Get Adobe Flash player

เรื่องน่ารู้..ระดับตำนาน..... โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

ย้อนรอยตำนานโสเภณีอาชีพที่ยังคงอยู่คู่โลก เนื้อหาจากบทความ M-Thai

ให้ความคิดเห็นเพิ่ม  โดย  “วิจารณ์ จันทนะเวส”                 

(ความเดิมตอนที่แล้ว)

                สถานที่ขึ้นชื่อของเหล่านักท่องราตรีมักไปสรรหาหญิง-ชายขายบริการ จะมีทั้งตามสถานบันเทิง หรือตามข้างทางที่มีการ เปิดตลาดขายทั่วกทม. (ก็ กรุงเทพฯเมืองสวรรค์ นี่นา- ผู้เขียน) จากการสำรวจแหล่งขายบริการพบว่า ทั้งถนนราชดำเนิน สวนลุมพินี วงเวียนใหญ่  (รวมทั้ง สนามหลวงด้วยอย่าลืม  -  ผู้เขียน) กลายเป็นแหล่งที่รู้กันดีว่า เป็นแหล่งหากินของบรรดาหญิงขายบริการทางเพศ ลักลอบค้าประเวณีกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

                 (กลัวไปทำไม.. รู้กันแล้วใช่ไหมว่า ส่วนใหญ่ ..ใครเป็นแมงดา  แมงดาที่ว่านี้ คือแมงดามีสองขา  เป็น แมงดาแต่งเครื่องแบบข้าราชการสำนักงานหนึ่ง ขึ้นอยู่กับ สำนักนายกรัฐมนตรี  - ผู้เขียน )

                ขณะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล ย่านวังสราญรมย์ เป็นตลาดใหญ่ของชายขายบริการ หรือที่เรียกกันว่า ผู้ชายขายน้ำ เมื่อถึงยามค่ำคืน จะพบเห็นออกมายืนเปิดตลาดจับจองพื้นที่ รับงานได้ทั้งคืน ( สำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมาย ณ.ที่ตรงนั้น..โหมโรงกันตรงนั้นทีเดียวเชียวหรือ –  ผู้เขียน)

                (ขอพูดต่อว่า รวมทั้งสถานที่ฝึกเต้นรำ มีผู้ชายบริการ “ขายน้ำ” เต็มไปพรึดไปหมด มีทั้งคน ตัวกายเป็นชาย ใจเป็นหญิง สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เรียกรวมกันว่า กระเทย หรือจะออกเสียงว่า สะเทย ก็ย่อมได้- ผู้เขียน)

ห้ามแล้วยังทำ ทำไมไม่ทำให้ถูกกฎหมายไปเลย?

                (ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยการขายบริการทางเพศยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย  แต่มักจะมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ทำโสเภณีแบบถูกกฎหมายไปเลย  (กฏหมายสำคัญๆ เข้มข้นกว่านี้ ยังปล่อยปละละเลยกันอยู่ (ได้) แต่ถ้าพูดถึงเรื่องนั้น มันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของแมงดา ทั้งในและนอกเครื่องแบบ จึงไม่ง่ายอย่างที่ต้องการ หรอกเพ่..- ผู้เขียน)                                                                                                                                                                                                                                               สำหรับคำถามนี้หลายๆ คนคงรู้คำตอบอยู่แล้วว่า มันไม่ใช่เรื่อง่าย  (ว่าแล้วไง) เพราะหากอาชีพนี้ ถูกกฎหมายอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ หรือการขยายตัวของธุรกิจการค้าบริการทางเพศ การค้ามนุษย์ และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคทางเพศสัมพันธ์

                 ( ย่อหน้านั้น อ่านแล้ว”ขนหัวลุก” พูดจริงๆ ว่า อย่าล้อเล่นน่า “ถ้าเป็นอาชีพถูกกฏหมาย อาจจะก่อให้เกิดผลเสียตามมามากมาย.. (  เป็นอย่างงั้นไป..”ถ้าทั่วทั้งประเทศเปิดเ”ซ่องเสรี” ก็จะมีอีตัวบริการออกหน้าออกตา ทั้งตัวผู้และตัวเมีย)  “ผู้หญิง” ในประเทศนั้น (อายแทนไม่ออกชื่อประเทศดีกว่า) จะแก้ปัญหาง่ายๆ เหมือนหญ้าปากครอก เชียวหรือ..) ในสายตาของต่างชาติ จะเหมารวมว่า ที่ประเทศนั้นน่ะ “สตรีเพศ”เป็นกะหรี่ทั่วหน้ากัน..กระนั้นหรือ - )

บทลงโทษของผู้ค้าประเวณีมีดังนี้

                มาตรา 5 ผู้ใดเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท  (น้อยไปหน่อย เอาหัวหน้าซ่อง หรือ แมงดา ติดคุกด้วย ดีก่า..ได้ไหม - สบายพวกแมงดา ทั้งนอกและในเครื่องแบบ  (ข้าราชการ หากินกับผู้หญิงขายตัว สบายๆสบายมาก.. )  

                มาตรา 6 ผู้ใดเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  (แค่เขียนขู่หรือเพื่อให้ปฎิบัติตาม )

                 (ไม่เคยได้ยินข่าวว่า มีใคร ถูกลงโทษ ว่า ผิดกฏหมายในข้อนี้ ไม่เคยได้ยินข่าว ตำรวจจับหรือปรับใครในกรณีเดียวกัน ถามว่า มีผลประโยชน์กับการปล่อยปละละเลยกับเรื่องนั้นบ้างหรือไม่  สมผลประโยชน์กันทั้งคู่ เจ้าของซ่องกับเจ้าที่หรือไม่ใช่  )

                มาตรา 11 ผู้ใดเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

                (มาตรา 11 ถ้าใช้กันจริงๆ ตำรวจส่วนใหญ่อนาคตจู๋ จะอยู่กันได้ไม่นานจะ ถูก “ไล่ออกหมด” –น่ะซี - )

                ถ้ากิจการหรือสถานการค้าประเวณีตามวรรคหนึ่ง มีบุคคลซึ่งมีอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท

                 (ขนหัวลุกกลัวกันหัวหด เลย ต้องปล่อยเลยตามเลย แปลว่า “จับจริง ปรับจริง เข้ากระเป๋าใคร..ต่อรองกันได้อีกต่างหาก)

                ถ้ากิจการหรือสถานการค้าประเวณีตามวรรคหนึ่ง มีเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย ผู้กระทำต้องถูกระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท ( ว่าเข้าไปนั่น..พูดเป็นเล่นไป.)

                ดูเหมือนการขายบริการทางเพศ ยังคงเป็นปัญหา เกาไม่ถูกที่ตัน  แม้จะมีการปราบปรามในบางครั้ง ให้เป็นข่าวตามสื่อ แต่สุดท้ายพวกขายบริการก็กลับเข้าไปสู่วงจรเดิม ถ้าทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมายจะช่วยได้

                ( รอให้หมามีเขาเสียก่อนไหม..เพ่)        

                การปลูกฝังจัดการให้ความรู้การศึกษาอย่างจริงจัง เป็นพื้นฐานในการนำไปต่อยอด สร้างอาชีพให้เด็กและเยาวชนของชาติ เป็นอีกหนึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหานี้ได้ ..

                (พูดทั้งๆ ที่รู้ว่า ผู้ที่ควรรับผิดชอบ ฟังแค่ฟัง.เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา พูดเพื่อให้เข้าหูคน แต่ไปชน“หูหมา”เสียก่อน  ไปไม่ถึงหูคนเลยยังไม่รู้เรื่องกันความเห็นของผู้เขียนบทความ .ขอย้ำ )

                ขอสรุป.ว่าแล้วเชียว.. ยังอ้าปากไม่ออก ไม่พูดถึงการเข้มงวดกวดขันกันอย่างจริงใจ ใครปากว่า..ตาขยิบ อยากให้เป็นอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ เรื่องซ่องโสเภณี  ..ทุกวันนี้ ขอร้องกันแล้วช่วยปิดให้มิดชิดหน่อย อย่าประเจิดประเจ้อนัก น่าจะสร่างซาไปบ้าง เพราะเดี๋ยวนี้ มี บาร์คาราโอเกะ นอกจากค็อฟี่ ช็อป ในโรงแรม  ถ้าถูกใจ ต่อรองราคาได้ ก็ว่ากันไป ใช้บริการที่นั่นรวดเร็วทันใจกว่า เป็นสถานที่ลับหูลับตาผู้คน นอกจากนั้นยัง มีโรงแรมทั้งเล็กทั้งใหญ่ ให้เลือก มีทั้งโรงแรม “ม่านรูด”เกิดขึ้นราวกับ “ดอกเห็ด”        (ใครหรือกำลัง “เพาะเห็ด”ส่งขาย ยายฉิม เก็บเห็ด.. หรือไง ไม่กลัวขโมยใจเบา..มันจะเอาแต่เห็ด มั่งหรือ)

                (ผู้เขียนคอลัมน์ ขอต่อความคติดเห็นเรื่องนี้นิดๆ หน่อยๆ ว่า) ปัญหาเรื่องโสเภณีจริงๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับ เศรษฐกิจของประเทศ  ประเด็นใหญ่ คือประชาชนระดับ “รากหญ้า” ผู้ใช้แรงงาน มีการศึกษาต่ำรายได้เตี้ยไม่เหมาะสมกับค่าครองชีพ งานหายาก..ยากยิ่ง (กว่าเกี้ยวผู้หญิง)  โรงงานจ่ายค่าแรงจริงๆ ตามกฎหมายหรือไม่ ..ค่าแรงงานไม่น่าจะต่ำกว่าขั้นเตี้ยๆ ที่กำหนดไว้ ที่จริงควรจะจ่ายเพิ่มขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ควรจะมีค่าล่วงเวลา  ในภาครัฐ ควรจะกวดขันให้ปฎิบัติตามกฏหมายจริงๆ จังๆ แก้ไขและปกป้องคุ้มครอง ผู้ใช้แรงงานรายได้ขั้นต่ำเสียก่อน  ควรจะมีบริการรักษาพยาบาลฟรีจากโรงพยาบาลของรัฐทั่วๆ ไป มีบริการพอเพียงแล้วหรือไม่ โกงกันโครมๆ เป็นแสนๆ ล้าน ยึดกลับ มาสร้างโรงพยาบาล สร้างสถาบันการศึกษา ให้กับเด็กที่ผู้ปกครองมีรายได้น้อยมากๆ  ควรเป็นภาระที่รัฐบาลจัดหาให้เหมาะสม ไม่ใช่สอบคัดเลือกที่จะคัดเอาแต่เด็ก “หัวดี” เข้าเรียน(นายร้อย)  หรือ มหาลัยดีๆ ของรัฐ ส่วนเด็กเรียนปานกลางไม่เก่ง เพราะขาดสิ่งที่ไม่ควรจะขาด คือข้าวปลาอาหาร ความเป็นอยู่ที่เหมาะสม มีเวลาพักผ่อนน้อยช่วยผู้ปกครองทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ไม่เต็มที่เรื่องการเรียน รัฐฯ จัดหาสถานที่และอุปกรณ์การเรียนบางอย่างมีให้ฟรีพอเพียงหรือไม่ ขาด “ความเท่าเทียมกัน”ช่ไหม แม้กระทั่งเรื่องการศึกษา สื่งเหล่านั้นคือ  เมืองไทยเมืองเรา.. ให้ความสำคัญชนชั้นล่างน้อย “ฉะนั้นจึงขึ้นชื่อลือชานัก เรื่อง “โสเภณีหาง่าย” มีกลาดเกลื่อนทั้งเมืองใหญ่ ๆและตามหัวเมือง เพิ่มจำนวนมากขึ้น มากขึ้น ผู้คนอยู่อย่างหน้าไหว้หลังหลอกเอาตัวรอดไปวันๆ  นักการเมือง  นักธุรกิจ.. สาวใหญ่เศรษฐีนีสาว ทำตัวเป็นผู้ดีสาแหรกขาดกันหมด เบื้องหลังไม่ได้เรียกว่า ขายตัว แต่สำส่อน ให้ฟรีแถมยังซื้อบริการ “ผู้ชายขายน้ำ” อีกต่างหาก  สะดุ้งกันบ้างๆไหม..เมืองไทยถูกเรียกว่า “นครโสเภณีมีทั้งผู้ยอมรับความจริง และ”สมัครเล่น เกลื่อนเมือง

                หรือรู้แล้ว สะดีดสะดิ้ง..แต่ร้อนตัว..ว่า ..

                “ว้าย!!!!!”ไม่ใช่ฉันนะยะ ”ออกจากปากแม่หม้ายพวกไฮโซฯ.

                “หิ้วได้ฟรี..เป็นการหยิบยื่นไมตรี ให้แก่กันตามควาปรารถนา  พบปะสมสู่อย่างรู้ใจ พึ่งพิงกันไปเมื่อใจตรงกัน

                ตามค๊อฟฟี่ซ้อฟ ที่มีดนตรี เต้นรำระบำตำเนื้อปลุกใจ... ทั้งมีหนุ่มๆ หน้าตาดี แต่งตัวทันสมัย..วางมาดนักเรียนนอกหะรูหะรา เข้าตำราผู้ชายขายน้ำ มีอยู่กลาดเกลื่อนเช่นกัน

                เห็นๆ กันอยู่ดาดดื่นตามโรงแรมหรูๆ ..ทั่วๆไปในเมืองไทยเมืองเรา ทำเพื่อความบันเทิง.. ยังไงล่ะ..หาใช่คุณโส ไม่

                นักศึกษาสาว ผู้ใฝ่รู้ชอบหาประสบการณ์ชีวิต  เด็กสาวใจแตกที่คิดว่า “นั่นแหละเป็น..มะริกัน เวย์”

                สาวใหญ่ ผัวเผลอวัยเนื้อเละ ล้วนเป็นเมีย นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจเศรษฐีมีเงิน (ไม่มีกึ๋น)

                หรือไม่มีเวลาเติมน้ำมันหล่อลื่นให้ภรรยา...น่าเห็นใจต้องขวนขวายหา “น้ำยาหล่อลื่น”รักษาเครื่องยนต์ของตัวเอง..