่เบื้องหลัง และยังเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคิงเพาเวอร์ที่สนิทสนมกับ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันเลย พูดไปกันใหญ่” พ.ต.อาณันย์  วัชโรทัย กล่าว ( ถ้าจะเรียกกันตรงๆ ให้เข้าใจ ต้องใช้คำว่า “ออกตัว”  หรือ..หรือ” “ร้อนตัว” นะเนี่ย)

                พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย กล่าวต่อว่า กลุ่ม สปช.รักชาติ  (รักชาติ ณ ที่นี้ แปลว่ารักชาติไทย ที่เหลือนอกนั้นคน ไม่เห็นด้วยกับกาพนันเสรีถูกกฏหมาย หมายหัวให้เป็น รักชาติชั่ว กันหมด)  กำลังหามาตรการที่ทุกคนรับได้ เตรียมทำรายงานครอบคลุมทั้งหมดเสนอรัฐบาลภายใน 30 วัน ส่วนผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ที่ประชาชนไม่เห็นด้วยนั้นยังเป็นจำนวนน้อยอยู่ โดยได้หารือกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง  เช่นกันว่า หากต้องการทำความคิดเห็นจริงๆ อาจออกมาในรูปแบบเว็บไซต์ที่ให้ประชาชนแสดงความเห็น พร้อมกรอกบัตรประชาชนเพื่อให้ได้ผลชัดเจน แต่คงไม่มีการล่ารายชื่อสนับสนุน (ใส่ชื่อ “ผี”ลงไป อีกเท่าไรยังได้ ถนัดกันนักเชียว)  เพราะจะมีทั้งกลุ่มคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เหมือนไปสร้างความรุนแรง (ตลกแด็กส์นะเนี่ย)

            “คนที่ไม่เห็นด้วยตอนนี้คือกลุ่มคนที่เปิดบ่อนไม่ถูกกฎหมาย (ตำรวจรู้แล้ว ควรจับ) เพราะเขาเสียรายได้ อาจมีความรู้สึกไม่ดี ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยที่แสดงความคิดเห็นออกมาถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต่อไปถ้ามีการเปิดอย่างถูกกฎหมาย เชื่อว่าบ่อนเถื่อนต่างๆ คงจะค่อยๆลดน้อยลงไปเอง  พ.ต.อาณันย์ กล่าว (อย่าหวังเลย.. แน่นอนคนมีเงินเข้าบ่อน ส่วนคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ก็เปิดบ่อนเล่นกันเองทั้งในบ้านและข้างถนนน สรุปแล้ว คนไทยจะได้ชื่อว่า เป็นนักการพนันตัวยงทั่วประเทศ )

                ขณะเดียวกันในช่วงบ่าย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เปิดแถลงข่าวในเรื่องนี้อีกครั้งว่า ตั้งแต่ออกมาสนับสนุนแนวความคิดของ สปช. (สมาชิสภาปฎิรูปแห่งชาติ) ให้การเปิดบ่อนกาสิโนแบบถูกกฎหมาย หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (สมัย ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่กล้าทำ) ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  (พล.ต.อ. สมยศ นั่นแหละควรจะทบทวนตัวเองใหม่ หาตัวตนของตัวเองให้เจอก่อนเถอะ ผู้เขียน)  ซึ่งยินดีเปิดให้เสนอข้อมูลแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันได้ แต่ไม่อยากให้ทะเลาะกัน ควรนำข้อมูลมาโต้เถียงกันว่าแบบไหนดีกว่ากันมากกว่า (ถามหาข้อมูลเป็นเรื่อง ขี้หมูรา..ขี้หมาแห้ง  ถกเถียงกันไปทำไมกัน  ตั้งเป้ามาแล้วว่าให้สนับสนุน)

                (อ๋อ.. เพิ่งรู้ว่า) “ตัวแสบจริงๆ เป็นใคร” มิน่าเล่าถึงได้ยกชื่อ พล.อ. ประวิตร (หนึ่งในสามปอ) เข้ามาขู่สมาชิกสปช.(สมาชิกปฎิรูปแห่งชาติ) เอาไว้ “เอ่ยชื่อขึ้นมาเพียงเพื่อจะให้เป็นไม้กันหมา เท่านั้นเองหรือเปล่า” ถ้า ป. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ไม่หนักแน่นจริง คราวนี้คง “แน่นหน้าอก” แน่ๆ ถูกม้าพยศถึงกับ “ตกม้าตาย” เชียวนะ..คำว่าเพื่อน ๆ ในสถานการณ์นี้ .แปลว่า

                “เพื่อนกินเพื่อนกัน พอเพื่อนรู้ไม่ทันเพื่อนกันก็เอาไปกิน” เตือนใจกันเหนียวไว้ก่อน.(งานนี้มีพัง..กับพัง.เท่านั้นเอง.)